ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

ขนส่งฯ ตรวจเข้มควันดำรถบรรทุก-รถโดยสาร

51 1
ขนส่งฯ ตรวจเข้มควันดำรถบรรทุก-รถโดยสาร

กรมการขนส่งทางบก เผย!!! เข้มงวดตรวจสอบควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารก่อนเข้ากรุงเทพมหานครทุกคันทุกเส้นทาง หากพบรถควันดำ พ่นข้อความห้ามใช้ ให้นำรถไปแก้ไขก่อนนำมาวิ่งให้บริการ

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก เข้มงวดตรวจสภาพรถที่ใช้งานบนท้องถนนให้มีสภาพพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย ตามมาตรการป้องกันค่าฝุ่นพิษเกินมาตรฐาน PM 2.5 ด้วยการส่งผู้ตรวจการลงพื้นที่สุ่มตรวจค่าควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ถนนบรมราชชนนี ถนนพหลโยธิน ถนนติวานนท์, ทางหลวงหลายเลข7 มอเตอร์เวย์(ด่านลาดกระบัง) ท่าเรือคลองเตย ถนนบางนา-ตราด ถนนเพชรเกษม ถนนรังสิต-ปทุมธานี ถนนรังสิต-นครนายก สถานีขนส่งสินค้าร่มเกล้า ถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ถนนวิภาวดีรังสิต  หน้าสโมสรทหารบก ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1- 31 ตุลาคม 2562 ดำเนินการตรวจรถบรรทุกและรถโดยสารทั้งสิ้น จำนวน6,862 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก 5,241 คัน รถโดยสารประจำทาง 1,348 คัน และรถโดยสารไม่ประจำทาง 273 คัน    พบรถมีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด จำนวน 59 คัน และรถที่ค่าควันดำไม่เกินแต่อยู่ในเกณฑ์สูง จำนวน 26 คัน ซึ่งออกใบเตือนเพื่อให้ปรับปรุงสภาพรถ กรณีพบมีค่าควันดำจะถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุด 5,000 บาท และพ่นเครื่องหมายคำสั่ง "ห้ามใช้" แก่รถที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานทันที และให้นำรถไปแก้ไขก่อนนำกลับมาวิ่งให้บริการทุกคัน 

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดตรวจสภาพรถที่ใช้งานบนท้องถนน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากสภาพตัวรถ โดยรถที่นำมาใช้งานบนท้องถนนต้องมีความมั่นคงแข็งแรง มีสภาพพร้อมใช้งาน รวมถึงมีค่าควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ไม่เกินค่ามาตรฐานที่อาจส่งผลต่อสุขภาวะในระบบทางเดินหายใจของประชาชน โดยกรมการขนส่งทางบก กำหนดระยะเวลาของรถแต่ละประเภท ให้ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพกับกรมการขนส่งทางบก ดังนี้ รถบรรทุกทั้งประเภทส่วนบุคคลและสาธารณะ และรถโดยสารประเภทส่วนบุคคล กำหนดต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพปีละ 1 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง และรถโดยสารขนาดเล็ก กำหนดให้ต้องตรวจสภาพ ปีละ 2 ครั้ง รถตู้โดยสารประจำทาง ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพปีละ 2 ครั้ง และต้องมีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี รถแท็กซี่ กรณีที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปี ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพปีละ 2 ครั้ง ส่วนรถแท็กซี่ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปีขึ้นไปนั้น ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพปีละ 3 ครั้ง และอายุการใช้งานไม่เกิน 9 ปี โดยทั้งหมดให้นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างและรถยนต์รับจ้างสามล้อ และรถยนต์นั่งที่มีจำนวนที่นั่งเกิน 10 ที่นั่ง รถยนต์บรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน 2,200 กิโลกรัม ที่ได้รับความเห็นชอบให้จดทะเบียนเป็นรถส่วนบุคคล ต้องตรวจสภาพปีละ 1 ครั้ง กรณีรถนั้นไม่ผ่านการตรวจสภาพ ก็จะไม่สามารถชำระภาษีประจำปีได้ ส่วนรถที่เข้าข่ายต้องเข้ารับการตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ได้แก่ รถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ และรถตู้ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี เพื่อเป็นการตรวจสอบสภาพตัวรถให้มีความปลอดภัยในการใช้งาน และมีการบำรุงรักษาสภาพตัวรถให้มีความมั่นคงแข็งแรงอยู่เสมอ ทั้งนี้รถที่ผ่านการตรวจสภาพแล้วจะได้รับใบรับรองใช้เป็นหลักฐานการชำระภาษีรถประจำปีต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนมีส่วนร่วมมีส่วนตรวจสอบกรณีพบเห็นรถบรรทุกและรถโดยสารมีควันดำ ให้จดจำรายละเอียดหมายเลขทะเบียนรถ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทร.1584 หากผลการตรวจสอบพบว่ารถมีควันดำตามที่ผู้ร้องเรียนได้แจ้งมาจริงจะดำเนินการตามกฎหมายทุกราย อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์