ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563.

เปิดคำพิพากษาศาลยกฟ้อง "เปรมชัย" คดีงาช้าง

75 7
เปิดคำพิพากษาศาลยกฟ้อง เปรมชัย คดีงาช้าง

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้อง ชี้ แจ้งครอบครอง เป็นมรดกตกทอดจากแม่สู่ลูก เชื่อคำแม่บอกเป็นงาช้างไทย ไม่มีเจตนาปกปิด แค่แจ้งผิดประเภทรอลุ้นอัยการอุทธรณ์อีกยก.

1 ต.ค.62 - ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาคดีครอบครองงาช้าง หมายเลขดำ อ.1143/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางคณิตดา กรรณสูตร อายุ 65 ปี ภรรยาของนายเปรมชัย , นายเปรมชัย กรรณสูตร อายุ 65 ปี ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ น.ส.วันดี สมภูมิ อายุ 71 ปี ลูกจ้างนางคณิตดา ซึ่งเป็นแม่บ้าน เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษี ของต้องห้าม ต้องกำกับ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากรฯ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19, 47 และ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 27 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83


โดยอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 เม.ย.61 ระบุพฤติการณ์จำเลยทั้งสามสรุปว่า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.61 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกันนำหมายค้นศาลอาญาที่ 49/2561 เข้าค้นบ้านเลขที่ 12/3 ซ.ศูนย์วิจัย 3 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ของนายเปรมชัย บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 พบงาช้างป่าแอฟริกา 2 คู่ (4 กิ่ง) ซึ่งเป็นซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นของที่มีผู้บังอาจลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่ได้ผ่านช่องทางศุลกากร และไม่ได้เสียภาษีศุลกากรโดยถูกต้อง ซึ่งชั้นสอบสวนทั้งสามให้การปฏิเสธ อ้างว่าเมื่อวันที่ 16 เม.ย.58 นางคณิตดา และ น.ส.วันดี ได้ร่วมกันแจ้งต่อนักวิชาการป่าไม้ ชำนาญการพิเศษ กรมอุทยานฯ ว่า ได้ครอบครองงาช้าง (งช.1) ทั้ง 4 กิ่ง ถูกต้องตามกฎหมาย พ.ร.บ.งาช้าง พ.ศ.2558 อันเป็นทรัพย์มรดกของนางคณิตดาที่ได้มาตั้งแต่ พ.ศ.2530 โดยถูกต้อง ซึ่งมี น.ส.วันดี เป็นพยานถูกต้องทุกประการ

โดยระหว่างพิจารณาคดี จำเลยที่ 1-3 ได้รับการประกันตัวคนละ 300,000 บาท และวันนี้จำเลยทั้งสามเดินทางมาศาลเพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่ง นายเปรมชัย ก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและยังคงใช้ไม้เท้าเดินประคองเหมือนเช่นเคยที่ผ่านมา

ขณะที่ "ศาล" พิเคราะห์พยานหลักฐานที่นำสืบแล้วได้ความว่า ในการแจ้งครอบครองเพื่อขอให้ออกใบอนุญาตครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง เมื่อ พ.ศ.2558 นางคณิตดา จำเลยที่ 1 ได้มอบอำนาจให้นายจักรพันธุ์ อุทยานนท์ แจ้งการครอบครองงาช้างทั้ง 4 กิ่ง พร้อมรายละเอียดตามแบบแจ้งการครอบครองงาช้างแบบ งช.1 ซึ่งเป็นการแจ้งครอบครองงาช้างที่เป็นสัตว์พาหนะ โดยจำเลยที่ 1 นำสืบว่างาช้างของกลางนั้นได้รับมรดกมาจากมารดา โดยบอกว่าเป็นงาช้างไทย ซึ่งการดูงาช้างว่าเป็นของสายพันธุ์ใดนั้นไม่สามารถมองได้ด้วยตาเปล่าได้ว่าเป็นงาช้างไทยหรือแอฟริกา และตามทางนำสืบของโจทก์ก็ไม่ปรากฏว่านางคณิตดา จำเลยที่ 1 มีความเชี่ยวชาญทางด้านงาช้าง หรือประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับงาช้างที่จะทำให้เห็นได้ว่าจำเลยที่ 1 นั้นจะทราบว่างาช้างของกลางเป็นงาช้างไทยหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบต้องมีการพิสูจน์ดีเอ็นเอ และรหัสพันธุกรรม

ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 แจ้งครอบครองงาช้างของกลางวันที่ 16 เม.ย.58 ส่วนงาช้างแอฟริกาต้องแจ้งการครอบครองตามแบบแจ้งการครอบครองแบบ สป.27 ตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. - 11 มิ.ย.58 ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2557 จึงอยู่ในช่วงเวลาที่จำเลยที่ 1 สามารถแจ้งครอบครองงาช้างได้ทั้ง 2 ประเภท ดังนั้นหากขณะนั้นจำเลยที่ 1 ทราบว่างาช้างของกลางเป็นงาช้างแอฟริกา ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปแจ้งการครอบครองว่างาช้างนั้นเป็นของไทย เนื่องจากไม่มีผลทางกฎหมายที่แตกต่างกัน

ขณะที่คำเบิกความของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบฐานไม้ที่งาช้าง ระบุว่า งาช้างเป็นฟันของช้างที่งอกออกมาจากขากรรไกร มีขนาดที่แตกต่างกัน ดังนั้นฐานไม้ที่ใช้สวมงาช้างต้องทำขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อรองรับงาช้างแต่ละกิ่ง ซึ่งผลการตรวจฐานไม้รองงาช้างนี้ มีอายุงานศิลปวัตถุประมาณ 30-40 ปี ซึ่งตรงกับการนำสืบของจำเลยที่ 1 ว่ามารดาของจำเลยที่ 1 ได้งาช้างมาเมื่อ พ.ศ.2521 และมอบเป็นมรดกให้จำเลยที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2530 จึงสันนิษฐานว่าฐานไม้ที่งาช้างสวมนั้น มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี โดยพยานดังกล่าวถือว่าเป็นพยานคนกลาง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในคดี เชื่อว่าเบิกความไปตามจริง โดยชั้นสอบสวน จำเลยที่ 1 ก็ให้การปฏิเสธเช่นเดียวกับที่นำสืบต่อสู้คดี เชื่อว่าจำเลยที่ 1 ครอบครองงาช้างของกลางโดยมารดายกให้ และจำเลยที่ 1 ก็เชื่อโดยสุจริตว่างาช้างนั้นเป็นงาช้างไทย กรณีจึงเป็นเรื่องที่แจ้งการครอบครองงาช้างผิดประเภท เพราะความเข้าใจของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่เรื่องที่จำเลยที่ 1 เจตนาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำนั้นจึงยังฟังไม่ได้ว่ามีงาช้างไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานลงในเอกสารฯ

ส่วนกรณีนายเปรมชัย จำเลยที่ 2 ได้ความว่าถูกดำเนินคดีเนื่องจากมีชื่อเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ กับนางวันดี จำเลยที่ 3 ก็ถูกดำเนินคดีเนื่องจากเป็นผู้ลงชื่อรับรองที่มาของงาช้างของกลางในแบบ งช.1 เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่านางคณิตดา จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้เป็นเจ้าของครอบครองงาช้างของกลางกระทำผิดฐานมีงาช้างไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ แล้ว ก็ฟังไม่ได้ด้วยว่าจำเลยที่ 2-3 ร่วมกระทำผิด

สำหรับความผิดร่วมกันลักลอบนำเข้างาช้างเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดดังกล่าว ลำพังเพียงการพบงาช้างของกลางที่บ้านเกิดเหตุตั้งโดยเปิดเผย ไม่ได้ปกปิดซ่อนเร้น แล้วจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นเจ้าของครอบครอง ส่วนจำเลยที่ 2 มีชื่อเป็นเจ้าบ้าน และจำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ทำหน้าที่แม่บ้าน แต่ตามทางนำสืบข้อเท็จจริงเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ได้รับการยกให้เป็นมรดกจากมารดา ดังนั้น จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยร่วมกันลักลอบนำงาช้างเข้ามาในราชอาณาจักรฯ พิพากษายกฟ้อง

ส่วนที่อัยการโจทก์ขอให้ริบงาช้างของกลางนั้น ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 58 บัญญัติไว้ว่า หากเป็นซากสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครองฯ ที่บุคคลได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดตามกฎหมาย ก็ให้ศาลสั่งริบ แต่เมื่อพิจารณาแล้วฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้อง ศาลจึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ด้วย โดยให้คืนงาช้างของกลางทั้ง 4 กิ่ง แก่นางคณิตดา จำเลยที่ 1 เจ้าของ

ภายหลังฟังคำพิพากษา ทั้งนายเปรมชัยและนางคณิตดาได้เดินทางกลับทันที โดยมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำพิพากษานี้เป็นศาลชั้นต้น อัยการสามารถอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือน โดยคดีนี้เป็นคดีแรกที่ศาลพิพากษายกฟ้องนายเปรมชัย ซึ่งก่อนหน้านี้นายเปรมชัยถูกพิพากษาจำคุก 16 เดือนไม่รอลงอาญา ในคดีอาญาหมายเลขแดง อ.63/2562 ของศาลจังหวัดทองผาภูมิ (คดีครอบครองซากสัตว์ป่า) กับจำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา คดีอาญาหมายเลขแดง อ.13/2562 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 (เสนอสินบนเจ้าพนักงาน) และจำคุก 6 เดือนไม่รอลงอาญา คดีหมายเลขดำ อ.1144/2561 ของศาลอาญา (คดีครอบครองปืนไรเฟิล) ซึ่งทั้ง 3 คดีก็ยังอยู่ระหว่างกระบวนการยื่นอุทธรณ์คดี

เรื่องโดย เกศินี แตงเขียว | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend