ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

จับตา ศาลวินิจฉัย "ธนาธร" ปมหุ้นวี - ลัคมีเดีย!

289 28
จับตา ศาลวินิจฉัย ธนาธร ปมหุ้นวี - ลัคมีเดีย!

พยานเบิกความชัด สมพรโอนหุ้นวี-ลัคมีเดีย ให้ฟื้นฟูกิจการ เมื่อตัดสินใจไม่เพิ่มเงินลงทุนจึงเลิกกิจการ ย้ำชัดสถานะหลานได้หุ้นหลักล้านไม่แปลก หลังเรียนจบถึงปัจจุบันก็ได้รับการสนับสนุนมาตลอด หลังจบการไต่สวนพยาน 10 ปาก ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัย 20 พ.ย.นี้ ให้คู่ความส่งคำแถลงปิดคดีภายใน 15 วัน

ศาลรัฐธรรมนูญ -18 ต.ค.62 เวลา 15.30 น. ศาลเบิกตัวนายปิติ จรุงสถิตพงศ์ (หลานเอ) ขึ้นเบิกความว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับหุ้นวี - ลัคมีเดีย อย่างไร โดยยืนยันว่านายปิติยืนยันว่ามีการโอนหุ้นในวันที่ 14 ม.ค. และโอนคืนในวันที่ 21 มี.ค. หลังการคุยแผนธุรกิจในวันที่ 19 มี.ค.ที่ประสงค์ให้นางสมพรลงทุนเพิ่มแต่นางสมพรไม่ตกลง ตนจึงตัดสินใจโอนหุ้นคืนโดยตนและน้องชายไปโอนหุ้นที่บ้านพักของนางสมพร ในวันดังกล่าวมีพนักงานบริษัทไทยซัมมิทและทนายความเป็นพยาน ส่วนเอกสารเกี่ยวกับการโอนหุ้นนั้นตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จัดทำ แต่คิดว่าทางบ.ไทยซัมมิทเป็นผู้ดำเนินการ โดยในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 19 มี.ค.มีรายละเอียดเรื่องการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น 5 คน ในจำนวนดังกล่าวมี กมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ นายทวี จรุงสถิตพงศ์ด้วย ทั้งนี้การโอนรับหุ้นในวันที่ 14 ม.ค. และโอนคืนในวันที่ 21 มี.ค. ไม่มีการชำระเงิน ใดๆ กับหุ้นตัวนี้

ต่อมานายทวี จรุงสถิตพงศ์ (หลานบี) เบิกความว่า ตนมีอาชีพประกอบธุรกิจส่วนตัว กรณี บ.วี-ลัคมีเดียนั้น ตนเข้าไป เกี่ยวข้องเพราะได้รับหุ้นมาจากนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยในวันที่ 14 ม.ค. 62 ทำสัญญาโอนหุ้นที่บ้านนางสมพร ซึ่งตนเดินทางไปพร้อมกับนายปิติ (พี่ชาย) เมื่อไปถึงบ้านของนางสมพรในเวลา 19.00 น. ได้พบกับนางสมพร เจ้าหน้าที่บัญชี 2 คน และทนายความ ซึ่งมีการเตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว โดยตนรับโอนหุ้นมาเพื่อฟื้นฟูกิจการ เอาธุรกิจมาทำใหม่ เนื่องจากตนเรียนจบสาขานิเทศศาสตร์ หลังจากได้รับมอบหมายได้ใช้เวลาอยู่สักพักหนึ่งในการ วิเคราะห์แผนธุรกิจมานำเสนอ 2 แนวทาง คือการปรับโครงสร้างจากสื่อสิ่งพิมพ์มาเป็นอีบุ๊ค หรือเพิ่มเป็นผู้พิมพ์ด้วยเนื่องจากมีเทคโนโลยีการพิมพ์แบบใหม่ๆ แต่ทั้ง 2 แนวทาง นางสมพรต้องเพิ่มเงินลงทุน ต่อมาเมื่อนางสมพรตัดสินใจไม่ทำธุรกิจต่อ ตนจึงโอนหุ้นคืนให้ในวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งในวันดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่บัญชีกับทนายความร่วมเป็นพยาน โดยในการโอนหุ้นไม่มีการชำระเงินค่าหุ้นแต่อย่างใด

จากนั้นนายทวีได้ตอบข้อซักถามของทนายความโดยอธิบายถึงการโอนหุ้นที่เป็นทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาทจากนางสมพร ว่า ตนได้รับการสนับสนุนจากนางสมพรตั้งแต่เรียนจบ และมีสถานะเป็นหลานชาย ก่อนหน้านี้เคยได้รับโอกาสให้เป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ซึ่งตนเป็นผู้ลงแรงส่วนนางสมพรเป็นผู้ลงทุน จนถึงปัจจุบันนางสมพรก็ยังให้การสนับสนุนตนในหลายๆด้าน นอกจากประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว ตนยังมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปสนามไดรฟ์กอล์ฟเบอร์ดีไฟว์ของนางสมพร ซึ่งตนดูแลมานานเกือบ 7 ปี

ต่อมานายพิพัฒน์พงศ์ รุจิตานนท์ ทนายความ เบิกความว่า ตนมีอาชีพเป็นทนายความมานานกว่า 1 ปี ทำคำรับรองเอกสารการโอนหุ้น เอกสารตราสารโอนหุ้น ในวันที่ 14 ม.ค. ได้จัดทำเอกสาร 2 ฉบับ โอนหุ้นจากสมพรไปให้กับนายทวีและนายปิติ และในวันที่ 21 มี.ค.โอนหุ้นจากนายทวีและนายปิติไปยังนางสมพร โดยในการโอนหุ้นทั้ง 2 วัน ทำกันที่บ้านของนางสมพร ระหว่างการโอนหุ้นทั้ง 2 ครั้ง มีนางลาวัลย์และนางกานต์ฐิตาเป็นพยาน และได้นำอากรสแตมป์ไปติดในเอกสารด้วย

หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนพยาน 10 ปากตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ศาลได้แจ้งคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายว่า ศาลนัดฟังคำวินิจฉัยคดีนี้ในวันพุธที่ 20 พ.ย.นี้ เวลา 14.00 น. และให้คู่กรณีส่งคำแถลงปิดคดีภายในเวลา 15 วัน นับจากวันนี้

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์