ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

น้ำแพง.......ปัญหาแรงของเกาะเต่า

1.34K 7
น้ำแพง.......ปัญหาแรงของเกาะเต่า

ช่วง "ล่าความจริง" สัปดาห์นี้ ไปตามกันต่อกับสารพัดปัญหาบนเกาะเต่า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่ได้มีกระแสโจมตีเฉพาะเรื่องความไม่ปลอดภัย จนถูกขนานนามจากสื่อต่างชาติที่ไม่ค่อยชอบเมืองไทยว่า "เกาะแห่งความตาย" แต่ปัญหาใหญ่อีก 1 ปัญหาคือ "น้ำแพง" ซึ่งกระทบกับคนบนเกาะทุกระดับ ชาวบ้านโดนหลักพัน ผู้ประกอบการโดนหลักหมื่น รีสอร์ทใหญ่บางแห่งเจอหลักแสน ทำเอาเดือดร้อนกันถ้วนหน้า แน่นอนว่าปัญหาหลักไม่ใช่เพราะเกาะอยู่กลางทะเลเท่านั้น ไปล่าความจริงพร้อมกันกับ คุณอนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์

เสียงสะท้อนของชาวบ้านบนเกาะเต่าที่บอกเล่าถึงความเดือดร้อนจากการซื้อน้ำจืดสำหรับอุปโภคบริโภคภายในเกาะ มีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นต่อเดือน น้ำจืดเหล่านี้ถูกขนส่งมาจากฝั่งโดยเรือของผู้ประกอบการ โดยเมื่อเรือขนส่งน้ำมาถึงเกาะ จะมีรถบรรทุกรับช่วงไปแจกจ่ายต่อให้กับชาวบ้านและรีสอร์ทต่างๆ เมื่อน้ำมีราคาแพง ทั้งยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในหน้ามรสุมที่เรือออกจากฝั่งไม่ได้ ทำให้ทุกบ้านทุกสถานประกอบการต้องมีบ่อรองน้ำจากธรรมชาติเตรียมไว้ใช้สำรอง

จริงๆ แล้วบนเกาะเต่าเองซึ่งมีเนื้อที่ราว 21 ตารางกิโลเมตร ก็มีแหล่งน้ำตามธรรมชาติอยู่บ้าง โดยหน่วยงานท้องถิ่น และชาวบ้านบนเกาะได้ตกลงกั้นแนวเขตที่ดินกว่า 1,700 ไร่บนยอดเขาให้เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ แต่เมื่อชุมชนขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ไม่เพียงพอ ชาวบ้านเกาะเต่าซึ่งทำอาชีพรับจ้างซักผ้ารายนี้ บอกว่า แต่ละเดือนเธอต้องจ่ายเงินซื้อน้ำจืดหลายพันบาท หากเข้าสู่ฤดูแล้ง ก็ต้องซื้อน้ำเยอะกว่าเดิม โดยเคยจ่ายเงินสูงสุดเกือบ 9 พันบาท

เชนเดียวกับคุณป้ารายนี้ ซึ่งเป็นคนเกาะเต่าดั้งเดิมเช่นกัน และปัจจุบันเป็นเจ้าของปราณีอมตะ รีสอร์ท ซึ่งมีห้องพักกว่า 30 ห้อง เล่าว่า แต่ละเดือนต้องซื้อน้ำในราคาหลายหมื่นบาท เคยซื้อน้ำจืดสูงสุดถึง 8 หมื่นบาท บางรีสอร์ทใหญ่ๆ ซื้อน้่ำเป็นแสนบาทต่อเดือนก็ยังมี ไม่ได้มีแค่ชาวบ้านพื้นถิ่นทั่วๆ ไปเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่เจ้าของร้านข้าวขาหมูรายนี้ซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่บนเกาะเต่าได้แค่ 4 เดือน ก็ต้องตกใจและกระอักกับค่าน้ำประปาเช่นกัน 

หนึ่งในหลายๆ สาเหตุที่ทำให้ชาวเกาะเต่าไม่มีน้ำธรรมชาติเพียงพอสำหรับการใช้อุปโภคและบริโภค ก็คือปัญหาเรื่องที่ดิน เพราะกรมธนารักษ์อ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของพื้นที่บนเกาะทั้งหมด และได้เปิดให้เช่าที่ดินใกล้กับป่าต้นน้ำที่ถูกกันเอาไว้ ทำให้สิ่งปลูกสร้างหลายจุดเกิดปัญหาน้ำจืดที่มาจากธรรมชาติไม่ไหลผ่านมาตามธรรมชาติ จากการก่อสร้างต่างๆที่ปิดกั้นทางน้ำ

น้ำเป็น 1 ในปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต และมีความสำคัญกับการประกอบธุรกิจการท่่องเที่ยว เมื่อน้ำแพงไม่ต่างอะไรกับทองคำ นอกจากจะทำให้ชาวบ้านทั่วๆ ไปเดือดร้อนแล้ว สถานประกอบการโรงแรม รีสอร์ทก็ได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะเป็นการเพิ่มต้นทุนในการประกอบธุรกิจ และสุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องผลักภาระไปให้ผู้บริโภค ส่งผลให้การท่องเที่ยวเกาะเต่ามีราคาแพง กระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยวในภาพรวม ทั้งๆ ที่การท้องเที่ยวคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเกาะเล็กๆ แห่งนี้ 

จักรกริช ศิวารินทร์ ถ่ายภาพ อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์ ทีมล่าความจริง รายงาน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend