ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผู้ที่ควรมีจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมมากที่สุด​ คือ​ "ผู้นำประเทศ"

240 7
ผู้ที่ควรมีจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมมากที่สุด​ คือ​ ผู้นำประเทศ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างอำนาจทางสังคม คนเป็นผู้นำประเทศถ้ามีความคิด - วิสัยทัศน์ ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงและกำหนดความเป็นไปของสังคม กำหนดทิศทางของประเทศได้

"จะปลูกจิตสำนึกอย่างไรให้คนลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก? " เป็นหนึ่งในคำถามวงเสวนา ชีวาสัมพันธ์ธารา ของนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเนชั่น เมื่อเร็วๆ นี้ที่เชิญผมในฐานะสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวสายสิ่งแวดล้อม ไปเป็นแขกรับเชิญร่วมวงเสวนานี้ด้วย

ผมตอบว่า...มากไปกว่าการปลูกจิตสำนึกกับเด็กรุ่นใหม่-คนทั่วไปในการรณรงค์ตามสื่อต่างๆแล้ว คนที่ควรมีจิตสำนึกในการลดใช้ถุงพลาสติกมากที่สุดนั่นก็คือผู้นำของประเทศ

เมื่อไม่นานนี้กับกรณีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีทวิตภาพกล่องโฟมใส่อาหาร ขอพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ที่รับประทานระหว่างลงพื้นที่ แต่แทนที่จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของผู้นำที่กินง่ายอยู่ง่าย กลับกลายเป็นการใช้กล่องโฟมไม่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายยาก ชาวเน็ตในทวิตเตอร์ จึงตามวิพากษ์วิจารณ์ ว่านายกรัฐมนตรีไม่เอาใจใส่สิ่งแวดล้อม ไม่ยอมใช้วัสดุที่ทำจากธรรมชาติที่ย่อยสลายง่าย สะท้อนให้เห็นว่าจริงๆแล้วสังคมตื่นตัวกับการลดใช้พลาสติก และมีจิตสำนึกในเรื่องนี้อยู่บ้างแล้ว จึงตำหนิการใช้กล่องโฟมของนายกรัฐมนตรีที่ปรากฏในทวิตเตอร์นั้น

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างอำนาจทางสังคม คนเป็นผู้นำประเทศถ้ามีความคิด - วิสัยทัศน์ ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงและกำหนดความเป็นไปของสังคม กำหนดทิศทางของประเทศได้ และเช่นเดียวกันหากนายกรัฐมนตรีมีวิสัยทัศน์ในเรื่องของการลดใช้ถุงพลาสติก กล่องโฟม ในที่สุดก็จะมีการออกกฎหมาย หรือมีการผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมา จนสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมเน้นย้ำว่าคนที่ควรจะมีจิตสำนึกในเรื่องของการลดใช้ถุงพลาสติกมากที่สุดก็คือตัว "ผู้นำประเทศเอง"

เรื่องการลดใช้ถุงพลาสติกเป็นกระแสตื่นตัวขึ้นมาหลังจากที่ พะยูนมาเรียม พะยูนที่พลัดหลงกับแม่ เจ้าหน้าที่จึงต้องอนุบาล ดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องมาตายเพราะกิน "ถุงพลาสติก" เรียกว่าเป็นการฆ่าสัตว์ทะเลทางอ้อมจากฝีมือมนุษย์

วันที่ 1 มกราคม 2563 จะเป็นวันดีเดย์ที่ห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง งดใช้ถุงพลาสติก ห้างอาจยังมีจำนวนไม่กว้างขวาง มากเท่ากับร้านสะดวกซื้อ อย่างเซเว่นอีเลฟเว่น และทุกวันนี้ถุงพลาสติกส่วนใหญ่เราก็มักจะได้มาจากร้านสะดวกซื้อ

ผมเชื่อว่ายังคงมีอีกหลายคนที่มีความตั้งใจที่จะลดเลิกใช้ถุงพลาสติก แต่บางทีก็ไม่ได้คิดเผื่อว่าต้องหยิบถุงผ้าไปเป็นกิจวัตร ก็ยังอาจจะต้องพึ่งพาถุงพลาสติกจากทางร้านต่อไป ซึ่งตรงนี้น่าคิดว่าเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยของเราได้หรือไม่

การลดละเลิกใช้ถุงพลาสติก อาจจะนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เป็นก้าวแรกในการรักษาสิ่งแวดล้อมต่อไป แต่คงต้องอย่าลืมว่า "ปัญหาสิ่งแวดล้อม" ในทุกวันนี้ซับซ้อนมากกว่าที่เราคิด

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดในภาพใหญ่ มีต้นเหตุจากกลุ่มอุตสาหกรรม สร้างปัญหาหนักไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบทิ้งกากขยะอุตสาหกรรมของเสีย รวมไปถึงการปล่อยมลพิษในชั้นบรรยากาศของโรงงานต่างๆ เหล่านี้ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะยุติหรือลดน้อยลง

ถ้าเราสามารถรณรงค์เรื่องการลดใช้ถุงพลาสติกประสบความสำเร็จ ก้าวต่อไปก็น่าจับตากับกลุ่มอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำคัญที่สุดคือ มนุษย์อย่างเราควรต้องลดการบริโภคที่เกินความจำเป็นลง อย่างน้อยจะได้เหลืออากาศที่ดี สถานที่ธรรมชาติ สำหรับคนรุ่นหลังไว้บ้าง

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #NationTV #Nation


เรื่องโดย วชิรวิทย์ เลิศบำรุงชัย | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์