ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เฉลิม แผลงศร เบิกความเส้นทางธุรกิจรถหรูโอ๊ค-ทายาทกฤษดามหานคร

850 1
เฉลิม แผลงศร เบิกความเส้นทางธุรกิจรถหรูโอ๊ค-ทายาทกฤษดามหานคร

ศาลคดีอาญาทุจริตฯ ไต่สวนพยานเสร็จ 2 ปาก ปปง.- คนดูแลบัญชีโอ๊ค รอไต่สวนพยานอัยการอีกนัดพรุ่งนี้ 25 ก.ย. "โอ๊ค" ยิ้มรับพร้อมฟังสืบพยานทุกนัด ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

วันที่ 24 ก.ย.62 เวลา 13.30 น. ศาลไต่สวนพยานโจทก์นัดแรก คดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร อายุ 39 ปี บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 , 9 , 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91  

โดยช่วงเช้าศาลได้ไต่สวน ผอ.ส่วนบริหารทรัพย์สินฯ ปปง.ไปแล้ว 1 ปาก ต่อมาช่วงบ่ายศาลได้ไต่สวน "นายเฉลิม แผลงศร"  ผอ.อาวุโสฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท วอยซ์ทีวี จำกัด และกรรมการบริษัทในเครือ Voice TV ซึ่งมีนายพานทองแท้ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเครือ Voice TV ที่มาเบิกความเกี่ยวกับประเด็นธุรกิจรถยนต์ ที่นายพานทองแท้ จำเลย จะร่วมกับนายรัชดา กฤษดาธานนท์ บุตรชายของนายวิชัยว่า พยานทำหน้าที่วิเคราะห์เกี่ยวกับการลงทุน การเงินกองทุนต่างๆ ให้กับผู้บังคับบัญชา และตนยังได้ดูแลบัญชีบริษัทและของจำเลยมาตลอดด้วย 

โดยบัญชีเงินของจำเลยนั้นถูกอายัดโดยกรมบัญชีกลางไว้ตั้งแต่ปี 2553 ขณะที่พยานเคยช่วยศึกษาแผนธุรกิจการนำเข้ารถยนต์หรูต่างประเทศซึ่งให้คำแนะนำกับจำเลยว่าธุรกิจนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ซึ่งที่ต้องใช้เงินจำนวนมากหลักร้อยล้าน โดยที่จำเลยไม่ได้สอบถามหรือพูดคุยกับนายรัชดาเรื่องการลงทุนนำเข้ารถยนต์นี้ก่อนเนื่องจากขณะนั้นนายรัชดาเกี่ยวข้องกับธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นคนละประเภทกับธุรกิจที่นายพานทองแท้จะทำ โดยนายเฉลิม ระบุด้วยว่า ตนเคยรับทราบที่มีการโอนเงิน 10 ล้านบาทจากบัญชีของจำเลย ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาบางพลัด เข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ ของจำเลย สาขาซอยอารีย์เอง แต่ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องการโอนเงิน 10 ล้านคืนให้กับนายรัชดา 

ซึ่งเรื่องนี้เลขานุการของนายพานทองแท้ จะเป็นคนประสานกับเลขานุการของนายรัชดา โดยตนไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับการออกเช็คและส่งเช็คคืน ขณะที่นายเฉลิม ยังได้เบิกความเกี่ยวกับการทำงานก่อนหน้านี้ที่เคยเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 4 ศูนย์ธุรกิจต่างประเทศ ธนาคารกรุงไทยฯ สาขาสมุทรปราการ ช่วงปี 2534-2539 นานเป็นเวลา 5 ปีก่อนที่จะเข้ามาร่วมทำงานกับบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่นฯ และบริษัทฮาวคัมฯ กระทั่งมาทำงานที่บริษัท วอยซ์ทีวีฯ แต่ระบุการเข้ามาทำงานนั้นไม่ได้เกิดจากจำเลยชักชวน โดยการทำงานที่ผ่านมาและบริษัทต่างๆ เป็นการสมัครเข้ามาเอง 

ทั้งนี้เมื่อไต่สวนพยานช่วงบ่ายเสร็จสิ้นแล้วในเวลา 16.00 น ศาลก็ได้แจ้งนัดไต่สวนพยานโจทก์ปากต่อไปในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ย.) เวลา 09.30 น ที่ในส่วนของนายพานทองแท้จำเลยนั้นจะขึ้นเบิกความเป็นพยานจำเลยในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ย.นี้เวลา 09.00 น โดยก่อนเดินทางกลับ "นายพานทองแท้" ก็ยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมบอกว่าพรุ่งนี้จะมาฟังการไต่สวน เช่นเดิม 


เรื่องโดย เกศินี แตงเขียว | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend