ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563.

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จิ๋ว.....แต่ไม่ธรรมดา

106 0
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จิ๋ว.....แต่ไม่ธรรมดา

การกลับมาของฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ซึ่งบางคนก็เรียกว่าฝุ่นพิษ จนทำให้สถานการณ์ฝุ่นขนาดเล็กในกรุงเทพฯ ขึ้นรั้งอันดับ 2 ของโลก ต่อจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เรามาทำความรู้จักเจ้าฝุ่นตัวนี้ที่องค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่ม 1 ของสารก่อมะเร็ง

แม้ข่าวคราวเกี่ยวกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฝุ่นจิ๋วหรือ พี เอ็ม 2.5 (particulate matter, PM 2.5) จะค่อยๆ เลือนหายไปตามสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวและอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ปัญหาฝุ่นยังไม่หมดไปจากประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงจะต้องเผชิญกับปัญหานี้อยู่และอาจจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต หากยังไม่มีการแก้ไขที่ต้นเหตุ ประการสำคัญมลพิษทางอากาศไม่ได้มีเพียง พี เอ็ม 2.5 เท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยสารพิษอื่นอีกหลายชนิดซึ่งเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ดังแสดงในตารางที่ 1


ฝุ่นละอองขนาดเล็ก สารพิษทางอากาศเป็นภัยใกล้ตัวที่มองไม่เห็นและปนเปื้อนอยู่ในอากาศที่เราหายใจตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะ พี เอ็ม 2.5 ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง (หมายถึงมีข้อมูลยืนยันว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ตามการแบ่งประเภทกลุ่มสารก่อมะเร็งของ International Agency for Research on Cancer)3 



เนื่องจาก พี เอ็ม 2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ และสามารถแพร่เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ระบบหมุนเวียนโลหิต และอวัยวะอื่นของร่างกาย รวมทั้งฝุ่นเหล่านี้ยังเป็นตัวกลางในการนำสารอันตรายอื่นเข้าสู่ร่างกาย เช่น โลหะหนัก แคดเมียน ปรอท เป็นต้น ซึ่งก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็งปอด เป็นต้น องค์การอนามัยโลกได้กำหนดค่าเป้าหมายของมาตรฐานฝุ่นละอองโดยกำหนดค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง และค่าเฉลี่ยทั้งปี ดังแสดงในตารางที่ 2 แม้ว่ามาตรฐานฝุ่นละอองของไทยในปัจจุบันจะมีสูงกว่าค่าเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก ขณะนี้ได้มีข้อเสนอที่จะปรับลดค่าดังกล่าวให้มีค่าใกล้เคียงกับสากลยิ่งขึ้น (ตารางที่ 2) 

สถานการณ์มลพิษทางอากาศของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา ออกมาตรการต่าง ๆ รวมทั้งรณรงค์ในส่วนของภาครัฐและภาคประชาชน (ตารางที่ 3) เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและรับมือกับปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันในการปรับปรุงคุณภาพอากาศ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน 

ขอขอบคุณบทความจาก

ศาสตราจารย์ ดร. ภญ. ลีณา สุนทรสุข 
ภาควิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend