ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

"บิ๊กป้อม" สั่งตั้งวอร์รูมน้ำ ทำแก้มลิง

476 12

"พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี" สั่งจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและกองอำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ (War Room) เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหา "วิกฤติน้ำ" และบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการ "มวลน้ำ" ได้อย่างเป็นระบบ

วันนี้ (12 ก.ย.62) พลเอกประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำครั้งที่ 1/2562 และการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ   ครั้งที่ 2/2562 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล

โดยที่ประชุมระบุว่าปัจจุบันได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก  ซึ่งนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนจึงได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ หาแนวทางช่วยเหลือประชาชนโดยการเร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่โดยเร็วรวมถึงหาแนวทางการผันน้ำหรือการจูงน้ำไปสำรองไว้ในแหล่งกักเก็บและลดการระบายน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำต่างๆ ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30%โดยขณะนี้แหล่งน้ำขนาดใหญ่มี 10 แห่ง และแหล่งน้ำขนาดกลางประมาณ 70 แห่งเพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งหน้า พร้อมสั่งการให้แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจึงได้เห็นชอบการวางหลักเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในอนาคตโดยเฉพาะการวางมาตรการรับมือภาวะน้ำแล้งปีหน้า ตามที่ สทนช. ได้เสนอทั้ง 3 ระยะได้แก่ ระยะเร่งด่วน (ดำเนินการทันที) ระยะสั้น (1-3 ปี) และระยะยาว   (3 ปี ขึ้นไป)

โดยระยะเร่งด่วน ประกอบด้วยมาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง อาทิการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเดิม การพัฒนาแหล่งเก็บน้ำ/ชะลอน้ำผิวดินผันน้ำและจูงน้ำ สร้างฝาย พัฒนาแก้มลิงเก็บน้ำ/เก็บน้ำในแปลงนา) การพัฒนาระบบบาดาลและปฏิบัติการฝนหลวง ส่วนมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ได้แก่การรณรงค์/ประชาสัมพันธ์ การวางแผนจัดสรรน้ำ/แผนปลูกพืช/ประกอบอาชีพการจัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือ รวมทั้งมาตรการทางการเงิน/เยียวยา/ลดต้นทุน ในส่วนของมาตรการระยะสั้น(1-3 ปี) และระยะยาว (3 ปี ขึ้นไป)จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการรับมือแล้งต่อเนื่องจากระยะเร่งด่วนและการพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ ส่งเสริมการทำแหล่งน้ำชุมชนโดยเร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพตามแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปี การเชื่อมโยงแหล่งน้ำในลักษณะอ่างฯ พวง โครงการผันน้ำการพัฒนาแหล่งน้ำทางเลือก เช่น ผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลใช้มาตรการทางการเงินในการควบคุมการใช้น้ำ เป็นต้น รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทยร่วมพิจารณาในการวางแผนการเพาะปลูกพืชในฤดูแล้ง ปี 62/63ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน และให้กระทรวงมหาดไทยโดยการประปาภูมิภาคและประปาท้องถิ่นเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปา ตลอดฤดูแล้งปี 62/63

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบกรอบโครงสร้างการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและกองอำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ(War Room) เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหา "วิกฤติน้ำ" และบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อบริหารจัดการ"มวลน้ำ" ได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับพ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 (มาตรา 24 ) ดังนี้ 1.ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองผู้บัญชาการ และเลขาธิการสทนช.เป็นกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม สั่งการ บัญชาการและอำนวยการแก้ไขวิกฤติน้ำ โดยบัญชาการร่วมกับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ(บกปภ.ช.) ในกรณีที่เป็นสาธารณภัยด้านทรัพยากรน้ำหรือวิกฤติน้ำ   

2.กองอำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เลขาธิการสทนช.เป็นรองประธาน และรองเลขาธิการ สทนช. เป็นกรรมการและเลขานุการมีอำนาจหน้าที่อำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ติดตาม วิเคราะห์แนวโน้ม ควบคุมกำกับ ดูแล และสรุปข้อมูลประกอบการตัดสินใจของศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและบูรณาการบริหารจัดการวิกฤติน้ำและยกระดับสถานการณ์กรณีที่มีแนวโน้มสถานการณ์เข้าขั้นรุนแรงหรือวิกฤติ

นอกจากนี้พลเอกประวิตรย้ำว่าให้มีตั้งวอร์รูมน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม วางแผนน้ำอย่างเป็นระบบ 

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV