ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

ข้อมูลคนไทยที่ถูกขโมย..และสิ่งที่รัฐบาลลุงตู่ละเลย

3.2K 16
ข้อมูลคนไทยที่ถูกขโมย..และสิ่งที่รัฐบาลลุงตู่ละเลย

สมัยก่อนเวลาพูดถึง "สายลับต่างชาติ"... เช่น "CIA" (Central Intelligence Agencies) หรือ "หน่วยสืบราชการลับ" ของประเทศต่างๆ เราคงนึกถึงชาวต่างชาติที่เข้าแทรกซึมในประเทศไทย... เพื่อวัตถุประสงค์ในการคัดกรองข้อมูลลับของประเทศเรา ซึ่งมีผลต่อการทหารและความมั่นคงของประเทศเขา...

เรื่องแบบนี้ มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี... ตั้งแต่การติดต่อยังใช้ "ระบบนกพิราบสื่อสาร" หรือ "ม้าเร็ว" ในการส่งข้อมูล...

หากแต่ ปัจจุบันบนโลกยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีสามารถอำนวยความสะดวกให้มนุษย์ได้ทุกสิ่งอย่าง... บนโลกที่มนุษย์กว่า 56% ของประชากรใช้อินเทอร์เน็ต และกว่า 46% หรือ 3.5 พันล้านคนเล่น Social Media อย่างสม่ำเสมอผ่านโทรศัพท์ Smart Phone เป็นส่วนใหญ่...

"การสอดแนม" และ "การขโมยข้อมูล"... จะเป็น "เชิงความมั่นคง" หรือ "เชิงพาณิชย์" จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้วิธีการเดิมๆ อีกต่อไป... เมื่อ "Artificial Intelligence" (AI) หรือ "ปัญญาประดิษฐ์" สามารถเนรมิตได้เกือบทุกสิ่งอย่าง...

สายลับสมัยใหม่จึงเพียงแค่นั่งหน้าจอและอ่านการประมวลผลข้อมูลออนไลน์

ความกังวลเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน ถือเป็นประเด็นสำคัญในทวีปยุโรปและหลายประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสนใจและจับจ้องอย่างใกล้ชิด...

ยิ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐ (Federal Trade Commission) มีคำสั่งเป็นทางการให้เฟซบุ๊คชำระค่าปรับเป็นจำนวนเงินสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 155,000 ล้านบาท ฐานบกพร่องการป้องกันข้อมูลความเป็นส่วนตัวผู้ใช้...

ข้อกล่าวหาด้านความบกพร่องในการป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานที่ทางคณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐฯ ดำเนินการสอบสวน มีตั้งแต่ปมที่ทำให้ข้อมูลผู้ใช้งานมากกว่า 87 ล้านราย รั่วไหลไปยัง "Cambridge Analytica"...

และการให้ข้อมูลผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านรายในทางที่ผิดว่า ฟีเจอร์ระบบจดจำใบหน้าไม่ได้ถูกตั้งค่าใช้งานตั้งแต่เข้าเฟซบุ๊ค (ทั้งๆ ที่จริงๆ ถูกตั้งค่าให้เป็น default อยู่แล้ว)...รวมถึงการนำเบอร์โทรศัพท์ของผู้ใช้งานที่อ้างว่าจัดเก็บเพื่อเหตุผลด้านความปลอดภัย แต่ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ด้านโฆษณา...

มากไปกว่านั้น... เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา... อย่างที่หลายคนสงสัย..."FACEBOOK" ยอมรับ แอบฟังผู้ใช้งานคุยกัน หลังจากถูกตรวจสอบอย่างหนักจากหลายประเทศในยุโรป...โดยเสียงนี้จะถูกนำไปให้บริษัทอื่นแปลเป็นข้อความตัวอักษรและเก็บไว้ใช้ประโยชน์เพื่อการใดการหนึ่งต่อไป...

และนอกจาก Facebook แล้ว บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Amazon และ Apple ก็กำลังถูกตรวจสอบเรื่องการบันทึกข้อความเสียงของผู้ใช้งานไปใช้ด้วยเช่นกัน!!หันกลับมามองดูประเทศไทย... ประเทศด้ามขวานที่มีประชากร 69.24 ล้านคน

-มีเบอร์โทรศัพท์มือถือ 92.33 ล้านเลขหมาย

- มีประชากร 57 ล้านคนเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต โดย 55 ล้านคน เป็นกลุ่มใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นประจำ

- มี 51 ล้านคนเล่น Social Media เป็นประจำ โดยแต่ละคนมี Social Media Account เฉลี่ยคนละ 10.5 บัญชีต่อคน ... ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก !!! (อย่าเพิ่งตกใจนะครับ)

-มีการใช้อินเทอร์เน็ต 9 ชั่วโมงโดยเฉลี่ยต่อคนต่อวัน แบ่งเป็นเล่น Social Media 3 ชั่วโมง 11 นาที ต่อคนต่อวัน

- "Facebook"... "Youtube"... และ "Line" คือ Top 3 สื่อสังคมออนไลน์ของประเทศ

จากข้อมูลข้างต้น... เป็นที่แน่ชัดว่าประชากรของประเทศเรา มีพฤติกรรมเสพติดการใช้ชีวิตบนโลกสังคมออนไลน์... และวันนี้ประชาชนคนไทยและประเทศของเรามีความเสี่ยงสูงมากในด้านความมั่นคง... หากยังไม่มีมาตรการหรือนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ ว่าด้วยเรื่องการปกป้องการรั่วไหลของข้อมูลประชากร...

ข้อมูลส่วนบุคคล ที่พูดถึง... ไม่ใช่เพียง ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน หรือ เบอร์โทรศัพท์ เท่านั้น แต่รวมไปถึงข้อมูลทุกชนิดที่สามารถระบุถึงตัวบุคคลนั้นๆ ได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ข้อมูลลับของบริษัท... พฤติกรรมความชอบส่วนบุคคล... พฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการ... เป็นต้น

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งไม่เพียงแต่ความเสี่ยงที่อาจถูกฉ้อโกงทางธุรกรรมจากผู้ไม่หวังดีเท่านั้น แต่ข้อมูลทั้งหมดสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อผลประโยชน์การโฆษณา การเมือง ความมั่นคงและการค้าระหว่างประเทศ ได้อย่างที่เราไม่คาดคิด...

รัฐบาลภายใต้การนำของ "พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ควรระลึกไว้เสมอว่า Social Media เหล่านี้ คือพวก Platform ข้ามชาติ... คุณรู้ได้อย่างไรว่า "LINE" ไม่บันทึกและใช้ประโยชน์ข้อมูลสนทนาของคุณ?!?... "LINE" ก็คือบริษัทของคนเกาหลีที่ตั้งบริษัทลูกในไทย... "FACEBOOK" บริษัทยักษ์ใหญ่ยังทำเลยไม่ใช่หรือ?

หาก Platform ข้ามชาติพวกนี้ปลอดภัย... ทำไมจีนหรือรัสเซียจึงบังคับประชาชนให้ใช้ Platform ในประเทศตนเอง??

ยุทธศาสตร์ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลประชากรที่อยู่กับบริษัทข้ามชาติ มันสำคัญกว่าเรื่อง Fake News นะ... จะบอกให้!!!

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย ฉาย บุนนาค | ภาพโดย Nation TV