ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562.

โลกป่วน! น้ำมันซาอุฯในตลาดหายไปกว่าครึ่ง หลังถูกเยเมนโจมตี

4.8K 68

ซาอุดิอาระเบียจำเป็นต้องปรับลดการผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติลงอย่างมาก หลังจากที่หน่วยงานด้านการผลิตขนาดใหญ่ 2 แห่งของบริษัทอารามโก้ ซึ่งเป็นของรัฐบาลซาอุดิอาระเบียถูกโจมตีจากโดรนเมื่อเวลาตี 4 ของวันเสาร์

กระทรวงการพลังงานของประเทศ เปิดเผยว่าการโจมตีได้ลดการผลิตน้ำมันของบริษัทลงวันละ 5.7 ล้านบาเรล หรือราวครึ่งหนึ่งของยอดการผลิตของทั้งประเทศ

ด้านกลุ่มกบฏฮูทีในเยเมนเปิดเผยว่าพวกเขาใช้โดรนถึง 10 ลำในการโจมตีครั้งนี้ และก็อาจจะมีการโจมตีเพิ่มเติมอีกก็เป็นได้ พวกเขาบอกว่าการโจมตีครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากบุคคลระดับสูงในซาอุดิอาระเบียเองด้วย

ขณะที่ฝ่ายสหรัฐโยนความผิดในเรื่องนี้ไปที่อิหร่าน โดยบอกว่าไม่มีหลักฐานว่าโดรนเหล่านี้มาจากเยเมน นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐบอกว่า การโจมตีในระดับนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการการพลังงานของโลก และขอให้ทั่วโลกประนามอิหร่านจากเรื่องนี้ ส่วนสหรัฐจะทำงานร่วมกับพันธมิตรในการรับประกันว่าตลาดจะมีพลังงงานที่พอเพียง และอิหร่านจะต้องรับผิดชอบกับการคุกคามของพวกเขา

ปัจจุบัน ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในทั้งสองหน่วยงาน สามารถควบคุมได้แล้ว และไม่มีการเสียชีวิตจากการโจมตี

ในปัญหาสงครามกลางเมืองในเยเมน ซาอุดิอาระเบียเป็นแกนนำในการสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล ส่วนอิหร่านสนับสนุนกลุ่มกบฏ ขณะที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐก็ขยายตัวมากขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ล้มข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์กับอิหร่านและกลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง

ภาพข่าวที่นำออกเผยแพร่ เผยให้เห็นไฟไหม้ที่ อับกาอิก โรงงานแปรรูปน้ำมันใหญ่ที่สุดของอารามโก้ ส่วนการโจมตีอีกจุดอยู่ที่แหล่งน้ำมันคูราอิส ที่เป็นแหล่งน้ำมันใหญ่เป็นที่ 2 ของประเทศ โดยอารามโก้นั้น ไม่ใช่แต่เพียงผู้ผลิตน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลกเท่านั้น ยังเป็นธุรกิจที่มีผลกำไรมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่งด้วย 

โดยแหล่งคูราอิส ผลิตน้ำมันได้ 1 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก ส่วนอับกาอิก มีศักยภาพในการผลิต 7 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก และจากความใหญ่โตของมัน แม้การผลิตจะสะดุดไปเป็นช่วงสั้น ๆ ก็มีผลต่อบริษัท และปริมาณน้ำมันที่ผลิตได้ 

ขณะที่ทั้งประเทศผลิตน้ำมันราว 10 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก การที่ผลผลิตของทั้งประเทศหายไปครึ่งหนึ่งย่อมจะส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกเมื่อมีการเปิดตลาดวันจันทร์นี้

หลังเกิดเหตุ มกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดิอาระเบียได้หารือทางโทรศัพท์กับผู้นำสหรัฐ และยืนยันว่าประเทศตั้งใจและมีศักยภาพในการเผชิญหน้าและจัดการกับการคุกคามของการก่อการร้ายได้ 

ขณะที่ทรัมป์ก็เสนอเรื่องการช่วยเหลือในด้านการป้องกันประเทศขณะที่ทูตพิเศษสหประชาชาติ นายมาร์ติน กราฟฟิธ บอกกว่าการโจมตีครั้งนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก และขอให้ทุกฝ่ายในเยเมนมีความอดทนอดกลั้น

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย ไกรลักษณ์ งามโสภา | ภาพโดย AP