ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

นายกฯ เปิดประชุม ผบ.ทบ.อินโด-แปซิฟิก หวังทุกคนนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ

805 7
นายกฯ เปิดประชุม ผบ.ทบ.อินโด-แปซิฟิก หวังทุกคนนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ

นายกรัฐมนตรี เปิดการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกครั้งที่ 11 ย้ำหลักคิดการก้าวไปสู่ความมั่นคง ท่ียั่งยืน และเข้มแข็งไปด้วยกัน พร้อมนำองค์ความรู้ที่ได้ไปสู่การปฏิบัติ ขณะที่สหรัฐฯ ไม่ตอบว่าการฝึกร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับ ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะกระทบกับความสัมพันธ์ประเทศจีนหรือไม่ แต่การฝึกมีความสำคัญที่ต้องดำรงต่อไป

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ครั้งที่ 11 (11th Indo - Pacific Armies Chiefs Conference : IPACC XI) ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนปาร์ค กรุงเทพฯ โดยกล่าวว่า การประชุมผู้บัญชาการทหารบก ภาคพื้นอินโด แปซิฟิก หรือ IPACC ครั้งที่ 11  

การประชุมสัมมนา การบริหารงานของกองทัพบก กลุ่มประเทศภาคพื้นอินโด แปซิฟิก หรือ IPAMS ครั้งที่ 43 และการ ประชุมนายทหารประทวนอาวุโส หรือ SELF ครั้งที่ 5 ในวันนี้ ในนามของรัฐบาลขอต้อนรับทุกท่าน ท่ีถือเป็นส่วนสําคัญในทุกการประชุม สรรสร้างความมั่นคงของภูมิภาคอินโด - แปซิฟิก โดยการประชุม IPACC IPAMS SELF 2019 ครั้งนี้ มีหลักคิด คือ "การก้าวไปสู่ความมั่นคง ท่ียั่งยืน

มุมมองใหม่ของกองทัพบก ภาคพื้นอินโด แปซิฟิก" ซึ่งจะเป็นเวทีที่เปิดกว้างสําหรับเครือข่ายผู้นําทางการทหารในทุกระดับ ให้สามารถร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงเพื่อ สนับสนุนความเจริญก้าวหน้าของภูมิภาคและของโลกอย่างยั่งยืนด้วยการปรับตัวรองรับความเป็นพลวัต ในยุคท่ีเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลก ก่อให้เกิดความท้าทายและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่สลับซับซ้อน

ทั้งนี้ การร่วมกันเสริมสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กองทัพต่างๆ จะเป็นเครื่องมือหลัก ในฐานะผู้สนับสนุนรัฐบาล สําหรับดําเนินนโยบายและวางรากฐานการพัฒนาเพื่ออนาคตที่เชื่อมโยงกับมิติเศรษฐกิจ สังคม และทรัพยากร ส่ิงแวดล้อม ทั้งในยามปกติและภาวะวิกฤติ โดยกองกำลังทางบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ได้แสดงออกถึงศักยภาพในการช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆด้วยความสมานฉันท์เสมอมาและนอกจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลายเปิดกว้าง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆได้แล้ว ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มานำเสนอแนวทางของกองทัพ ในการรักษาความมั่นคง การเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ เพื่อก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง ยั่งยืนของภูมิภาคต่อไป 

สิ่งที่อยากจะฝากไว้ให้ช่วยกันขบคิดก็คือ การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งเชื่อว่าเราจะได้รับองค์ความรู้ หรือหลักคิดใหม่ๆ ที่ทรงคุณค่ามากมาย แต่จะไม่สามารถบรรลุภารกิจ หรือประสบความสำเร็จได้ หากไม่มีแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม ไม่สามารถสร้างกลไกการขับเคลื่อนร่วมกันที่มีประสิทธิภาพ และไม่มีเครื่องมือประเมินผลตามเป้าหมายที่จับต้องได้สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือมิตรภาพ หรือความเป็นเพื่อน 

ซึ่งตนเห็นว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมความสันติสุขในภูมิภาคของเรา ด้วยการมุ่งเน้นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจในระดับยุทธศาสตร์ ทั้งระหว่างประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ด้วยกันเอง และภาคีภายนอก ดังนั้นการพัฒนาความไว้วางใจระหว่างกองกำลังทางบกภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก เพื่อขจัดความเสี่ยงและความขัดแย้ง แล้วทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยความเป็นทหารอาชีพ ขอยืนยันว่าหลักการสำคัญที่ประเทศไทยยึดมั่นมาตลอดก็คือการเข้มแข็งไปด้วยกัน ด้วยการกระชับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากทุกภาคส่วนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมนี้ จะสามารถยกระดับความสัมพันธ์อันดีเพื่อต่อยอดเป็นกลไกความร่วมมือที่แน่นแฟ้นในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างไร้ขีดจำกัด 

ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลอย่างยั่งยืนต่อไปด้านพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวต้อนรับทุกท่านที่ให้เกียรติเดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมการประชุม ซึ่งการประชุม IPACC จัดการประชุมครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2542 ที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นการประชุม และจัดเป็นประจำตามวงรอบทุก 2 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ผู้บัญชาการทหารบกในภูมิภาคฯ ได้ทำความรู้จักคุ้นเคย แลกเปลี่ยนข่าวสารและข้อคิดเห็น รวมทั้งรับทราบแนวทางในการพัฒนากองทัพของแต่ละประเทศ และร่วมหารือในประเด็นด้านความมั่นคงที่สำคัญ ในฐานะประเทศเจ้าภาพร่วม ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้บัญชาการทหารบก และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน จะร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีประโยชน์ ซึ่งอาจกลายเป็นความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

ทั้งนี้ การพบปะพูดคุยกันในห้วงระหว่างการประชุม มิตรจะได้กระชับมิตร เพื่อนใหม่จะได้ทำความรู้จักและเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจ อันจะกลายเป็นเครือข่ายความร่วมมือ และเป็นพลังในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามทุกรูปแบบได้อย่างแน่นแฟ้น และก้าวไปสู่ความมั่นคงที่ยั่งยืนต่อไปจากนั้น พลเอก เจมส์ แมคคอนวิว (General James C McConville) ผู้บัญชาการทหารบก สหรัฐอเมริกา และ พลเอกอภิรัชต์ ร่วมกันแถลงข่าวโดย พลเอก เจมส์ แมคคอนวิว กล่าวว่า การประชุมเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่มีเพียง 9 ประเทศ ตอนนี้มีถึง 27 ประเทศ เพราะประเทศต่างๆเห็นความสำคัญของการประชุม เพื่อจะได้มีการแลกเปลี่ยนและแก้ไขปัญหาต่างๆในภูมิภาค เพื่อรักษาและธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงภูมิภาค โดยเมื่อมารวมกันและพูดคุยกันก็จะมีความพร้อมในการแก้ไขปัญหาและวิกฤตการณ์ต่างๆร่วมกันได้ หวังว่าจะได้ประโยชน์ในการร่วมประชุมครั้งนี้ส่วนข้อห่วงใยในการประชุมครั้งนี้ คือเรื่องของการให้ความสำคัญในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งทุกคนที่มาอยู่ร่วมกันก็มีเป้าหมายในเรื่องของการเสริมสร้างความมั่นคงสันติภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน 

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการฝึกของสหรัฐฯ กับมิตรประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาจกระทบต่อความสัมพันธ์กับจีน ก็ขอยืนยันว่า การฝึกต่างๆมีความสำคัญเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพความมั่นคงในภูมิภาค โดยสหรัฐฯมองเห็นความสำคัญของการฝึกที่ต้องดำรงต่อไปด้าน พลเอก อภิรัชต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากองทัพบกไทยมีการประชุมหารือกับประเทศต่างๆ มาโดยตลอด และประเทศไทยก็มีโลเคชั่นที่มีความสำคัญมากในภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพบกไทยกับสหรัฐฯ ถือว่ามีมายาวนาน และไทยก็อิงหลักสูตรของสหรัฐฯ ทั้งการเรียนของโรงเรียนนายร้อยฯ และหลักนิยมในการรบ 

นอกจากนี้ยังมีการฝึกร่วมกันมายาวนาน โดยเฉพาะการฝึกคอบร้าโกลด์ หนุมานการ์เดี้ยน นอกจากนี้ยังมีความช่วยเหลือภัยพิบัติอย่างเช่น กรณีของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้น อินโด-แปซิฟิก ก็ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ดังนั้นการฝึกร่วมไม่ได้มุ่งหวังเพียงความมั่นคงอย่างเดียว แต่มีเรื่องของการช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติต่างๆด้วยสำหรับภัยคุกคามในภูมิภาคที่ตนเป็นห่วง ก็คือเรื่องของปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ ไฮบริจวอล์แฟร์ ไซเบอร์วอล์แฟร์ ซึ่งทุกประเทศก็มีแนวทางในการรับมือ เพราะมันคือความมั่นคงของประเทศ


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend