ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"สมคิด" จี้มหาวิทยาลัย ผลิตบุคคลากรป้อนอีอีซีด่วน

493 16
สมคิด จี้มหาวิทยาลัย ผลิตบุคคลากรป้อนอีอีซีด่วน

"สมคิด" มอบนโยบายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จับมือเอกชน เร่งผลิตกำลังคนตอบโจทย์พัฒนาประเทศ สอวช. รับลูก เดินเครื่องลิสต์ทักษะที่จำเป็นในอนาคต พร้อมอัดสิทธิประโยชน์เพิ่มแรงจูงใจ

วานนี้ (28 ต.ค. 62) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถ.ศรีอยุธยา (สป.อว.) ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มอบนโยบายในการประชุมหารือเรื่อง การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา โดยการประชุมหารือในครั้งนี้มีการนำเสนอนโยบายและทิศทางการพัฒนากำลังคน

โดย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง ประธานอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ และ นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

ดร.สมคิด กล่าวว่า การเชิญมหาวิทยาลัยทั่วประเทศมาประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบนโยบายการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้รับทราบความต้องการกำลังคนของตลาดและพิจารณาสัดส่วนการผลิตกำลังคนในปัจจุบันว่าเหมาะสมหรือไม่ ต้องปรับอย่างไร หลักสูตรเดิมสามารถคงอยู่ได้ แต่ต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันภาคเอกชนเองก็ต้องเข้ามาร่วมผลิตกำลังคนร่วมกับมหาวิทยาลัย พูดคุยกันว่ามีความต้องการอย่างไร เพื่อจะเป็นแนวทางในการผลิตกำลังคนร่วมกันเพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมาย โดยมีบีโอไอ ช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยได้มอบหมายให้ที่ประชุมอธิการบดี (ทปอ.) เป็นหน่วยงานกลางในการประสานมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเกี่ยวกับแนวทางการปรับตัวในการผลิตกำลังคนเพื่อตอบโจทย์ประเทศ


"หลายมหาวิทยาลัยมีทรัพยากร มีหลักสูตรพร้อม แต่ต้องดูว่าตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่ บุคลากรที่ผลิตออกมามีคุณภาพสามารถใช้ได้ทันต่อความต้องการหรือไม่ ครั้งนี้จึงถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ได้เชิญภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะจะได้รู้ความต้องการอย่างแท้จริง สิ่งที่เราทุกคนต้องทำในวันนี้คือ ตอนนี้ประเทศเรามีความต้องการกำลังคนเท่าไหร่ มหาวิทยาลัยมีศักยภาพในการผลิตกำลังคนเท่าไหร่เพียงพอหรือไม่ และต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนอย่างไร และนำทุกอย่างมาแมทช์ชิ่งกัน เพื่อจะได้การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ หรือ Manpower Planning ใน 5 ปี" ดร.สมคิด กล่าว

ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการพัฒนากำลังคนตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ ทันต่อความต้องการเร่งด่วนด้านการลงทุน ซึ่งการรอกำลังคนที่จบวุฒิปริญญาจะไม่ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ตลอดจนทักษะที่ได้จากวุฒิการศึกษาอาจตอบโจทย์ได้ไม่ครอบคลุมต่อความต้องการของสถานประกอบการ กระทรวง อว.ซึ่งมีหน้าที่ดูแล และพัฒนากำลังคน จึงมีนโยบายในการพัฒนากำลังคนกลุ่ม Non-Degree เพื่อเป็นการ Upskill, Reskill รองรับการลงทุน เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพสูง 100,000 คน ที่พร้อมสำหรับความต้องการของอุตสาหกรรมทั้งในพื้นที่อีอีซี นอกพื้นที่อีอีซี ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม S-curve และอุตสาหกรรมเศรษกิจใหม่ BCG ทั้งนี้ จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครั้งที่ 3 ที่ประชุมได้มอบหมายให้ อว. และ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กำหนดหลักสูตรและสาขาการศึกษาเป้าหมาย เพื่อให้ภาคเอกชนขอสิทธิประโยชน์ทางภาษี 2.5 เท่า โดยต้องเป็นหลักสูตรที่ อว. และ อีอีซีรับรอง และต้องไม่ซ้ำกับมาตรการสิทธิประโยชน์ภาษี 2 เท่าที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้ มาตรการนี้จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีถึง 31 ธ.ค. 63 แต่ไม่จำเป็นต้องฝึกอบรมให้เสร็จภายในปี 63

"สอวช. อยู่ระหว่างเร่งมือในการจัดทำรายละเอียดทักษะที่จำเป็นในอนาคต โดยจัดทำรายละเอียดทั้งในส่วนตำแหน่งงาน และสมรรถนะ คุณลักษณะที่จำเป็น ของตำแหน่งงานนั้นๆ โดยเมื่อจัดทำรายละเอียดเสร็จ ก็จะมีการเปิดรับหน่วยงาน และสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนที่สามารถจัดหลักสูตรและสาขาการศึกษาเป้าหมายตามที่กำหนดมาลงทะเบียนยื่นคำขอ เพื่อให้ อว. พิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงาน RTO (Registered Training Org.) และรับรองหลักสูตร เมื่อสถานประกอบการส่งบุคลากรมาอบรมหลักสูตรตามที่ได้รับการรับรอง สถานประกอบการสามารถขอยกเว้นภาษีนิติบุคคลประเภทค่าใช้จ่ายฝึกอบรมได้ 2.5 เท่า จากกรมสรรพากร ส่วนสถานประกอบการที่มีความต้องการจ้างงานใหม่บุคลากรทักษะสูงด้าน STEM ก็สามารถแจ้งตำแหน่งงาน และโปรไฟล์บุคลากรที่ต้องการจ้างงานมายัง อว. เพื่อพิจารณารับรอง และเมื่อรับรองแล้วสถานประกอบการสามารถขอยกเว้นภาษีนิติบุคคลประเภทค่าใช้จ่ายการจ้างงานใหม่บุคลากรทักษะสูงด้าน STEM ได้ 1.5 เท่า จากกรมสรรพากร โดยการดำเนินงานลักษณะนี้จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการ Upskill Reskill ให้กับบุคลากรบริษัทให้มีสมรรถภาพในการทำงานที่ตอบโจทย์ตามการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และยังเป็นแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับบริษัทได้อีกทางหนึ่งด้วย" ดร.กิติพงค์ กล่าว

ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางในการพัฒนากำลังคนกลุ่ม Non-Degree เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาในอนาคตนอกเหนือจากหลักสูตรการศึกษาเพื่อปริญญา โดย สอวช. มีแนวคิดในการจัดทำเป็น Sandbox ในลักษณะการพัฒนากำลังคนตามความต้องการ โดยมีสถานประกอบการและมหาวิทยาลัยร่วมกับพัฒนาโมดูล/หลักสูตร และเสนอให้ อว. พิจารณารับรอง ซึ่งสถานประกอบการ หรือบุคคลทั่วไปสามารถเข้ารับการอบรมหลักสูตรใดที่ได้รับการรับรองได้ และยังสามารถสะสมหน่วยกิต ตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อขอรับปริญญาได้ อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าว อยู่ระหว่างการขึ้นรูป ซึ่งต้องคำนึงถึงกลไกต่างๆ ที่จะเข้ามารองรับ ทั้งระบบสะสมหน่วยกิต ระบบรับรองหน่วยงาน/หลักสูตรฝึกอบรม และระบบเงินสมทบสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์