ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562.

นาซา เผยโลก อยู่ในช่วงครึ่งทศวรรษที่ร้อนที่สุดในรอบ 120 ปี

54 26
นาซา เผยโลก อยู่ในช่วงครึ่งทศวรรษที่ร้อนที่สุดในรอบ 120 ปี

เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เผยว่า องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ องค์การนาซา (NASA) กล่าวว่า ในปีคศ.2018 เป็นอีกปีหนึ่งทีร้อนที่สุด โดยอุณหภูมิที่วัดได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปีคศ. 1951 -1980 อยู่ 0.83 องศาเซลเซียส (หรือ 1.5 องศาฟาเรนไฮต์)

นับว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 นับตั้งแต่ได้มีการบันทึกมาตั้งแต่ปีคศ. 1880 ในความเป็นจริง 5 ปีที่ผ่านมานั้นเป็น "ปีที่ร้อนที่สุดตั้งแต่มีการตรวจวัดแบบสมัยใหม่" ซึ่งในปี 2016 ถือเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยปี 2017 จะมาเป็นอันดับสองและอันดับสามในปี 2015 

โดยนักวิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาอวกาศจากสถาบัน Goddard ของนาซ่า (GISS) ในเมืองนิวยอร์ก ได้ข้อสรุปว่า จากสถิติดังกล่าวทำให้ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงครึ่งทศวรรษที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมาในรอบ 120 ปี

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) กล่าวว่าอุณหภูมิในปีคศ. 2016 คือปีที่ทำลายสถิติปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยในยุคก่อนอุตสาหกรรมถึง 1.2 องศาเซลเซียส เนื่องด้วยได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังแรง ทำให้ความร้อนในชั้นบรรยากาศมีค่าสูงขึ้นกว่าปกติ เป็นผลให้อุณหภูมิของน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนเพิ่มสูงขึ้นตามมาด้วย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร ได้ออกมาเตือนถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเมื่อเปรียบเทียบระหว่างค่าก่อนยุคอุตสาหกรรมกับในปัจจุบัน ถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งหากการเพิ่มขึ้นยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นนี้มีความเป็นไปได้ถึง 10 % ที่อุณหภูมิจะเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 1.5 องศาเซลเซียสในปีใดปีหนึ่งในช่วงระหว่างปีคศ. 2019 - 2023 

โดยองค์การ NASA ได้กล่าวเสริมว่า อุณหภูมิดังกล่าวอาจจะเกิดการผันผวนได้ตามแต่ละภูมิภาค แต่บริเวณอาร์กติกจะเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนรุนแรงที่สุด เห็นได้จากธารน้ำแข็งที่หดตัวและมีการลดลงของจำนวนน้ำแข็งในทะเลอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิในระยะยาวมีแนวโน้มสูงขึ้น

ในส่วนของนักวิจัยจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก มีความเห็นว่าควรให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับแนวโน้มสถิติของอุณหภูมิในระยะยาวมากกว่าการจัดอันดับให้กับอุณหภูมิสูงสุดที่เกิดขึ้นในแต่ละปีเนื่องจากหลายๆ  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีกเรื่อยๆในปีถัดไป และดูเหมือนภาวะโลกร้อนน่าจะสร้างสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดอีกในปีคศ. 2019 

เนื่องจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นในแต่ละปีนับตั้งแต่ปีคศ. 2001 เป็นต้นมา เกิดขึ้นทั้งหมด 18 ครั้งแล้วในรอบ 19 ปี ซึ่ง Dr. Gavin Schmidt ผู้อำนวยการแห่งสถาบัน GISS ได้กล่าวไว้ว่า ปีคศ. 2018 เป็นปีหนึ่งที่มีอุณหภูมิสูงเป็นลำดับต้นๆ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกได้เพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 2 องศาฟาเรนไฮต์หรือประมาณ 1 องศาเซลเซียส ซึ่งเวลาที่ยาวนานที่โลกต้องเผชิญในปีที่ร้อนที่สุดดูจะสำคัญเหนือกว่าการจัดอันดับความร้อนให้กับโลกในแต่ละปี

ผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ผลค่าวิเคราะห์อุณหภูมิขององค์การนาซ่าที่ได้จากการรวบรวมอุณหภูมิผิวพื้นทั้งหมดที่ได้จากสถานีตรวจอากาศภาคพื้นกว่า 6,300 แห่ง รวมทั้งการสำรวจอุณหภูมิที่ผิวน้ำทะเลที่ได้จากเรือ ทุ่น และสถานีวิจัยในแอนตาร์กติกาทั้งหมด 

โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาได้เกิดอุณหภูมิสูงขึ้นมากอย่างผิดปกติทั้งที่วัดได้จากบนภาคพื้นดินและมหาสมุทร ซึ่งอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกได้ถึงสภาพอากาศที่มีความรุนแรงและผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจและระบบนิเวศน์อีกด้วย 

สิ่งสำคัญที่ทั่วโลกควรตระหนักขณะนี้คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการวางมาตราปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศ เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก 

ตามข้อมูลจากองค์กรจัดการด้านสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติหรัฐอเมริกา (NOAA) ระบุว่า นับตั้งแต่ที่มียุคการปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมมาจนกระทั่งเริ่มมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมากออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ ก๊าซเรือนกระจก เหล่านี้ทำให้อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศใกล้ผิวโลกมีค่าสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นวงกว้าง จนทำให้รูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกนั้นเกิดความแปรปรวนในที่สุด

Shaun Martin จากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล กล่าวว่า นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เตือนว่าอนาคตของเราจะไม่เหมือนกับในอดีต แม้ว่าเราจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างมากในไม่กี่ปีข้างหน้า แต่สิ่งต่างๆ ก็จะแย่ลงกว่าเดิมก่อนที่มันจะดีขึ้น และภาวะโลกร้อนจะยังคงเป็นอันตรายต่อธรรมชาติและผู้คนทั่วโลกต่อไป

อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของประเทศไทย

สำหรับอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทย เมื่อพิจารณาในช่วงเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2524-2561) พบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยรายปีของไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น ในอดีตกลางวันและกลางคืนอุณหภูมิแตกต่างกัน ค่อนข้างมากซึ่งไม่ได้ร้อนทั้งวัน 

แต่ปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบันนี้คือ ลักษณะอากาศมีความร้อนอบอ้าวทั้งวัน ทั้งที่กลางคืนควรจะเย็นลงกลับไม่เย็น อุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุดใกล้เคียงกันโดยอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียส ทำให้คนรู้สึกถึงอากาศที่ร้อนจัด จากข้อมูลภูมิอากาศในอดีตค่าเฉลี่ยอุณหภูมิต่ำสุดของประเทศไทยคือ 22 องศาเซลเซียส 

แต่ในปัจจุบันอุณหภูมิต่ำสุดกลับสูงขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 25 - 30 องศาเซลเซียส ในขณะที่อุณหภูมิสูงสุดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ย 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นมาผิดปกตินั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงในหลายรูปแบบ 

อย่างไรก็ตามในส่วนของการเปลี่ยนแปลงปริมาณฝนรายปีในประเทศไทยยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากมีความผันแปรไปตามปัจจัยที่ก่อให้เกิดฝนในแต่ละปี แต่สิ่งที่ค่อนข้างชัดเจนคือจำนวนวันที่ฝนตกมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่ความเข้มของฝนที่ตกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

แปลและเรียบเรียงจาก https://www.dailymail.co.uk/sciencetech/article-6675081/Earth-justexperienced-FOURTH-hottest-year-record.html

ที่มา https://www.tmd.go.th/programs//uploads/weatherclimate/re%20now%20in%20the%20warmest%20half-decade%20in%20over%20120%20years.pdf

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV