ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

ประชาชนคนไทยแห่รอเจอ "หนุ่มแว่นหัวร้อน" หน้าสถานีตำรวจ ลั่น "จะรวยหรือจน ก็คน"

8.5K 198

ชาวบ้านย่านพุทธมณฑลหลัก 100 ทยอยเดินทางมา ที่ สภ.พุทธมณฑล เพื่อมารอดูหน้า "หนุ่มแว่นหัวร้อน" เนื่องจากไม่พอใจที่ด่าคนไทย พร้อมตะโกนไล่ให้ไปอยู่ต่างประเทศ

23 ตุลาคม 2562 จากคลิปเหตุการณ์ หนุ่มขับรถเก๋งป้ายแดงขับรถ โดยกลับรถแล้วไม่ดูรถที่มาทางตรง ทำให้เฉี่ยวชนกับรถกระบะ แต่ปรากฏว่าทางหนุ่มขับเก๋งป้ายแดงได้ลงมาต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตามที่ได้รายงานข่าวไปแล้วนั้น

//


เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 ตุลาคม มีรายงานว่าทางด้านพันตำรวจเอกกัมปนาท ณ วิชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล ได้เชิญตัวนายรชฎ หวังกิจเจริญสุข คนขับรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิคป้ายแดง ตามที่ปรากฎในคลิปดังกล่าว ที่ด่ากราดด้วยถ้อยคำหยาบคาย มารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า

โดยทางพันตำรวจเอกกัมปนาท เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้เชิญตัวนายรชฎ หวังกิจเจริญสุข คนขับรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค มารับทราบข้อกล่าวหาดูหมิ่นซึ่งหน้า แล้วก็จะมีการสอบปากคำถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยนายรชฎ ได้เดินทางมาพร้อมกับบิดาและมารดา และมีการนำยาระงับโรคซึมเศร้ามายืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ว่านายรชฎ เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ควบคุมตนเองไม่ได้ อย่างไรก็ตามถ้าจะมีการแจ้งเพิ่มเติมต้องให้คู่กรณีมาแจ้งความเพิ่มเติมจึงจะมีการแจ้งได้

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px Thonburi}p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px 'Helvetica Neue'}p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 12.0px 'Helvetica Neue'; min-height: 14.0px}span.s1 {font: 12.0px 'Helvetica Neue'}

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือนายรชฏหวังกิจเจริญสุขอายุ24ปีนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดนครปฐมในวันพรุ่งนี้ในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้ายังสอบสวนนายนันทวัฒน์กมลรัมย์อยู่ในห้องรองผกก.สอบสวนต่อ

ล่าสุดบรรยากาศบริเวณด้านหน้าสภ.พุทธมณฑลเริ่มมีชาวบ้านที่ทราบข่าวได้เข้ามาปักหลักรอเพื่อที่จะขอดูหน้านายรชฎซึ่งนายกฤษดาเผ่าพงษ์อายุ33ปีชาวศาลายาบอกว่าอยากจะมาดูหน้าคนที่ดูถูกคนไทยซึ่งตรงนี้จะบอกว่าหากไม่อยากเป็นคนไทยให้ย้ายออกไปอยู่ต่างประเทศได้ซึ่งยิ่งดึกยิ่งมีจำนวนคนมาเพิ่มขึ้นจาก4-5คน เป็น80-100คนโดยประชาชนล้นไปถึงริมถนนหน้าสภ.พุทธมณฑลและแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนในห้องสอบสวนเมื่อสอบปากคำเสร็จสิ้นพนักงานสอบสวนได้ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายรชฎในข้อหาในมาตรา393ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ[อัตราโทษแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา6แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่22)พ.ศ. 2558]

โดยบิดาของนายรชฎบอกว่าบุตรชายได้ไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่6ขวบและเพิ่งกลับมาจากประเทศฝรั่งเศสประมาณ1ปีคงไม่ชินกับประเทศไทยและเป็นคนรักรถมากและไม่ได้กล่าวอะไรมากนักในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มาติดตามทำข่าวโดยได้รับกับพนักงานสอบสวนว่าลูกชายมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเคยได้รับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลมนารมย์บางนาซึ่งตอนนี้ได้ยังรับประทานยาESIDEP 10 Mgโดยได้เอามาแสดงต่อหน้าผู้กำกับการตำรวจสภ.พุทธมณฑลซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการส่งตัวไปที่ศาลแขวงเพื่อส่งดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไปโดยหากไม่มาจะมีการออกหมายจับกุมทันที

ต่อมานายนันทวัฒน์กมลรัมย์ได้เดินทางมาพบกับพันตำรวจโทบุญพาปาละแมรองผกก.สอบสวนเพื่อให้ปากคำสำหรับการดำเนินคดีกับนายรชฎซึ่งเป็นการแบ่งการสอบสวนออกเป็น2ฝั่งเพื่อให้รวดเร็วมากขึ้นเนื่องจากเริ่มมีชาวบ้านเข้ามาเพิ่มเติมตลอดเวลาและมีการด่าทอและมีการไลฟ์สดในบรรยากาศเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend