ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2563

สายราชการลองดู! สาวแชร์เทคนิค การสอบภาค ก. ของ ก.พ. สอบผ่านแบบไม่ต้องเสียเงินติว มีผลงานการันตี

11.22K 88
สายราชการลองดู! สาวแชร์เทคนิค การสอบภาค ก. ของ ก.พ. สอบผ่านแบบไม่ต้องเสียเงินติว มีผลงานการันตี

อาชีพ "ราชการ" เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญต่อประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบราชการเป็นฟันเฟืองที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศ ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้ บังเกิดผล นำพาประเทศชาติ สังคมไปสู่ความเจริญ สงบสุข และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้

"ข้าราชการพลเรือนสามัญ" คือ ข้าราชการที่ทำงานอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ยกเว้น ครู ทหาร ตำรวจ อัยการ ตุลาการ หรือข้าราชการท้องถิ่น เป็นต้น ผู้สนใจที่เข้ารับราชการพลเรือนสามัญ ต้องสมัครสอบแข่งขัน หรือสมัครคัดเลือก ตามหลักสูตรที่กำหนด ดังนี้ 

การสอบแข่งขัน

1. สมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ที่สำนักงาน ก.พ. จัดสอบเป็นประจำทุกปี ซึ่งรับสมัครทั้งผู้ที่จบการศึกษาแล้ว และผู้ที่กำลังศึกษาชั้นปีสุดท้าย ของระดับ ปวช. ปวท. ปวส. อนุปริญญา ปริญญาตรี หรือปริญญาโท โดยจะประกาศรับสมัครสอบ ประมาณเดือน ก.พ. มี.ค. ของทุกปี ดูรายละเอียดได้ที่ http://job.ocsc.go.th เมื่อสอบผ่านแล้ว สำนักงาน ก.พ. จะส่งหนังสือรับรองการสอบผ่านให้ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ในใบสมัครสอบ

2. สมัครสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ตามที่ส่วนราชการต่าง ๆ เปิดรับสมัคร โดยใช้หนังสือรับรองการสอบผ่านภาค ก. ที่ได้รับจากสำนักงาน ก.พ. ไปเป็นหลักฐานในการสมัครสอบ 

โดยการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป หรือเรียกย่อ ๆ ว่าการสอบภาค ก. มีการจัดสอบแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

ประเภทที่ 1 เป็นการสอบโดยสำนักงาน กพ. โดยตรง โดยถือว่าเป็นต้นฉบับของการสอบ ภาค ก โดยแท้จริง เมื่อผู้เข้าสอบได้สอบผ่านจะได้หนังสือรับรองการสอบ ภาค ก. จากสำนักงาน กพ. แล้วสามารถนำผลการสอบดังกล่าวไปแสดงต่อหน่วยงานที่จัดสอบบุคคลเข้ารับราชการเพื่อเข้าสอบใน ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ต่อไป 

ประเภทที่ 2 เป็นการสอบโดยส่วนราชการที่ประสงค์จะรับบุคคลเข้ารับราชการในหน่วยงานของตนโดยตรง ซึ่งจะเปิดสอบ ภาค ก. พร้อมกับการสอบ ภาค ข. และ ค. ทั้งนี้โดยได้รับอนุมัติจากสำนักงาน กพ. ก่อนที่จะดำเนินการดังกล่าวได้ 

ประเภทที่ 3 เป็นการสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. อบจ. เทศบาล ดำเนินการสอบโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะได้ดำเนินการในปี 2549 เป็นครั้งแรก เมื่อผู้เข้าสอบผ่านการสอบภาค ก. จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วสามารถนำผลการสอบไปแสดงต่อหน่วยงานที่จัดสอบ เช่น อบต. อบจ. เทศบาล เพื่อเข้าสอบ ภาค ข. และ ค. ต่อไป 

การสอบ ภาค ก. ของแต่ละประเภทแตกต่างกันหรือไม่ ? ขอตอบว่า การสอบ ภาค ก. ของแต่ละประเภท เหมือนกันทุกประการ เพราะการสอบทั้ง 3 ประเภท ได้ใช้มาตรฐานการสอบ ภาค ก. จากสำนักงาน กพ.ทั้งสิ้น 

วัตถุประสงค์ของการสอบ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) เป็นอย่างไร      

การสอบภาค ก. เป็นการใช้ข้อสอบมาตรฐานเป็นเครื่องมือวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของผู้เข้าสอบ ซึ่งประกอบด้วย วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป และวิชาภาษาไทย สำหรับวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปจะวัดความสามารถขั้นพื้นฐานทางสติปัญญาของผู้เข้าสอบ ซึ่งเป็นความสามารถที่เกิดจากการสะสมความรู้มาตั้งแต่ชั้นประถมการศึกษา ถึงชั้นมัธยมการศึกษา เป็นความสามารถจากประสบการณ์ของผู้เข้าสอบโดยแท้ ดังนั้น ข้อสอบภาค ก. ผู้เข้าสอบจึงไม่จำเป็นต้องเรียนกวดวิชาให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพียงแต่หาแนวข้อสอบเก่า ๆ มาฝึกหัดทำเพื่อให้เกิดความชำนาญ ก็น่าจะเพียงพอแล้วโดย การสอบภาค ก. มีตัวชี้วัด 3 ทาง คือ     

-  ตัวชี้วัดที่ 1 วัดความสามารถทางด้านความมีเหตุผล (Reasoning Ability)   

-  ตัวชี้วัดที่ 2 วัดความสามารถทางด้านตัวเลข (Numerical Ability)        

-  ตัวชี้วัดที่ 3 วัดความสามารถทางด้านภาษา (Verbal Ability) 

ข้อสอบ ภาค ก. สอบวิชาใดบ้าง      

ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน ประกอบด้วย 2 วิชา คือ 

1. วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ทดสอบความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรปุเหตุผล โดยการให้สรุปใจความ หรือให้จับประเด็นในข้อความ วิเคราะห์เหตุการณ์ หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็น 

2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ทดสอบ ความเข้าใจภาษา การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา หรือการเรียงความ จำนวน ข้อสอบ และเวลาในการทำข้อสอบ 

ปกติ สำนักงาน กพ. จะใช้ข้อสอบ จำนวน 80 ข้อ (ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป 40 ข้อ และภาคภาษาไทย 40 ข้อ ๆ ละ 2.5 คะแนน) ใช้เวลาในการทำข้อสอบ 2.30 ชั่วโมง (เฉลี่ยเวลาที่ใช้ทำข้อสอบ ข้อละ 1นาที 52 )

ทั้งนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก แนน มนต์ดี ได้โพสต์ข้อความ แชร์เทคนิค การสอบภาค ก. ของ ก.พ. สอบผ่านแบบไม่ต้องเสียเงินติว มีผลงานการันตี โดยระบุว่า...

สอบผ่านแล้ว ภาค ก ก.พ.ปี 62

พร้อมบริจาคหนังสือ(นี่แค่แนวข้อสอบที่หามาอ่านปี 62 ยังไม่รวมเอกสารตอนปี 60-61) ให้ฟรีจร้า (มีไฟล์แนวข้อสอบสำหรับคนที่มารับไม่ได้ พร้อมเเชร์ค่ะ)

สอบมา 3 ปี ละ ปีนี้ปีที่ 3 อายุก็ 24 ปีแล้วเสียเวลามา 2 ปีตั้งแต่เรียนจบ ช้าหน่อยแต่ผ่านนะ

เราทุ่มเททุกเรื่องแหล่ะ...ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเราหรอกว่าเราตั้งใจขนาดไหน บางทีบางครั้งก็ต้องคิดว่ามันยังไม่ใช่เวลาของเรา อย่ามัวแต่เสียใจกับคำพูดที่คนอื่นเค้าตัดสินเรา เราต่างหากที่มีสิทธิ์ตัดสินตัวเอง จะว่าไปตอนนี้มันก็ถึงเวลาของเราแล้วเนาะ

ประกาศผลสอบหลายวันแล้ว...ยุ่งอยู่กับการอบรม เลยยังไม่มีเวลาดีใจ...อบรมเสร็จแล้ว มีเวลาเพ้อได้ ดีใจได้ ดูรายชื่อตัวเองทุกคืนก่อนนอน นึกว่าฝันไป บางคนอาจจะไม่เข้าใจแต่มันคือ "ความภาคภูมิใจของฉัน "

เทคนิคของฉันอาจจะไม่เหมือนใคร เพราะเรามีความที่ต่างกันในหลายๆด้าน ฉันชอบศึกษาแนวคิดและแนวปฏิบัติของผู้ประสบความสำเร็จมาหลายๆคนตั้งแต่ยังเด็ก ลองทำทุกอย่างที่เค้าทำ เมื่อโตขึ้นมาฉันจึงรู้ว่าวิธีไหนเหมาะกับฉัน บางทีบางครั้งมีคนมาสอนฉันใช้วิธีมากมายซึ่งฉันเองก็ดื้อที่จะไม่ฟังด้วยความที่รู้และลองมาเเล้ว เช่น ไปติว(เสียเงิน) ซึ่งวิธีนี้มันใช้กับฉันไม่ได้ เพราะฉันรับอะไรมากๆในเวลาสั้นๆไม่ได้ ฉันใช้วิธีที่เหมาะกับฉันมากสุดคือ 1. ลองทำ ทำไม่ได้ 2.ไปอ่านคำอธิบายดูตัวอย่าง แล้วลองทำ (บางครั้งอ่านไม่เข้าใจก็จะดูคลิปในยูทูปเจาะจงเฉพาะเรื่องไป) อ่านเสร็จ 3. เมื่ออาบน้ำก่อนนอนฉันจะนึกคิด และสรุปสิ่งที่อ่านไป ในห้องน้ำ หากวันไหนที่จำได้หมดฉันก็จะร้องเพลงในห้องน้ำอย่างมีความสุข แต่ถ้าวันไหนจำไม่ได้ สรุปได้ไม่ทั้งหมด พูดให้ตัวเองฟังแล้วงงเอง เมื่ออาบน้ำเสร็จก็จะมาอ่านใหม่ ทำแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายจนแม้กระทั่งสอบเข้าทำงานหลายๆที่รวมทั้งสอบ กพ. (การติว ซึ่งฉันเป็นคนขี้งกมาก จะไม่ค่อยไปติวอะไรที่มันเสียตังค์ จะไปติวเฉพาะสิ่งไหนที่บอกฟรี ฟรีหรอ!กระตือรือร้นมากค่ะ) วิธีนี้คนบางกลุ่มอาจจะใช้ไม่ได้ แต่ฉันขอแนะนำสำหรับคนที่ไม่รู้จะใช้วิธีไหนลองวิธีนี้ก่อนเลย (ที่ไม่อ่านก่อนทำเพราะมันจะไม่สงสัย อ่านจบไปก็จำไม่ได้ เลยต้องลองทำเลย) ด้วยความที่เป็นคนใจร้อนนิดนึง

สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกเสียงอวยพรที่โทรเข้ามา และคำอวยพรจากทางแชท ขอบพระคุณค่ะ

ประกาศผลสอบ : 12 ก.ย 62


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend