ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564

แกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้าน จ่อแจ้งความกลับ ยันไม่เข้าข่าย ม.116

1.24K 21
แกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้าน จ่อแจ้งความกลับ ยันไม่เข้าข่าย ม.116

แกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้าน เตรียมแจ้งความกลับ พล.ต.บุรินทร์ และผู้มอบอำนาจ ยันเวทีเสวนาไม่มีเจตนาพิเศษเข้าข่ายความผิดตาม ม.116 พร้อมย้ำแก้ไข รธน. ไม่แตะหมวด 1-2

วันนี้ (4 ต.ค. 62) แกนนำ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง นายนิคม เลขาธิการพรรคประชาชาติ , บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย , นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ , นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ , นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย , พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย และอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมกรณี กอ.รมน. แจ้งดำเนินคดีแกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้าน กระทำผิดตามมาตรา 116 จัดเสวนาบิดเบือนข้อเท็จจริง ที่ จ.ปัตตานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ในฐานะที่มีประสบการณ์กับ ม.116 มองว่า ความผิดตามกฏหมายประเภทนี้นอกเหนือจากเจตนาแล้วจะต้องมีเจตนาพิเศษ ซึ่งมาตรานี้ กำหนดไว้ 3 ประการ คือเจตนากระทำการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแผ่นดิน โดยกำลังและประทุษ เจตนากระทำการเพื่อสร้างความปั่นป่วน ยุยงปลุกปั่น ทำให้เกิดไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง และตั้งใจกระทำการเพื่อละเมิดกฏหมายแผ่นดิน

ซึ่งโดยรวมเห็นว่าการเสวนาครั้งนี้ ไม่เห็นว่ามีมูลเหตุจูงใจที่เข้าข่ายเจตนาพิเศษทั้ง 3 ประการที่กล่าวมาและจะเห็นว่าผู้มีอำนาจใช้อำนาจดำเนินคดีความผิดตาม ม.116 มาหลายๆ ต่อหลายครั้ง ซึ่งเป็นการกระทำทางการเมืองที่รัฐบาลพยายามใช้เป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้ามมาตลอด


ด้านนายปิยบุตร ได้ตั้งข้อสังเกตว่า พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ได้รับมอบหมายให้ไปดำเนินคดีแจ้งความประเด็นดังกล่าวได้กระทำการเอาผิดผู้อื่นตาม ม.116 แบบนี้มาแล้วหลายหนตั้งแต่ ยุค คสช. และ พอวันนี้เป็นรัฐบาลปกติก็ยังคงปฏิบัติเช่นเดิม ขณะเดียวกันจะเห็นได้ว่าคดีเหล่านี้ที่ผ่านมาทั้งศาลและอัยการต่างก็ยกฟ้อง

ดังนั้นจึงตั้งคำถามว่า พล.ต.บุรินทร์ มีความพยายามจะทำอะไรกันแน่ และขณะนี้บ้านเมืองก็เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการข่มขู่ต่อผู้ที่แสดงความเห็นต่าง ตามสิทธิเสรีภาพ หรือไม่ แต่กลับกันคนที่ไปแจ้งความกลับได้ดิบได้ดี ทั้งนี้เตรียมจะใช้กระบวนการในสภาฯ ผ่านทางกรรมธิการด้านกฏหมายฯ ที่ตนนั่งเป็นประธาน เรียก พล.ต.บุรินทร์ เข้ามาชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ในการฟ้องร้องในหลายๆ ครั้ง ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ 

ด้าน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่าในทางกฏหมาย กอ.รมน. ถือว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการให้ดำเนินคดี ซึ่งตัว พล.อ.ประยุทธ์ เองก็แถลงนโยบายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็น 1 ใน 12 นโยบายเร่งด่วน กอ.รมน. เองก็ควรปฏิบัติตามมติของ ครม. ยืนยัน การเดินหน้ารณรงค์การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นไปทางช่องทาง ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้นของผู้ฟ้องร้องดำเนินคดี มองว่าบิดเบือนเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ และเป็นการข่มขู่นักวิชาการกับประชาชน ในการเเสดงความคิดเห็นทางการเมือง ตามสิทธิเสรีภาพ

พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การต่อสู้ทางคดี สำหรับผู้ถูกกล่าวหา จะมีทีมกฏหมายที่มีนายชูศักดิ์และนายปิยบุตรดูแล คอยสนับสนุบข้อมูลและข้อเท็จจริงให้กับทางตำรวจ ขณะเดียวกันมองว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการแจ้งความเท็จ ดังนั้นจะมีการดำเนินคดีกลับทั้งผู้เเจ้งความที่รับมอบอำนาจและตัวผู้มอบอำนาจ รวมถึงกำลังพิจารณาถึงตัวนายกรัฐมนตรี หากมีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วย

ขณะที่ นายสงคราม และนายนิคม ย้ำว่าในการเดินสายรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ไม่มีการเสนอให้แก้ไข ในหมวด 1-2 พร้อมขอให้หยุดการข่มขู่ การเเสดงความคิดเห็นของประชาชนตามสิทธิเสรีภาพ ขณะเดียวกันก็จะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป และวันอาทิตย์นี้จะไปแจ้งความกลับ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเป็นที่ จ.ปัตตานีหรือที่กองปราบ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend