ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562.

"พปชร." โวดัน "ชิมช้อปใช้" ให้ปชช. ทั้งที่ไม่ได้ "หาเสียง"

29 15
พปชร. โวดัน ชิมช้อปใช้ ให้ปชช. ทั้งที่ไม่ได้ หาเสียง

"สนธิรัตน์" กำชับ "ส.ส.พปชร." ต้องเข้าใจรายละเอียด "ร่างพ.ร.บ.งบฯ" โยน "วิปรัฐบาล" คุมเสียง โว ดัน "ชิมช้อปใช้" ทั้งที่ไม่ได้หาเสียง เผย ตั้งคณะศึกษา "แก้ รธน." ใน 1 ปี

เมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงภายหลังการประชุม ส.ส. ว่า พรรคได้หารือถึงแนวทางการอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยได้นัดหมาย ส.ส.ให้มาหารือทำความเข้าใจกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า ซึ่ง ส.ส.ของพรรคต้องเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณทั้งหมด ส่วนเรื่องตัวบุคคลที่จะอภิปรายในสภา เป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน ส่วนสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำของฝ่ายรัฐบาล เป็นเรื่องที่วิปรัฐบาลจะต้องทำหน้าที่ต่อไป ตอนนี้ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่าต้องบริหารความเสี่ยงกันอย่างไร และเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างใกล้ชิด และเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะดำเนินการไปอย่างราบรื่น

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐประเมินผลงานรัฐบาลที่ทำงานมาแล้ว 3 เดือนอย่างไร นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ในความเป็นรัฐบาลเราจะมองความเป็นพรรคอย่างเดียวไม่ได้ ในฐานะพรรคแกนนำได้พยายามผลักดันทุกนโยบายให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งเราก็ต้องทำให้เกิดการผสมผสานกับนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ที่ผ่านมารัฐบาลเริ่มมีผลงานออกมาแล้ว แต่นโยบายหลักๆ คงต้องใช้เวลา และเราพยายามขับเคลื่อนนโยบายโดยให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด อย่างกรณีโครงการชิมช้อปใช้ ก็ไม่ได้เป็นนโยบายของพรรคที่ใช้หาเสียง แต่เราต้องผลักดันเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งต้องดำเนินการ ส่วนนโยบายของพรรคพปชร. ก็เป็นสิ่งที่ต้องทำไปตามข้อจำกัดที่มีอยู่ โดยเฉพาะงบประมาณประจำปีที่มีอยู่อย่างจำกัด

เมื่อถามว่าในฐานะแกนนำรัฐบาลให้คะแนนการทำงานของรัฐบาลอย่างไร นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เราเป็นแกนนำรัฐบาล เราพยายามทำทุกอย่างในรูปแบบรัฐบาล พรรคเน้นผลงานเป็นตัวตั้ง จุดยืนของเราขณะนี้ต้องขับเคลื่อนผลงานรัฐบาลให้ออกมาให้มากที่สุด เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาให้กับประชาชนต่อไป

นายสนธิรัตน์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรค พปชร.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า เมื่อใช้รัฐธรรมนูญไประยะหนึ่งแล้วจึงจะตั้งคณะขึ้นมาศึกษาข้อดี ข้อเสีย เรื่องดังกล่าวต้องตั้งต้นที่สภาฯ ซึ่งหลายพรรคต่างมีจุดยืนของตัวเอง ต้องหารือและรับฟัง อย่างไรก็ตาม เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น 1 ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งมีการระบุว่าจะมีการตั้งคณะศึกษาเร่งด่วนใน 1 ปี ก็ยังจะดำเนินการตามนั้น

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์