ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2563

"ยาคูลท์" เคล็ดลับอายุยืน!

16.87K 236
ยาคูลท์ เคล็ดลับอายุยืน!

เป็นเครื่องดื่มอย่างนมโปรไบโอติกส์ เกิดจากกระบวนการหมักของนมพร่องมันเนยกับน้ำตาลและแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus casei Shirota) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่พบในระบบดูดซึมอาหารของมนุษย์ ซึ่งส่งผลช่วยให้ระบบในร่างกายของมนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น ชื่อของยาคูลท์มาจากภาษาเอสเปรันโต คำว่า jahurto รูปเก่าของ jogurto ซึ่งหมายถึงโยเกิร์ต

ดร. มิโนรุ ชิโรต้านักวิจัยจากโรงเรียนแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโตอิมพีเรียล ผู้มีความสนใจในการศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับจุลินทรีย์ในลำไส้ มีความมุ่งหวังที่จะให้ทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง จากพื้นฐานทางทฤษฎีการมีอายุยืน ของ ดร. เอไล แมทชนิคอฟฟ์

ในปี พ.ศ. 2473 ดร.มิโนรุ ชิโรต้า เป็นผู้ประสบความสำเร็จในการค้นพบจุลินทรีย์กรดนมในลำไส้ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถทนต่อกรดและด่างในร่ายกายมนุษย์ และยังสามารถมีชีวิตอยู่รอดในลำไส้ได้ นั่นก็คือ แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้า หรือ จุลินทรีย์ชิโรต้า อันเป็นจุดกำเนิดของการผลิตนมเปรี้ยว "ยาคูลท์" ในปี พ.ศ. 2478 ด้วยแนวคิด "เคล็ดลับของการมีอายุยืนยาวของคนเรา อยู่ที่การมีสุขภาพลำไส้ที่ดี" (A HEALTHY INTESTINE LEADS TO A LONG LIFE)

ปี พ.ศ.2496 ประพันธ์ เหตระกูล ได้เดินทางไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ในนามนักเรียนทุนและนักเรียนต่างชาติคนแรก ของมหาวิทยาลัยโกเบ ในระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น มักมีอาการท้องเสียจากการรับประทานอาหาร จนได้ดื่มยาคูลท์ จึงทำให้เริ่มมีสุขภาพลำไส้ที่แข็งแรงขึ้น ถือเป็นประสบการณ์จริงที่พิสูจน์มาแล้วด้วยตนเองว่า ยาคูลท์ที่มีจุลินทรีย์ แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ ชิโรต้า มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและลำไส้ เมื่อกลับมายังประเทศไทย จึงคิดที่จะนำยาคูลท์เข้ามาจำหน่าย เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพลำไส้ที่ดี จึงได้ก่อตั้งบริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นในปี พ.ศ. 2513 และเริ่มจำหน่ายในปีถัดมา

พ.ศ. 2478ยาคูลท์เริ่มจำหน่ายเป็นครั้งแรกที่ เมืองฟุคุโอะกะ ประเทศญี่ปุ่นโดยในยุคนั้น ยาคูลท์ถูกจำหน่ายในรูปแบบขวดแก้วที่มีหลากหลายขนาดและใช้ฝาไม้ก๊อกปิดปากขวด

พ.ศ. 2498มีการปรับปรุงรูปแบบผลิตภัณฑ์ยาคูลท์ครั้งใหญ่ทั้งรูปแบบบรรจุภัณฑ์ และการออกแบบฉลากรวมถึงการใช้ขวดแก้ว ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

พ.ศ. 2511มีการเปลี่ยนรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ จากขวดแก้วมาเป็นขวดพลาสติก เพื่อความสะดวกของผู้บริโภคให้สามารถดื่มได้ง่ายขึ้น และยังเป็นการแบ่งเบาภาระของสาวยาคูลท์ในการเก็บขวดแก้ว ที่มีน้ำหนักมากอีกด้วย

พ.ศ. 2514ยาคูลท์เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นครั้งแรก และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งตำนาน "สาวยาคูลท์" มาจนถึงปัจจุบัน

พ.ศ. 2558ยาคูลท์มอบสิ่งดี ๆ ที่มีประโยชน์แก่ระบบทางเดินอาหารของคนไทยมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานและยังคงเอกลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์มาจนถึงปัจจุบัน

ยาคูลท์ (Yakult) เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์นับพันล้านตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้มาจากการหมักนมกับน้ำตาลกลูโคส โดยใช้จุลินทรีย์ชิโรต้า ยาคูลท์ไม่ใช่เป็นเพียงนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต แต่เป็น "โพรไบโอติก (Probiotics)" หรืออาหารเสริมที่มีแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย จุลินทรีย์ชิโรต้า หรือ แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้า ได้ถูกคัดเลือกมาโดยเฉพาะ เพราะมีความสามารถทนต่อสภาวะความเป็นกรดที่รุนแรงในกระเพาะอาหารของคนเรา และทนต่อความเป็นด่างที่รุนแรงของน้ำดี สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในลำไส้ และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของเราได้

ประโยชน์ของเจ้าจุลินทรีย์ชิโรต้า

ช่วยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ยับยั้งและทำลายแบคทีเรียที่ให้โทษต่อร่างกายลดอาการท้องผูก และท้องเสียลดการสร้างสารพิษจากแบคทีเรียที่ให้โทษช่วยให้ลำไส้มีการขยับเคลื่อนตัวมากขึ้น เพื่อช่วยในการย่อยอาหารกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดการติดเชื้อสีที่เห็นเป็นสีเฉพาะตัวของยาคูลท์ เกิดจากปฏิกิริยาที่นมขาดมันเนยและน้ำตาลที่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักของ กระบวนการผลิตยาคูลท์ได้ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน โดยที่กรดอะมิโนในนมผงและน้ำตาลเมื่อถูกความร้อนก็จะทำให้สารละลายนมเปลี่ยน สีไปจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ซึ่งเป็นสีธรรมชาติ เป็นปฏิกริยาทางเคมีเรียกว่า ปฏิกิริยา Caramelisation ส่วนรสชาติก็เป็นเอกลักษณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการหมักนมด้วยจุลินทรีย์ชิโรต้า นอกจากนี้การเติมน้ำตาลเข้าไปในยาคูลท์นั้น ก็เพื่อเป็นแหล่งอาหารที่เหมาะสมแก่แบคทีเรีย ช่วยให้แบคทีเรียมีชีวิตอยู่ได้ระหว่างช่วงเวลาการเก็บรักษาจนถึงมือลูกค้า

ยาคูลท์ 1 ขวด ให้พลังงาน 71 kcal และมีปริมาณน้ำตาลเท่ากับ 3.5 ช้อนชา

นอกจากนี้ที่ยาคูลท์มีแต่ขนาด 80 cc ขนาดเดียวเท่านั้น เป็นเพราะว่า ยาคูลท์เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่ได้จากการหมัก โดยเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นแบคทีเรีย ชื่อ แลคโตบาซิลลัส ที่ทำให้เกิดรสชาติเปรี้ยว เนื่องจากเกิดกรดขึ้นมาหลายชนิดระหว่างกระบวนการหมัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรดแลคติก ปัจจุบันใช้เชื้อชื่อ Lactobaciius Balgaricu ร่วมกับ Stroptcoccus themophilus ในอุตสาหกรรมผลิตนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต

โดยปกติธรรมชาติแล้วจุลินทรีย์ชนิดนี้มีอยู่แล้วตามทางเดินอาหารของคนเรา และเป็นจุลินทรีย์ที่ดีมีประโยชน์ ช่วยทำให้เกิดกระบวนการย่อย และหมักในทางเดินอาหาร ในส่วนที่ร่างกายคนเราไม่สามารถย่อยได้ จุลินทรีย์กลุ่มนี้จะคอยช่วยเหลือ ถ้ามีจำนวนมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายต่อเราได้เช่นกัน คืออาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เพราะจุลินทรีย์ผลิตกรดขึ้นมา ซึ่งเป็นผลทำให้ยาคูลท์ผลิตขนาดเดียว คือ 80 cc. ที่พอเหมาะกับปริมาณของเชื้อแลคโตบาซิลลัส โดยสังเกตข้างขวดที่เขียนไว้ว่า มีเชื้อแลคโตบาซิลลัส 8.0 x 10 ( ยกกำลัง 9)

"อหิวาตกโรค" จุดพลิกยาคูลท์ไทย

จุดที่พลิกผันจริงๆ คือ เมื่อปี 1972 เกิดอหิวาตกโรคระบาดแถวปากน้ำ จ.สมุทรปราการ บริษัทยาคูลท์ไทยนำยาคูลท์เพื่อเยียวยาอาการผู้ป่วย ซึ่งตอนนั้นมีที่อาการหนักอยู่ 3 คน ซึ่งถ้าผู้ป่วยจะใช้ยาคูลท์แทนยาจะต้องหยุดดื่มยาทั้งหมด และต้องดื่มยาคูลท์ต่างน้ำ ปรากฏว่าสามชั่วโมงผ่านไป คนไข้ที่ดื่มยาคูลท์หยุดถ่าย และกลายเป็นกระแส talk of the town

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์