ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

วิธีคิด​ 'เจ้าสัวซีพี'​ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจําวัน

2.5K 26
วิธีคิด​ 'เจ้าสัวซีพี'​ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจําวัน

เสี่ยงได้ แต่ต้องไม่ให้ล้มละลาย คุณธนินท์บอกว่า จะลงทุนก็ต่อเมื่อประเมินแล้วได้ 70% เสี่ยง 30% เพราะไม่มีอะไรที่ 100% หรือ 50-50 ถ้าจะเอา 50-50 ต้องไปเล่นพนัน

ถ้าไม่นับข้อพิพาทวิจารณ์อื่นๆเกี่ยวกับเจ้าสัว CP หรือนายธนินท์ เจียรวนนท์ เกี่ยวกับการผูกขาดทางการค้าการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม การกินรวบ การไม่แบ่งปัน หรืออะไรก็ตามแต่ที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์เจ้าสัวคนนี้ แต่อย่างน้อยที่สุดคนที่ประสบความสำเร็จแล้วเป็นเศรษฐีอันดับ 1 ของประเทศก็มีวิธีคิดที่น่าสนใจและมีแง่มุมดี ที่เราสามารถจะเรียนรู้และนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

"ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว" คือชื่อหนังสือเล่มล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นานนี้ ของ "นายธนินท์ เจียรวนนท์" ใจความหลักๆ คือ ไม่ว่าความสำเร็จ หรือความล้มเหลว เขามีเวลา "ดีใจ" และ "เสียใจ" เพียงวันเดียวเท่านั้น โดยเลือกเก็บรับทั้งหมดไว้เป็นบทเรียน ข้อคิดส่วนนี้ถ้าเรานำมาใช้ในชีวิตประจำวันก็จะเป็นผลดีไม่น้อย เพราะว่า การที่เราดีใจกับเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จตอกย้ำวนเวียนอยู่กับอดีตที่เคยประสบความสำเร็จอยู่อย่างนั้น ก็จะไม่เกิดการพัฒนา เช่นเดียวกัน ถ้าเราเสียใจ ซ้ำๆ กับความล้มเหลว ความผิดหวัง ความพลัดพราก เราก็แทบที่จะไม่สามารถลุกขึ้นมายืนและตั้งหลักได้เลย เพราะฉะนั้นนี่คือวิธีคิดเดินทางสายกลาง ทำใจให้อยู่ตรงกลาง และมองไปข้างหน้าเสมอ

เฉกเช่นคำของเจ้าสัว CP ที่ระบุว่า ก่อนวิกฤต "อย่าเหลิง" คิดว่าเรามันยิ่งใหญ่แล้ว เราร่ำรวยแล้ว และต้องคิดเสมอว่าถ้ามีวิกฤตจะรับมือย่างไร ช่วงวิกฤต "อย่าท้อ" แสงสว่างจะมาแล้วถ้าเราผ่านไปได้

ยังมีอีกประโยคที่น่าสนใจ ที่คุณธนินท์ เปิดใจในงานวันเปิดตัวหนังสือเขาบอกว่าหากเจอวิกฤต "อย่าตาย" แต่ให้เลือก "ทิ้งบางอย่าง" อันนี้นับเป็นหลักการของนักธุรกิจทั่วไป ที่จะตัดสิ่งที่ไม่ใช่คุณค่าหลักขององค์กรทิ้งไปเมื่อเกิดวิกฤต แต่จะรักษาสิ่งที่ทำประโยชน์ หรือสร้างกำไรได้ ง่ายๆก็คือนักธุรกิจมักจะตัด ธุรกิจที่ทำแล้วไม่เกิดกำไรทิ้ง แต่ธุรกิจที่ยังมีกำไรแล้วไปต่อได้ ก็จะให้ความสำคัญและมุ่งหน้าต่อ

ในชีวิตประจำวันของเราก็เช่นเดียวกัน หากเราเจอวิกฤตหรือมรสุมในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน การเงิน หรือความรัก เราคงต้องหาทางเลือก หรือ ตัดใจทิ้งบางอย่าง เพื่อเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ให้ชีวิตเดินไปข้างหน้า

และอีกข้อคิดสำคัญ น่าจะเป็นนโยบายของเครือ CP ในการดำเนินธุรกิจคือ "เสี่ยงได้ แต่ต้องไม่ให้ล้มละลาย" คุณธนินท์บอกว่า จะลงทุนก็ต่อเมื่อประเมินแล้วได้ 70% เสี่ยง 30% เพราะไม่มีอะไรที่ 100% หรือ 50-50 ถ้าจะเอา 50-50 ต้องไปเล่นพนัน

ชีวิตคนเราก็เช่นกัน เวลาจะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบหลักการ 70:30 นี่สามารถนำไปใช้กับการตัดสินใจได้ในหลายเรื่อง

สำหรับคนที่ไม่ชอบเสี่ยงอย่างผม มุมหนึ่งอาจจะมองด้วยว่าการคิดแบบนี้ก็เหมือนกับอยู่ใน Comfort Zone คนรุ่นใหม่หลายคนมีความมีพฤติกรรมกล้าเสี่ยง ชนิดแบบ 50:50 แต่เราได้เห็นแล้วว่าผู้ที่มีประสบการณ์อย่างคุณธนินท์จะไม่มีทางเสี่ยง 50:50 เด็ดขาด ซึ่งหากเราจะจริงจังกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งในชีวิต เราจะต้องแน่ใจว่าสิ่งนั้นจะต้องไม่ล้มเหลว แล้วจะต้องมีโอกาส ที่จะได้ 70% และมีโอกาสที่จะล้มไปเพียงแค่ 30% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นความคิดที่รอบคอบ รอบด้านแม้ว่าจะเป็นความคิดแบบอนุรักษ์นิยมหน่อยก็ตาม

ส่วนข้อคิดสุดท้าย"ถือว่าไปทำงานคือการไปเที่ยว และการเจออุปสรรคเป็นอาหาร 3 มื้อ" ข้อนี้ ตรงกับความคิดของผมเลยทีเดียวเพราะทุกวันนี้ในอาชีพนักข่าวที่ต้องเดินทางบ่อย ผมไม่เคยคิดว่าไปทำงานเลย ผมคิดว่าไปเที่ยวตลอด และการไปเที่ยวนั่นแหละคือการที่ผมได้งานมาอย่างไม่กดดัน และทำออกมาได้ดี

แน่นอนเวลาเราออกไปข้างนอกหรือไปทำงานเราก็จะต้องเจออุปสรรค ซึ่งการที่คุณธานินทร์บอกว่าการเจออุปสรรคเป็นอาหาร 3 มื้อ มันหมายความว่าอุปสรรคเป็นสิ่งที่ต้องเจออยู่แล้ว และต้องเจอบ่อยต้องเจอทุกครั้งที่ทำงานด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องท้อแท้หรือสิ้นหวัง เมื่อต้องเจออุปสรรค เพราะเปรียบเหมือนอาหารที่ต้องรับประทานอยู่แล้ว

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #vajiravit #vajiravitdaily #Nation #NationTV

อ้างอิงhttps://www.bbc.com/thai/thailand-49950044?SThisFB

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย | ภาพโดย Nation TV