ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"อนุทิน"เรียกถกหาข้อสรุปส่งมอบพื้นที่"อีอีซี"ลั่นเซ็นสัญญาตามกรอบขู่ขึ้นแบล็กลิสต์"ซีพี"หากเบี้ยว

2.85K 20
อนุทินเรียกถกหาข้อสรุปส่งมอบพื้นที่อีอีซีลั่นเซ็นสัญญาตามกรอบขู่ขึ้นแบล็กลิสต์ซีพีหากเบี้ยว

"อนุทิน" เรียก "เลขาฯอีอีซี-คกก.คัดเลือกรถไฟความความเร็วสูง 3 สนามบิน ถก หาข้อสรุปส่งมอบพื้นที่ ลั่นเซ็นสัญญาตามกรอบ ขู่ขึ้นแบล็กลิสต์ "ซีพี" หากเบี้ยว

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.62 เวลา 09.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ในวันนี้ ได้เรียกนายคณิต แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC พร้อมด้วย คณะกรรมการคัดเลือกโครงการ มาประชุมเพื่อหารือข้อสรุปให้มีความชัดเจนในเรื่องของการส่งมอบพื้นที่ ร่วมถึงพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามทีโออาร์ที่กำหนดไว้กับกลุ่มกิจการร่วมค้าซีพี

"ยืนยันว่าขณะนี้ ยังเป็นไปตามกรอบเวลาที่จะสามารถเซ็นสัญญาลงนามได้ จะภายใน 3 วัน 10 วัน ก็ยังดำเนินการได้ ไม่ได้เกิดให้ความเสียหายต่อโครงการแต่อย่างใด แต่สิ่งสำคัญคือต้องยึดทีโออาร์ที่ผู้ประมูลนั้น ต้องรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขนั้น เพราะไม่เช่นนั้น จะเข้าประมูลไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องมีการเจรจาเพิ่มอีก ขอให้ทำตามทีโออาร์ซึ่งรัฐบาลก็ยึดในทีโออาร์ไม่สามารถไปปรับแก้เงื่อนไขใดๆ ในทีโออาร์ได้ เพราะถ้ารัฐบาลมีการปรับแก้ รายที่แพ้ประมูล ก็จะมีการฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายกลับได้ ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุด ระหว่างรัฐบาลและผู้รับสัมปทาน ก็ต้องปฎิบัติตามทีโออาร์ที่เขียนไว้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องไปเปิดพจนานุกรมใดๆ ว่าขั้นตอน การดำเนินโครงการ การส่งมอบพื้นที่เป็นอย่างไร"

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เห็นว่าการเรียกร้องส่งมอบพื้นที่ทั้งร้อยเปอร์เซ็น แล้วจะเซ็นสัญญาเป็นไปไม่ได้ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 20 ก็ดำเนินการตามกรอบทยอยส่งไป ถ้าหากมีการส่งมอบล่าช้า ผู้รับสัมปทานก็สามารถใช้สิทธิ์ในการต่ออายุสัญญาได้ ซึ่งถือเป็นการปฎิบัติทั่วไป เกิดขึ้นกับทุกหน่วยงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่าภายหลังการหารือแล้ว จะมีโอกาสที่สดใสขึ้นหรือไม่ และจะเซ็นสัญญาภายในสิ้นเดือนกันยายนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทำทุกอย่างตามทีโออาร์ก็จะสดใส ไม่มีปัญหาใดๆ เพราะถ้าไม่ทำก็เกิดความไม่มั่นคง ต่างชาติไม่มั่นใจ ทั้งนี้ยืนยันว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง คนรับผิดชอบ จากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มาเป็นตนเอง ก็ไม่มีผล เพราะคู่สัญญาคือ ร.ฟ.ท. แม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรีไปกี่คนก็ตามการดำเนินการของ ร.ฟ.ท.ก็เป็นไปตามเวลา

เมื่อถามว่าจะให้ระยะเวลากลุ่มกิจการร่วมค้าซีพีเซ็นสัญญาไปจนถึงเมื่อไร นายอนุทิน กล่าวว่า ทราบว่าเรื่องนี้ใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว แต่ยืนยันก็ต้องเซ็นสัญญา ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในการแก้ปัญหาที่ติดขัด ให้กับคู่สัญญาของรัฐ เพื่อให้งานเกิดความสำเร็จ เพราะฉะนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องกลัวการเซ็นการสัญญา ยิ่งตนเองรับผิดชอบแล้ว ติดขัดปัญหาใด ก็พร้อมลงไปช่วยด้วยตนเอง

"เวลาเข้ามาประมูลไม่ใช่มายื่นกระดาษเพียงใบเดียว แต่มีหนังสือค้ำสัญญาธนาคาร ถ้าไม่เซ็นสัญญา ตาม ทีโออาร์ก็จะถูกยึดหนังสือค้ำสัญญาธนาคาร นอกจากนี้อาจจะถูกขึ้นบัญชีดำในฐานะที่เข้าข่ายว่าเป็นผู้ทิ้งงานด้วย ทางเลือกแทบไม่มี ต้องเซ็นให้ได้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ประมูลแล้วต้องทำ ขอให้ตั้งใจทำ เราก็ตั้งใจช่วย "อนุทิน กล่าว

นายอนุทิน ยังกล่าวว่า หากไม่เซ็นสัญญาแล้วเปลี่ยนสัมปทาน รัฐก็ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นในการว่าจ้างรายอื่น ซึ่งส่วนต่างกลุ่มรับสัมปทานเดิม ก็ต้องชดใช้ส่วนต่างอยู่ดี ดังนั้น เมื่อยังต้องชดใช้ส่วนต่างอยู่แล้ว ก็ควรดำเนินการเอง ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหา ให้งานเดินหน้าไปได้ เพราะหากงานไม่เดินอีอีซีก็ไม่เกิด ส่งผลให้การลงทุนสนามบิน ท่าเรือ ก็จะไม่เกิดขึ้นด้วย เพราะไม่มีใครกล้ามาลงทุน


เรื่องโดย ณัฐภัทร พรหมแก้ว | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend