ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2562.

"อุ้ม ลักขณา" เจอดราม่าห่วงลูก

1.2K 8
อุ้ม ลักขณา เจอดราม่าห่วงลูก

เป็นเรื่อง! เมื่อ "อุ้ม" ลักขณา และสามี บอล กฤษณะ อมิตรสูญ พา "น้องดิสนีย์" ลูกสาว ซึ่งกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าเอ็นดู ไปร่วมงานแต่งงาน และหลังจากนั้นได้กลับไปโพสต์อินสตาแกรมระบายความในใจ แต่กลับถูกชาวเน็ตต่อว่า ด้าน "เพจหมอดัง" ชื่นชม

โดย "อุ้ม" ได้พาลูกสาวไปร่วมงานแต่งงานของ "ดีเจแมน" และ "ใบเตย" แต่กลับมีประเด็นดราม่าเกิดขึ้น เมื่อ "อุ้ม" ได้โพสต์ข้อความลงอินสตาแกรม ระบุว่า

เมื่อวานลูกออกงานครั้งแรกเก่งมาก ไม่ร้องเลยดีดมากคนเก่งหนูเก่งที่สุดเลย แต่ด้วยความน่ารักของหนู หนูโดนหอมโดนจับมือจับแก้มตลอดเวลา แล้วหนูก็เอามือเข้าปาก แม่รู้ว่าหนูน่ารัก ใครๆ ก็เอ็นดูหนู แต่แม่ขอเถอะนะคะ มือเราบางทีไปจับอะไรมาละไม่ได้ล้างมือแล้วมาจับมือน้องมาหอมแก้มน้องมันมีแต่เชื้อโรคไง เด็กเค้ายังไม่มีภูมิคุ้มกันแล้วน้องก็เป็นผื่นคันทั้งหน้าดีไม่ดี น้องอาจติดเชื้อในกระแสเลือดได้เลย

เดี๋ยวนี้โรคระบาดมันเยอะเหลือเกิน อย่าหาว่าแม่กระแดะหวงลูกมากไปนะคะ คนมีลูกถึงจะเข้าใจเวลาที่เข้าเจ็บป่วยแล้วเค้าเป็นเด็กเค้าบอกไม่ได้ คนบางคนไม่เข้าใจมาจับมือน้องอยู่นั่นแม่เอาออกก็ดึงไปจับอีก จะให้พูดตรงๆ เดี๋ยวก็หาว่าไม่ดีงัยคนเค้ารักเค้าเอ็นดูลูกเรา เวลาลูกเราป่วยมาเอ็นดูกับเรามั้ยล่ะ บางคนถามขอจับหน่อยนะคะ แม่ยันไม่ทันตอบมือมาถึงแล้วจ้า แม่ตัองฉีดเสปรย์ฆ่าเชื้อใส่มือดิสจนเปื่อย ที่พูดไม่ใช่แค่หมายถึงแค่ดิสนีย์ รวมถึงเด็กๆ ทุกคนด้วย เราเอ็นดูเค้าได้แต่อย่าไปจับลูกเค้าเลย แม่ๆ ด้วยกันคงเข้าใจทีสุด เฮ้อออออ ข่าวก็ออกเยอะแยะเรื่องเชื้อโรคที่มาจากผู้ใหญ่จับหอมเด็กเนี่ย อ่านบ้างงงง

แต่หลังจาก "อุ้ม" ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวออกไปก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ที่เข้าใจ สาวอุ้ม เพราะหากเด็กได้รับเชื้อมาจากอันตรายจริงๆ แต่อีกส่วนก็บอกว่า หากหวงมากก็เอาไว้บ้าน ไม่ต้องพาไปออกงาน

-----

ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ "เลี้ยงลูกตามใจหมอ" ได้โพสต์ข้อความถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งเป็นไปในทางชื่นชม "อุ้ม" โดยระบุข้อความว่า

#ดราม่าอุ้มลักขณา

#เรื่องที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงจะเข้าใจ

#รณรงค์การไม่กอดหอมลูกคนอื่น

เมื่อวันก่อนในงานแต่งงานของใบเตยและคุณแมน คุณอุ้ม ลักขณา ก็พาน้องการ์ตูน ลูกสาวคนโต และน้องดิสนีย์ ลูกสาวคนเล็กมาร่วมแสดงความยินดีด้วย แต่หลังจากงานคุณอุ้ม ก็ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับลูกคนเล็กไว้น่าคิดโดยพ่อหมอตัดทอนลงให้กระชับดังนี้

"ด้วยความน่ารัก หนูโดนหอมโดนจับมือจับแก้มตลอดเวลา แม่ขอเถอะนะคะ มือเราบางทีไปจับอะไรมาละไม่ได้ล้างมือแล้วมาจับมือน้องมาหอมแก้มน้องมันมีแต่เชื้อโรคไง เด็กยังไม่มีภูมิคุ้มกันแล้วน้องก็เป็นผื่นคันทั้งหน้า ดีไม่ดี น้องอาจติดเชื้อในกระแสเลือดได้เลย เดี๋ยวนี้โรคระบาดมันเยอะ อย่าหาว่าแม่กระแดะหวงลูกมากไปนะคะ คนมีลูกถึงจะเข้าใจเวลาที่เค้าเจ็บป่วย

คนบางคนไม่เข้าใจมาจับมือน้องอยู่นั่นแม่เอาออกก็ดึงไปจับอีก จะให้พูดตรงๆ เดี๋ยวก็หาว่าไม่ดี คนเค้ารักเค้าเอ็นดูลูกเรา เวลาลูกเราป่วยมาเอ็นดูกับเรามั้ยล่ะ บางคนถามขอจับหน่อยนะคะ แม่ยันไม่ทันตอบมือมาถึงแล้วจ้า ที่พูดนี่รวมถึงเด็กๆ ทุกคนด้วย เราเอ็นดูเค้าได้แต่อย่าไปจับลูกเค้าเลย แม่ๆ ด้วยกันคงเข้าใจทีสุด เฮ้อออออ ข่าวก็ออกเยอะแยะเรื่องเชื้อโรคที่มาจากผู้ใหญ่จับหอมเด็กเนี่ย อ่านบ้างงงง"

และแน่นอน หลายคนอ่านข้อความนี้เข้าไปก็หาว่า ถ้าไม่อยากให้คนอื่นกอดหอม ก็อยู่บ้านไปไหม หาว่าเป็น 'ลูกเทวดา' แตะต้องไม่ได้ บลา ๆ ๆ ๆ

ตัดภาพมาที่พ่อหมอ และเหล่าคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายครับ "เอ้า ! #ปรบมือให้คุณอุ้มสิครับ รออะไร" พูดแทนหมอเด็กและคุณพ่อคุณแม่ได้ถูกต้องและเห็นภาพที่สุดแล้ว ผู้ใหญ่คือตัวนำพาเชื้อโรคชั้นดีมาให้เด็กอยู่เสมอมา เพราะผู้ใหญ่ภูมิคุ้มกันดีกว่า สัมผัสเชื้ออาจไม่มีอาการ แต่พอส่งต่อมาให้เด็กสัมผัสเชื้อ บางทีเรื่องใหญ่ครับ

ไม่งั้นเราคงไม่เห็นเด็กเล็กจิ๋วที่ไม่เคยออกจากบ้านไปไหนติดเชื้อ RSV คาบ้านหรอกครับ เชื้อเหล่านี้มันไม่เก่งขนาดแทรกซี่กรงหน้าต่างมาหาเด็กได้เองหรอก มันต้องมีคนพาเชื้อมาให้เด็ก จริงอยู่ที่ว่าเชื้อไวรัสส่วนใหญ่สามารถลอยอยู่ได้ในอากาศ แต่มันก็ต้องออกมาจากสารคัดหลั่งที่ไอจามมาให้เด็กสัมผัส และ #มันก็มีรัศมีของมัน ครับ ไม่กี่เมตรหรอกจ้ะ ไม่ใช่ไอที่ระยอง แล้วจะกระจายไปติดคนถึงตราดในทีเดียว จริงไหมครับ มันต้องมีคนพาเชื้อมาให้เด็กครับ

ฟังตรงนี้ดี ๆ ครับ เราพาลูกเราออกจากบ้าน เรารับรู้ #ความเสี่่ยงที่ลูกต้องสัมผัสคนป่วยหรือเชื้อโรค อยู่แล้ว นั่นคือสิ่งที่พ่อแม่อย่าง #เรายอมรับความเสี่ยงนั้น ชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียดีแล้ว จึงพาลูกออกจากบ้าน เพื่อให้เขาเจอที่ใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ กิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมรับความเสี่ยงจาก มือ ปาก น้ำลาย ของคนทั่วไปใครก็ไม่รู้ที่พอเห็นลูกเราน่ารักก็พุ่งตัวเข้ามาจับ กอด หอมกันอย่างตามอัธยาศัย #มากไปมั้ง เอาไว้ทำกับญาติตัวเองก้แล้วกันเนอะ เวลาป่วยก็ไปช่วยเขาดูแลด้วยนะจ๊ะ แฟร์ ๆ

ย้ำว่า มีเด็กป่วย และตายจากการกอดหอมมาไม่น้อยแล้ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไข้หวัดใหญ่ยับระบาด RSV ยังมาเรื่อย ๆ มือเท้าปากเพิ่งเริ่มซาลงไป ไม่ใช่ญาติ อย่าไปกอดหอมลูกใครดีที่สุดนะจ๊ะ แม้จะเป็นญาติก็ควรล้างมือก่อนสัมผัสเด็กอยู่ดี เพราะนั่นคือความปลอดภัยที่เราหยิบยื่นให้เด็กได้ครับ

เรื่องง่าย ๆ ที่ถึงไม่ได้เป็นพ่อแม่ก็ควรเข้าใจ

#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ

สมัยลูกยังแก้มยุ้ย ๆ เป็นเบบี๋ เคยพาลูกไปตลาด แล้วแม่ค้าพุ่งตัวเข้ามาจะหอมแก้มลูกโดยที่ไม่ขออนุญาต ด้วยสัญชาตญาณจึงเอี้ยวตัวหลบอย่างไว แล้วบอกไปว่า "ไม่หอมนะครับ เด็กเล็กป่วยง่ายน่ะครับ" แต่ในใจคิดว่า "ถ้าป่วยขึ้นมา ป้าจะมาช่วยดูแลเรอะ สนิทกันแค่ไหน แค่ชื่อเรายังไม่รู้จักกันเลย" หยอกล้อทักทายกันได้ครับ แต่ขอไม่จับไม่กอดหอมเด็กเล็กเนอะ มารยาทนิดนึง

อ่านโพสต์ต้นฉบับ

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV