ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

เจอ 6 ข้อหา! 2 วัยรุ่นบุกทำร้ายร่างกายในห้องฉุกเฉิน

2.7K 11
เจอ 6 ข้อหา! 2 วัยรุ่นบุกทำร้ายร่างกายในห้องฉุกเฉิน

บึงกาฬ - ค้านการประกันตัว! ฝากขัง 2 หนุ่มตีกันให้ห้องฉุกเฉินเจอ 6 ข้อหา!! คดี 2 วัยรุ่นกรูกันเข้ามาทำร้ายร่างกายหนุ่มคู่อริภายในห้องฉุกเฉินเพิ่มเป็น 6 ข้อหา

ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ แถลงคืบหน้าคดีกลุ่มวัยรุ่นบุกเข้าไปทำร้ายคู่อริถึงในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลปากคาด แจ้งเพิ่มเป็น 6 ข้อหาหนักนำตัวฝากขังพร้อมคัดค้านการประกันตัวนอนคุกให้เข็ด ผู้การ/สสจ./ปลัดจังหวัด และหัวหน้าสถานีทุกแห่ง ประชุมวางมาตรการไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 8 ต.ค.พล.ต.ต.พลัฏฐ์(พะ-ลัด) วิเศษสิงห์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ ร่วมกับ นพ.ชัชวาลย์ ฤทธิ์ฐิติ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ นายจำรัส กังน้อย ปลัดจังหวัด ร่วมแถลงคืบหน้าของคดีกลุ่มวัยรุ่นบุกรุกทำร้ายคู่อริที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ปากคาด ต.ปากคาด อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ โดยได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมจากการทำร้ายร่างที่ดำเนินคดีไปแล้ว เพิ่มข้อหาอีก 6 ข้อหา กับ 2 วัยรุ่นที่เข้าไปทำร้ายร่างกายอริในห้องฉุกเฉิน ซึ่งสามารถติดตามตัวทั้ง  2 คนมาดำเนินคดีได้แล้ว พร้อมกับนำตัวส่งศาลฝากขัง และคัดค้านการประกันตัว ซึ่งจากดุลพินิจของอัยการให้ประกันตัวไปแล้ว 1 รายในวงเงิน 100,000 บาท หลังจากแถลงผลคดีเสร็จสิ้น ได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งในท้องที่จังหวัดบึงกาฬ เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

สำหรับแนวทางในการดำเนินคดีนั้น หลังจากนี้พนักงานสอบสวน จะได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสอบปากคำเจ้าหน้าที่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นพยาน สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมเพื่อนำมาพิจารณาประกอบคดี ในส่วนของ รพ. ปากคาด ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ถึงแม้จะพบว่าเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไม่ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินของทางราชการไม่ได้รับความเสียหาย แต่พฤติการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เป็นพฤติการณ์อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง อีกทั้งทำให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ตลอดจนผู้ที่มา รับการรักษาแตกตื่นตกใจกลัวกับเหตุการณ์ดังกล่าว นพ.จรูญ สุรารักษ์ ผอ. โรงพยาบาลปากคาด จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายศิวกรฯ และนายยศพลฯ ในฐานความผิดเกี่ยวกับร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการ(ห้องฉุกเฉิน)โดยใช้กำลังประทุษร้ายในเวลากลางคืน และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วตามคดีอาญาที่ 196/2562

พล.ต.ต.พลัฏฐ์(พะ-ลัด) วิเศษสิงห์ ผบก.ภ.จว.บึงกาฬ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ก่อเหตุโดยไม่ยำเกรงต่อกฏหมาย ถือเป็นพฤติกรรมที่ค่อนข้างรุนแรง เรื่องนี้ทางตำรวจได้ให้ความสำคัญภาพที่ออกสื่อไปครั้งแรกปรากฏว่ามีการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดไป ขอชี้แจงว่านั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการดำเนินการ ณ ปัจจุบันนี้ทางตำรวจและโรงพยาบาลจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดนี้จำนวน 6 ข้อหา 1.ร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายผู้อื่นในเวลากลางคืน 2.ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย 3.ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ 4.ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ 5.ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย และ 6.ร่วมกันทำให้ผู้อื่นเกิดความตกใจกลัว ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตุให้ผู้ที่บาดเจ็บที่มารอรับการรักษาเกิดความตกใจและไม่ได้รับการรักษา ซึ่งเราพิจารณาว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนค่อนข้างรุนแรง เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับกลุ่มบุคคลอื่น เราถึงได้ดำเนินคดีในขั้นเด็ดขาด ซึ่งทาง สภ.ปากคาด ได้เรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม 6 ข้อหานี้ และได้นำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลจังหวัดบึงกาฬฝากขัง โดยคัดค้านการประกันตัว ซึ่งก็ขอให้พี่น้องประชาชนให้ความสบายใจได้ว่าตำรวจเราเอาจริง และจะไม่ยินยอมให้การกระทำลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ

นพ.ชัชวาลย์ ฤทธิ์ฐิติ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า จากนี้ในตอนกลางคืนทุกโรงพยาบาลจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจตราลงบันทึกเหตุการณ์ทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีเทศกาลจะขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลประจำอยู่โรงพยาบาล หากมีกำลังน้อยก็ขอให้มาตรวจตราถี่มากขึ้น ซึ่งหากมีเหตุเกิดขึ้นก็จะระงับเหตุได้ทัน ซึ่งต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้ามาระงับเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้อย่างรวดเร็วหลังแจ้งไปไม่นาน

ด้านนายจำรัส กังน้อย ปลัดจังหวัด กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายสนิท ขาวสอาด ให้เข้ามาร่วมประชุมหารือแนวทางการป้องกัน ในส่วนของการปกครองนั้น  จะได้ประสานงานไปที่นายอำเภอทุกอำเภอให้ประสานงานกับผู้กำกับหรือหัวหน้าสถานีให้ประชุมชี้แจงกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชรบ.หมู่บ้าน ให้ดูแลลูกหลานโดยเฉพาะเด็กเยาวชน หากพื้นที่ไหนมีการจัดงานให้ตำรวจประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ อส.จากอำเภอ เข้ามาช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและประชาชน เพื่อป้องปรามไม่ให้เป็นฉนวนก่อเกิดความรุนแรงเหมือนเหตุการณ์นี้.

นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.บึงกาฬ 

เรื่องโดย News-Center | ภาพโดย News-Center
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend