ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

ฎีกายืน คุก 4 ปี! "อริสมันต์-แกนนำแดง" ล้มประชุมอาเซียน

41.4K 1.2K
ฎีกายืน คุก 4 ปี! อริสมันต์-แกนนำแดง ล้มประชุมอาเซียน

วันนี้ (11 ก.ย.) เวลา 09.00 น. ศาลฎีกา มีคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการ ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีตแกนนำ นปช. กับพวก บุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2552 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา

ทั้งนี้คดีนี้ ก่อนหน้านี้ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุกนายอริสมันต์ กับพวก เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา

คดีดังกล่าวอัยการจังหวัดพัทยาเป็นโจทย์ยื่นฟ้องนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกในข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจร พ.ศ.2522

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2558 ศาลจังหวัดพัทยาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้พิพากษาตัดสินจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ทั้งนี้จำเลยในคดีนี้ ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง , นายนิสิต สินธุไพร , นายพายัพ ปั้นเกตุ , นายวรชัย เหมะ , นายวันชนะ เกิดดี , นายพิเชฐ สุขจินดาทอง , นายศักดิ์ดา นพสิทธิ์ , พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภารัตน์ , นายนพพร นามเชียงใต้ , นายสำเริง ประจำเรือ , นายสมยศ พรหมมา , นพ.วัลลภ ยังตรง และ นายสิงทอง บัวชุม

สำหรับเหตุการณ์ก่อความไม่สงบของกลุ่ม นปช. เมื่อเมษายน พ.ศ. 2552 นายอริสมันต์เป็นแกนนำผู้ชุมนุมที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยนำผู้ชุมนุมทั้งจากจังหวัดใกล้เคียงและที่สมทบจากกรุงเทพฯ เพื่อปิดล้อมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน ได้เข้าปิดล้อมหน้าโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา เพื่อเข้ายื่นหนังสือกับตัวแทนอาเซียน

และในวันต่อมาได้กลับมาชุมนุมหน้าโรงแรมอีกครั้ง เพื่อกดดันรัฐบาลให้รับผิดชอบ ต่อเหตุการณ์ปะทะกับกลุ่มคนสวมเสื้อสีน้ำเงิน ในช่วงเช้า จนกระทั่งรัฐบาลอภิสิทธิ์ของไทย ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ขอเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด แล้วพาผู้นำประเทศต่างๆ เดินทางออกจากสถานที่ประชุม และขึ้นเครื่องบินกลับโดยทันที

วันนี้มีความคืบหน้าเรื่องการเอาผิดนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อม แกนนำ นปช. รวม 13 คน ในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อปี 2552 หลังจากที่ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาตัดสินให้มีความผิดและสั่งจำคุกเป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา / ล่าสุดศาลได้มีการอ่านคำพิพากษาโดยยืนตามศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์คือจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งในวันนี้มีจำเลยเพียงคนเดียว คือนายศักดา นพสิทธิ์จำเลยที่ 10 เดินทางมาฟังคำพิพากษา และเข้าเรือนจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ศาลฏีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้จำคุก 12 จำเลย ในคดีล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเป็นเวลา 4 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มแกนนำ นปช. หลังก่อเหตุชุมนุมปิดล้อม และล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วม นปช.

โดยศาลได้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 คือนายสมยศ พรหมมา เพราะเป็นมวลชนธรรมดาไม่ใช่แกนนำ ส่วนจำเลยที่มาวันนี้มีแค่จำเลยที่ 10 คือ นายศักดา นพสิทธิ์ เลขาธิการพรรคเพื่อชาติ เพียงคนเดียว 

นางขนิษฐา รัฐกาญจน์ ทนายความของกลุ่มแนวร่วม นปช. เปิดเผยว่าสาเหตุที่ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 4 เนื่องจาก โจทก์ไม่มีพยานที่เห็นเหตุการณ์จึงยกประโยชน์ให้แก่จำเลย ส่วนจำเลยที่เหลือ 10 คน ในจำนวนนี้ 3 คน มีพันตำรวจโทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ / นายสำเริง ประจำเรือ และนายวรชัย เหมะ ศาลจะออกหมายเรียกให้มารับฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคมปีนี้ เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คนยังไม่ได้รับหมายเรียกให้มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา  ส่วนจำเลยอีก 7 คน ที่ไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจะออกหมายจับเพื่อให้มารายงานตัวต่อศาลและเข้าสู่เรือนจำทันที

ส่วนจำเลย 3 คนที่ศาลยกฟ้องไปก่อนหน้านี้ ทางทนายความเตรียมที่จะเอาผิดฟ้องร้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติและพันตำรวจโท ศราวุฒิ บุญชัย ตำรวจที่เบิกความเท็จ

นายธำรงค์ หลักแดน ทนายความส่วนตัวของนายอริสมันต์พงษ์เรืองรอง เปิดเผยว่าสาเหตุที่นายอริสมันต์ไม่สามารถเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในวันนี้ได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพักรักษาตัวด้วยโรคเวียนศีรษะ บ้านหมุน ที่โรงพยาบาลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งขณะนี้อาการยังไม่ดีขึ้น และล่าสุดหลังจากฟังคำพิพากษาเสร็จสิ้น ทนายความเปิดเผยว่าได้โทรศัพท์แจ้งผลคำพิพากษาไปถึงนายอริสมันต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเดินทางมารายงานตัวกับศาลเมื่อใดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ซึ่งต้องรอให้อาการป่วยดีขึ้นก่อน

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV