ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ป.ป.ท. มีมติไม่รับไต่สวนคดีบิลลี่

5.10K 11
ป.ป.ท. มีมติไม่รับไต่สวนคดีบิลลี่

ป.ป.ท. มีมติไม่รับไต่สวนคดี "บิลลี่" ที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ เตรียมโอนสำนวนคดีให้ป.ป.ช. ภายในวันนี้ เพื่อให้ดีเอสไอสอบสวนต่อ โดยเมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการ ป.ป.ท. พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนายบิลลี่ หรือพอละจี รักจงเจริญ

ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าของคดี ภายหลังจากคณะกรรมป.ป.ท. ประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปว่า จะส่งสำนวนให้ดีเอสไอ หรือสอบสวนและชี้มูลคดีเอง โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง

พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการ ป.ป.ท. บอกว่า ผลการประชุมสรุปว่า ป.ป.ท.มีมติไม่รับสอบสวนคดีนายบิลลี่ และให้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปยังดีเอสไอ และป.ป.ช. เพื่อมีมติชี้มูลต่อไป

สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงจากสำนักงานป.ป.ช. ตามหนังสือลับที่ ปช 0004/1008 ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2562 โดยแจ้งว่าป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับพวก ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ กรณีไม่ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ และไม่นำตัวนายบิลลี่ ผู้กระทำผิดตามพ.ร.บ.อุทยานฯ พร้อมของกลาง ส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน ในคดีลักลอบขนน้ำผึ้งป่า 6 ขวด เนื่องจากมีสาเหตุโกรธแค้นกับนายบิลลี่มาก่อน

โดยเรื่องนี้สำนักงานป.ป.ช. ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2561 และมีมติส่งเรื่องดังกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอดำเนินการสอบสวนตามพ.ร.บ. กรอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามมาตรา 61 วรรคสอง และมีการส่งเรื่องให้ดีเอสไอไปแล้วซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการป.ป.ช. ไว้พิจารณาตามมาตรา 26 วรรคหนึ่ง 

ซึ่งป.ป.ท.พิจารณาแล้ว เชื่อว่าจะมีความผิดอาญาอื่นร่วมอยู่ด้วย ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของป.ป.ท. จึงมีมติให้ส่งสำนวนการสอบสวนให้คณะกรรมการป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีนายบิลลี่บอกว่า ป.ป.ท.ได้รื้อคดีนี้ขึ้นมาสอบสวน ก่อนหน้าดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษ และพบว่าคดีค่อนข้างมีอุปสรรค ซับซ้อน และมีความพิเศษ โดยได้ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายคือเจ้าหน้าที่อุทยาน และครอบครัวนายบิลลี่ 

ที่ผ่านมาได้สอบพยานไปแล้วกว่า 30 ปาก รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข้อมูลเชิงลึก และเปิดให้ทั้งสองฝ่ายสืบพยานอย่างเต็มที่ แต่ด้วยคดีนี้มีความท้าทาย และเป็นการไต่สวนกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท รวมถึงเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ป.ป.ท.ไม่มีอำนาจ จึงต้องทำคดีอย่างรอบคอบ 

ขอยืนยันว่าคดีไม่ได้ล่าช้า เพราะดำเนินการเสร็จสิ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 แล้ว แต่ทางฝ่ายผู้เสียหายยื่นให้สอบพยานเพิ่มเติม และมีการเสนอความเห็นไปยังคณะกรรมการป.ป.ท. จากนั้นคณะกรรมการป.ป.ท.ได้สั่งการให้ไต่สวนเพิ่มเติม 

โดยระหว่างนั้นในปี 2561 ดีเอสไอขอรับเป็นคดีพิเศษ ป.ป.ท.จึงประสานงานร่วมกับดีเอสไอมาตลอด จนกระทั่งดีเอสไอแถลงพบโครงกระดูกนายบิลลี่ ดังนั้นคณะทำงานป.ป.ท. จึงมีมติให้ส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ป.ป.ช. ในการส่งสำนวนการสอบสวนของป.ป.ท. ไปยังดีเอสไอนำไปรวบรวมขยายผลอย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้คดีนี้เกิดความต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ส่วนกรณีมีผู้ร้องให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มเติมหลังจากนี้ จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของดีเอสไอ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาทั่วไป หรือความผิดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend