ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เปิดฎีกาสำคัญเทียบคดี "ลัลลาเบล"

2.48K 7
เปิดฎีกาสำคัญเทียบคดี ลัลลาเบล

มีรายงานว่าคณะทำงานคลี่คลายคดีการตายปริศนาของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ "ลัลลาเบล" ได้นำฎีกา คดีสำคัญๆ ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และขอคำปรึกษากับครูอาจารย์ด้านกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาคดีนี้

p.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 18.0px Thonburi}p.p2 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 18.0px 'Helvetica Neue'; min-height: 22.0px}p.p3 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 18.0px Thonburi; min-height: 24.0px}p.p4 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 18.0px 'Helvetica Neue'}span.s1 {font: 18.0px 'Helvetica Neue'}span.Apple-tab-span {white-space:pre}หลังจากที่ พลตำรวจตรี สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีการตายของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ "ลัลลาเบล" อายุ 25 ปี พริตตี้ชื่อดัง เสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีโดยเฉพาะในส่วนของพนักงานสอบสวน ได้พยายามรวบรวมฎีกา คดีสำคัญๆ ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และขอคำปรึกษากับครูอาจารย์ด้านกฎหมาย แล้วพอสรุปได้ว่า แนวทางการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีนี้ในเบื้องต้นควรจะเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นข้อหาที่มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิตเอาไว้ก่อน

โดยพิจารณาตามคำพิพากษาฎีกาที่ 16412/2555 คดีที่จำเลยได้ขี่รถ จยย.พาสาวคนรักซ้อนท้ายไปเกิดอุบัติเหตุ โดยสาวคนรักตกจากรถได้รับอันตรายหมดสติ ขณะเกิดเหตุแทนที่จำเลยจะช่วยเหลือดันเผ่นหนีไป ทิ้งสาวคนรักสลบอยู่ถึงแปดวัน ไม่แจ้งให้มารดาของแฟนสาวทราบ การกระทำเช่นนี้ถือเป็นหน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนของจำเลยเอง ที่พาสาวคนรักมาเที่ยวแล้วเกิดอุบัติเหตุ ถือว่า "เกิดหน้าที่ต้องช่วย ต้องดูแลสาวคนรัก ถ้าไม่ช่วยถือเป็นการงดเว้น" ซึ่งคดีนี้ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของจำเลยเล็งเห็นผล เพราะการงดเว้นไม่ให้ความช่วยเหลือสาวคนรักอาจทำให้มีอันตรายถึงแก่ความตายได้ เมื่อสาวคนรักไม่ตายจำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และ มาตรา 59 วรรคท้าย


ขณะที่เฟซบุ๊กของผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนาวุฒิวงศ์อนันต์อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้โพสต์ความคิดเห็นเกี่ยวกับ"การฆ่าโดยงดเว้น"ไว้อย่างน่าสนใจโดยใจความส่วนหนึ่งให้ความรู้ว่าบุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อกระทำโดยเจตนาเมื่อบุคคลนั้นมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดแต่งดเว้นการที่จักป้องกันผลนั้นด้วยตามมาตรา59วรรคท้ายหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดมีหลายกรณีเช่น1.หน้าที่โดยผลของกฎหมายเช่นบิดามารดาต้องเลี้ยงดูบุตร2.หน้าที่ตามสัญญาเช่นการว่าจ้างบอดี้การ์ดส่วนตัวมาคุ้มครองเรา3.หน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆของตนเองเฉกเช่นคำพิพากษาฎีกาที่16412/2555คดีที่ยกตัวอย่างข้างต้นและ4.หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์พิเศษเฉพาะเรื่องเช่นชายหญิงที่อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมายก็มีหน้าที่ต้องดูแลกัน

ดังนั้นการทำงานของพนักงานสอบสวนในคดีขณะนี้จึงเห็นพ้องกับคำพิพากษาฎีกาที่16412/2555และความคิดเห็นของผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนาวุฒิในส่วนของเจตนาของผู้ต้องสงสัยคดีลัลลาเบลคือกรณีเจอสาวในผับหรือสถานที่ใดและเกิดความชอบพอกันพากันไปต่อที่สถานที่อื่นใดก็ตามจนเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าวการเสียชีวิตของลัลลาเบลนี้น่าจะเข้าข่ายหน้าที่การกระทำครั้งก่อนๆของผู้ต้องสงสัยที่ผู้ต้องสงสัยได้อุ้มร่างของพริตตี้ผู้ตายออกจากบ้านที่มีการจัดงานปาร์ตี้มีการพาขึ้นรถยนต์ส่วนตัวลากขึ้นลิฟท์เข้าไปในห้องพักที่คอนโดมิเนียมหลายชั่วโมงก่อนจะแบกร่างลงลิฟท์มาไว้บนโซฟาที่ล็อบบี้

เมื่อผู้ต้องสงสัยพามาควรมีหน้าที่ต้องดูแลถ้ามีอะไรเกิดขึ้นต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดแต่กรณีนี้ผู้ต้องสงสัยงดเว้นหน้าที่ของตนเองจนเกิดการเสียชีวิตจึงเห็นควรตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดเอาไว้ก่อนก่อนที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่นๆเพื่อแจ้งข้อหาอื่นๆเพิ่มเติมได้ในภายหลัง.

เรื่องโดย คณาธิศ ศรีหิรัญเดช | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend