ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เก็บตก....."ลุงตู่" อิน นิวยอร์ค

1.02K 26
เก็บตก.....ลุงตู่ อิน นิวยอร์ค

เป็นเวลาเกือบ 7 วันที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถึงเวลานี้คณะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย

แต่หากย้อนกลับไปวันแรกในการเหยียบแผ่นดินอเมริกาวันแรก (22 ก.ย.) นอกจากบรรยากาศกองเชียร์ที่รอรับหน้าที่พักแล้ว ถือเป็นคิวสำคัญต่อการพบปะคนไทยจำนวน 175 ราย ตั้งแต่หัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทยในนครนิวยอร์ก เครือข่ายสมาคมและชมรมคนไทย กลุ่มนักวิชาชีพชาวไทยในรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง ผู้แทนสมาคมนักวิชาชีพไทยในสหรัฐฯ และแคนาดา นักศึกษาไทยในสหรัฐ ภายในโรงแรมพลาซา แอทธินี

 เนื้อหาที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดกับกลุ่มคนไทยครั้งนี้ เกี่ยวกับถ้อยแถลงที่จะกล่าวในนามอาเซียนในบทบาทเวทีโลกที่จะเกิดขึ้น ให้สอดคล้องกับหัวข้อหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" รวมไปถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาล และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

 ประกาศความสำเร็จหลักประกันสุขภาพ

 จากนั้นถึงวาระสำคัญต่อการเข้าร่วมพิธีการเปิดการประชุมเต็มคณะ ในการประชุมระดับสูงด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่สำนักงานใหญ่ สหประชาชาติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกามความสำเร็จของไทยในการพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เข้าถึงประชาชนในทุกระดับ และเป็นต้นแบบการพัฒนาสาธารณสุข โดยยึดหลักความเท่าเทียม-ประสิทธิภาพ-การมีส่วนร่วม และยังสนับสนุนให้ทุกประเทศบรรลุเป้าหมายของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้ไทยเป็นตัวอย่างของประเทศรายได้ต่อหัวระดับปานกลางที่ประสบความสำเร็จ

ตั้งเป้าลดใช้พลังงานปี 2025

 กระทั่งวันที่ 23 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมประชุมและกล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศสมาชิกอาเซียน ในการประชุม "United Nations Climate Action Summit 2019" เกี่ยวกับปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เพิ่มขึ้นก็เป็นภัยคุกคามต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาค ดังนั้นในฐานะผู้นำอาเซียน จะพยายามดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีเป้าหมายลดการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ภายในปี 2025 และได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นร้อยละ 23 ภายในปี 2025 


ดึงบังกลาเทศลงทุน "อีอีซี"

 พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไป การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 74 ณ โถงประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (General Assembly Hall) ซึ่งมีนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมประชุมด้วย โดยระหว่างนั้นได้หารือกับ ชีค อาซีนา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ และนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ในประเด็นการเพิ่มพูนมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ที่สำคัญนายกฯ ได้เชิญชวนให้ภาคเอกชนบังกลาเทศลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน จะมอบสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุน ส่วนนายกฯ บังกลาเทศได้สนใจอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารของไทย พร้อมเข้าร่วมเป็นประเทศคู่เจรจาของอาเซีย นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีโอกาสหารือทวิภาคีกับนายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกฯ เครือรัฐออสเตรเลียเช่นกัน 

จัดตั้งศูนย์อาเซียนปลายปี

 ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ยังเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) ที่ห้องประชุมคณะมนตรีภาวะทรัสตี สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ โดยประเด็นสำคัญในฐานะเป็นตัวแทนถ้อยแถลงในนามอาเซียน 10 ประเทศ จะร่วมมือกับสหประชาชาติและนานาประเทศ พัฒนาองค์ความรู้ ศักยภาพ และแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี โดยการจัดตั้งศูนย์อาเซียนเพื่อการหารือและการศึกษาวิจัยด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในไทยปลายปี 2562 จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาและภริยา เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่ประมุขแลพหัวหน้ารัฐบาลที่เข้าร่วมการประชุมฯ

ตั้งเป้าประเทศรายได้สูงปี 2579

 จากนั้นถึงวาระที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปาฐกถาที่ Asia Society หัวข้อ "การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืนระหว่างประเทศ จากความแข็งแกร่งภายในสังคมไทย" โดยยกให้ ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีเสถียรภาพ สันติภาพ และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสังคม นอกจากนี้ยังอธิบายถึงการที่รัฐบาลประกาศให้การต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ และได้กำกับดูแลการจัดการปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ส่วนด้านการเมืองได้ปฏิบัติตามโรเแมพอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะจะเดินไปข้างหน้าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง ภายในปี 2579 

 

ชูจุดแข็งศูนย์กลางอาเซียน

ขณะที่การร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่สภาธุรกิจสหรัฐฯ และอาเซียน (US-ASEAN Business Council : USABC) และ หอการค้าสหรัฐฯ (US Chamber of Commerce : USCC) จัดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปาฐกถาในหัวข้อ "Fostering Partnership for Common Prosperity" ถึงบทบาทของธุรกิจสหรัฐฯ ในไทย และมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าในการเสริมสร้างปัจจัยสนับสนุน และบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนประกอบธุรกิจ โดยได้ย้ำถึงจุดแข็งของไทย ทั้งโดยสภาพภูมิศาสตร์และทรัพยากร รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ไทยตั้งอยู่ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียน รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่ผ่านมา ทำให้มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน โดยเฉพาะไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิกของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ หลายบริษัท

 หารือเลขาธิการยูเอ็นก่อนกลับ

 ที่สำคัญก่อนการเดินทางกลับประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้หารือกับนายอันโตนิอู กุแตเรช เลขาธิการสหประชาชาติ โดยยืนยันแนวทางของไทยในการส่งเสริมให้อาเซียน เป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และพร้อมขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี 2573 (ค.ศ.2030) ซึ่งไทยได้การดำเนินงานด้านการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ได้ทิ้งท้ายว่าการแก้ปัญหาในโลกไม่มีประเทศใดทำได้ลำพัง ต้องมีความร่วมมือกัน ไม่ใช่เพียงแต่ทวิภาคี แต่ต้องดำเนินการแบบไตรภาคีและพหุภาคี 

เป็นภาพรวมของรัฐบาลไทยในเวทีนานาชาติ ต่อบทบาทผู้นำอาเซียนเกี่ยวกับประเด็นหลักสุขภาพ สิ่งแวดล้อม การลงทุน เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศไทยสร้างจุดขายในเวทีนานาชาติอีกครั้ง

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend