ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564

กอ.รมน. ยัน ไม่กลั่นแกล้งฝ่ายค้าน-นักวิชาการ จนท. ทำตาม กม.

135 55
กอ.รมน. ยัน ไม่กลั่นแกล้งฝ่ายค้าน-นักวิชาการ จนท. ทำตาม กม.

โฆษก กอ.รมน. ยืนยัน ไม่ได้กลั่นแกล้ง 12 แกนนำ-นักวิชาการ เสวนาภาคใต้ ย้ำเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย ถ้าไม่ทำอาจโดนมาตรา 157 พร้อมแจง ไม่ได้สืบทอดอำนาจ คสช.

วันนี้ (7 ต.ค. 62) พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ชี้แจงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดี แกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คน ที่จัดเสวนา "พลวัฒแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่" ที่ จ.ปัตตานี ว่า ในช่วงหนึ่งของการเสวนามีการพาดพิงมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ที่ทำหน้าที่ด้านกฎหมาย ดำเนินคดีแจ้งข้อหากับผู้ที่เข้าร่วมเสวนาวันนั้น

ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินคดีมีความจำเป็นในเรื่องของการปฎิบัติงาน ถ้ามีการเพิกเฉย หรือละเว้น ทางเจ้าหน้าที่อาจจะได้รับผลกระทบ ผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ และคิดว่าการปฏิบัติต่างๆ เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย โดยผลที่ออกมาให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล ทุกคนคงเข้าใจตรงกัน และเคารพต่อศาล

ส่วนที่มีการพูดถึงการปฏิรูป กอ.รมน. นั้น พล.ต.ธนาธิป ยืนยันว่า ที่ผ่านมามีการปรับโครงสร้าง ที่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ปี 2551 และดำเนินการใน ปี 2552 เพื่อให้สอดคล้องกับมิติด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้น และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ดังนั้นการปรับโครงสร้างของ กอ.รมน. ก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง


โดยตั้งแต่ ปี 2559-2560 ได้มีการปรับโครงสร้างอย่างเต็มรูปแบบ เพราะมิติความมั่นคงเพิ่มวงกว้าง จึงต้องทำให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกมิติ เช่น ยาเสพติด การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย และการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการปรับโครงสร้าง กอ.รมน.ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

ส่วนในเรื่องของการปฏิรูป คิดว่าเราไม่ได้ปฏิรูปอะไร เพียงแต่เพิ่มบริบทและความเข้าใจให้ทุกส่วนงาน เข้ามาบูรณาการการทำงานร่วมกับทาง กอ.รมน.

เมื่อถามว่า มีการพูดว่าเมื่อ คสช. หมดอำนาจลง ก็ถ่ายโอนอำนาจมาให้ทางกอ.รมน. นั้น พล.ต.ธนาธิป มองว่า นัยยะของการเพิ่มอำนาจ น่าจะเป็นการเพิ่มบทบาทมากกว่า ก็คือ กอ.รมน. ต้องเข้าไปเป็นแกนกลางในการประสานงาน เพื่อขับเคลื่อนงานทุกมิติที่เกิดขึ้น ปัจจุบัน กอ.รมน. ดูแลทุกพื้นที่ หากพื้นที่ไหนมีปัญหาและหน่วยงานไม่สามารถแก้ปัญหาได้ มีหน่วยงานรับผิดชอบมากกว่า 2 หน่วยงาน ทาง กอ.รมน. ก็จะเพิ่มบทบาทเข้าไปดูแล และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหานั้นๆ

สำหรับความเห็นต่างของประชาชนทุกกลุ่มสามารถยอมรับได้ เพราะบ้านเมืองมีระบอบประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ไม่เคยมองประชาชนเป็นศัตรู กอ.รมน. ยอมรับกฎกติกาทุกอย่าง ดูได้จากที่ กอ.รมน. จัดโครงการ 2 โครงการหลักขึ้น สามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อาทิ โครงการผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และโครงการพาคนกลับบ้าน พร้อมเชื่อว่าทุกวันนี้ทุกคนเข้าใจ กอ.รมน. มากขึ้นในมิติของความมั่นคง

และตนยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มอบนโยบายให้ข้าราชการ กอ.รมน. ทุกคน ว่าจะต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ดูแลประชาชนทุกเชื้อชาติศาสนา อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

ส่วนที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน แจ้งความกลับ พล.ท.พรศักดิ์ พลูสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ  ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ที่กองปราบปรามนั้น ก็เชื่อว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของ กอ.รมน. และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะทุกคนต้องทำงานในหน้าที่ โดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ถือว่าเป็นหน่วยงานในพื้นที่ ที่เห็นว่ามีการพาดพิงไปถึงมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อดำเนินคดี ดังนั้นคำตัดสินใดๆ ไม่มีใครรู้ว่าฝ่ายใดจะผิดหรือถูก ต้องรอฟังคำสั่งศาลต่อไป และขอย้ำว่า กรณีที่เกิดขึ้น ไม่ทีการได้รับไฟเขียวจากใคร เพราะหากเพิกเฉยเจ้าหน้าที่เองก็จะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถามว่า มีคนพูดเพียงคนเดียว แต่ไปเหมารวมทั้งหมดนั้น พล.ต.ธนาธิป บอกว่า ต้องฟังฝ่ายกฎหมายของ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ว่าจะมีข้อมูลอย่างไร ในส่วน กอ.รมน. ซึ่งเป็นส่วนกลาง ก็ได้มีติดตามข้อมูลต่างๆ และจำเป็นต้องออกมาชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ฝ่ายกฎหมายกอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แต่รูปคดีเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับศาล  ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะสิ่งที่ทำยึดตามกฎหมายเป็นหลัก

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์