ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564

อ่านเกมค่ายภูมิใจไทย โชว์เอกภาพเน้นทำงาน"กล้าท้าลุย!"

132 6
อ่านเกมค่ายภูมิใจไทย โชว์เอกภาพเน้นทำงานกล้าท้าลุย!

การลงพื้นที่ของรมต.เเละส.ส.พรรคภูมิใจไทย ในภาคใต้(วันที่ 10-11ตุลาคม 2562 "ภูมิใจไทย สัญจร" ครั้งที่ 1 ที่จังหวัดพัทลุง )นับว่าเป็นการเดินเกมทางการเมืองที่ล้ำกว่าหลายพรรคร่วมรัฐบาลลุงตู่2

เเม้ล่าสุดศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง "การทำงานของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9 11 ตุลาคม

ระบุใจความหลักว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 46.82 ระบุว่า รัฐบาลทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศได้

รองลงมา ร้อยละ 28.18 ระบุว่า รัฐบาลขยันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆของประเทศ

ส่วนการทำงานของฝ่ายค้าน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 28.50 ระบุว่า ส.ส. ฝ่ายค้านส่วนใหญ่แสดงบทบาททางการเมืองแบบเดิม ๆ เช่น ด่ากันไปมา และชอบอ้างประชาชน และรองลงมาร้อยละ 23.73 ระบุว่า ฝ่ายค้านขยันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ

ตรงนี้คือดัชนีชี้วัดเบื้องต้นที่ชาวบ้านมองสองขั้วการเมือง ...

จุดนี้เองที่คีย์เเมนค่ายสีน้ำเงินจับจุดถูกเเละพยายามรื้อภาพจำข้างต้นออกไป โดยเร่งทำงาน"เจ็ดวัน ยี่สิบสี่ขั่วโมง "ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย สั่งการไว้

คนทำงานค่ายสีน้ำเงินเผยว่า ต้องเปิดเกมใหม่ สร้างภาพจำชุดใหม่ทางการเมืองขึ้นมา เพราะภาพจำดังกล่าวของชาวบ้าน หากไม่มีภาพจำใหม่ๆเกิดขึ้นนั้น การเมืองย่อมติดหล่ม ดังนั้นจุดนี้คีย์เเมนค่ายสีน้ำเงินจึงเปิดเกมเร็วในการทำงานเเละลดวาทกรรมการเมืองที่ไม่จำเป็นออกไปและเน้นการทำงานแก้ปัญหาปากท้องให้ชาวบ้านเป็นหลัก

ดังนั้นการจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาภาคใต้ 14 จังหวัดเป็นตัวคิกออฟการลงพื้นที่โดย 7รัฐมนตรี 51 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกพรรค ที่สะท้อนความเป็นเอกภาพ ในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรค เเละนำยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ ตามที่ พรรคภูมิใจไทย ได้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาขึ้นมาพิจารณา พร้อมทั้งวางเเผนตระเวนภาคต่างๆเพื่อดำเนินการพัฒนาพื้นที่ตามที่ได้หาเสียงไว้ในวันหน้า

เมื่อมองสิ่งที่ภท.ล่องใต้คราวนี้จะพบความคืบหน้าในการผลักดันโครงการสำคัญต่าง ๆ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้เข้าสู่พื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รวม 98 โครงการ/แผนงาน งบประมาณรวม 22,435,581,312 ล้านบาท

โดยมีโครงการแผนงานนำกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงสขลานครินทร์ ,โครงการยกระดับอสม.เป็น อสม.หมอประจำบ้าน ,โครงการสิ่งก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม สถานพยาบาล ,ปรับปรุง และขยายช่องจราจร ถนนเส้นทางหลักภาคใต้ ,โครงการพัฒนาลูกเสือมัคคุเทศก์และลูกเสือจิตอาสา พัฒนาศูนย์ กศน. ให้เป็นศูนย์ดิจิทัลชุมชน และพัฒนาการจัดการศึกษา กศน. ออนไลน์ เป็นต้นเพื่อให้สอดคล้องนโยบาย ลดอำนาจรัฐ เพื่อปากท้องประชาชน และเป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ของพรรคภท.

การขยับเเบบนี้ย่อมสร้างเเรงสะเทือนให้ค่ายสีฟ้าที่เคยครองปักษ์ใต้มาหลายสิบปี เเละมองสิ่งที่นางนาที รัชกิจประการ เเกนนำภาคใต้ภท.ระบุว่า"เเปดเขตที่ได้มาคราวนี้ คราวหน้าต้องคูณสอง "เเสดงถึงความมั่นใจในการขยายธงสีน้ำเงินให้ปักได้เพิ่ม!และไม่มองใครเป็นคู่แข่ง จะมีคู่แข่งเพียงอย่างเดียวคือความเดือดร้องของพี่น้องประชาชน

ด้านนายชินวรณ์ บุญยเกียติส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวไว้กับสื่อบางเเขนงว่า..

การลงไปทำกิจกรรมของพรรคภูมิใจไทยจะเห็นชัดว่ามีเจตนาที่จะเริ่มกระบวนการในการหาเสียง แต่การลงไปพัฒนาพื้นที่ให้ประชาชนนั้นเราต้องใจกว้างและเข้าไปให้ความร่วมสนับสนุนหรือเสนอแนะ และพรรคเองก็เป็นรัฐบาลก็ต้องใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจกับประชาชนหรือชี้ให้เห็นว่านโยบายที่เราดำเนินการไปเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างไร ถือเป็นการแข่งขันตามปกติของระบบการเมือง แต่สิ่งที่ห่วงคืออยากเห็นการเมืองที่สร้างสรรค์ ไม่ใช้วิธีการอื่นที่นอกเหนือจากกฎหมายเช่นซื้อเสียง สร้างอิทธิพลในพื้นที่ ตรงนี้น่าเป็นห่วงมากกว่า

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องมีความกระตือรือร้นมากขึ้น ด้วยยุทธศาสตร์เรียกศรัทธาจากประชาชนที่ขณะนี้มี 3 เรื่อง คือ 1. รัฐมนตรีต้องโชว์ผลงานด้วยการเข้าไปแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะนโยบายหลักๆ 2. ในเรื่องของสภาที่ ส.ส.ต้องทำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือและตรวจสอบวางบทบาทให้ประชาชนคาดหวังได้ และ 3. พรรคต้องมียุทธศาสตร์และนโยบายในพื้นที่ให้มากกว่าเดิม โดยทั้งหมดต้องขับเคลื่อนด้วย ส.ส.พรรคเป็นหลัก

เเบบนี้คล้ายว่าส.ส.ค่ายสีฟ้าก็กังวลในระดับหนึ่งกับจังหวะของภท.เเละปชป.กำลังจะเน้นหนักกับการพบมวลชนเพื่อมิให้ปันใจให้เพื่อนร่วมเรือเหล็ก เเต่เป็นคู่เเข่งในสนามการเมือง

เกมนี้น่าติดตามต่อว่าภท.กับปชป.บนเวทีการเมืองปักษ์ใต้นั้นจะชิงเหลี่ยมถือเเต้มกันอย่างไร

รวมทั้งพรรคอื่นๆจะขยับจังหวะเช่นใดในการหาพื้นที่ครองใจชาวบ้านสิบสี่จังหวัดภาคใต้ให้ได้ที่ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนทัศนคติและความเชื่อเดิมๆ

น่าติดตามยิ่ง...

ล้อมกรอบ

รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่จังหวัดสงขลา และพัทลุง ว่า

"พรรคภูมิใจไทย กำลังทำงานเชิงรุก การเลือกพื้นที่ภาคใต้ เพราะประสบความสำเร็จมาแล้วในการเลือกตั้งที่ผ่านมา มาถึงวันนี้ จึงมองจำนวนคะแนนเสียงที่มากกว่าเดิม

ต้องยอมรับว่าหลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย มีการทำงานที่ก้าวหน้า การทำนโยบาย เร็ว สิ่งที่ประกาศไว้ เดินหน้าทันที พรรคประชาธิปัตย์ กำลังเดินตามทางนี้ แต่ก็ไล่หลังพรรคภูมิใจไทย

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ปัจจุบัน ยังขาดความเป็นเอกภาพ ขนาดจะให้รัฐมนตรีลาออกจาก ส.ส.ก็ทำไม่ได้ เพราะกลัวพรรคพวกของตนไม่ได้ขึ้นมาแทน

สถานการณ์ที่พรรคอื่น ขยับช้า พรรคภูมิใจไทย ต้องเร่งทำคะแนน ขอเปรียบกับ ดารามีชื่อเสียง ลงไปที่ไหน ประชาชนก็สนใจ แล้วพรรคภูมิใจไทยมีหัวหน้าพรรคที่เเสดงออกมาทางสื่อว่ามีความกล้าชน กล้าลุย แถมมีเรื่องการขับเครื่องบินรับส่งหัวใจไปเสริม คนนี้คือกระแส เมื่อมีกระแส มันต้องลุยแล้ว ในอนาคต พรรคภูมิใจไทย น่าจะได้คะแนนนิยมจากภาคใต้ มากกว่าเก่า เมื่อมาดูวิธีทำงาน พรรคกล้าชน กล้าลุย คาดหวังคะแนนได้เลย

ส่วนเรื่องไฮสปีด การทำงานของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ทำให้ประชาชนได้เห็นรายละเอียดของสัญญาการก่อสร้าง ได้รู้เงื่อนไขต่างๆ เป็นมิติใหม่ แต่ขอแนะนำว่าการทำงาน อย่าไปคิดเรื่องความคืบหน้าในกระทรวงเท่านั้น แต่ประชาชนต้องได้รับผลประโยชน์นั้นด้วย นโยบายไหนมันซับซ้อน อาศัยเวลา ต้องทำให้ประชาชนเห็นเป็นขั้นตอน ทั้งนี้ คิดว่า ในช่วงปลายปี ตอนที่แถลงความสำเร็จของนโยบาย พรรคภูมิใจไทย ต้องโชว์ของว่าแต่ละนโยบายทำไปถึงไหนแล้ว"


เรื่องโดย ทีมข่าวการเมืองเครือเนชั่น | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์