ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

จนท.กรมอุทยานฯ ผวา! ขออธิบดีคุ้มครอง

3.98K 20

4จนท.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผวาหนักขออธิบดีฯ ให้การคุ้มครอง หลังเจอตำรวจคุกคาม โทรข่มขู่ภรรยา บุญแทน บุษราคัม พร้อมเข้าให้ปากคำดีเอสไอ แต่อยากอยู่ในที่ปลอดภัย

กรณีนายพอละจี รักจงเจริญ อดีตอบต.บ้านโป่งลึก บางกลอย ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่ปี 2557 โดยดีเอสไอ สรุปเบื้องต้นว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว ทำให้ขณะนี้กลุ่มผู้ต้องสงสัยพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชุดสุดท้ายที่เห็นตัวนายบิลลี่ เมื่อปี 2557 และต่อมามีตำรวจภูธร ภาค 7 นายหนึ่งโทรข่มขู่ภรรยา นายบุญแทน บุษราคำ และไปข่มขู่พ่อ และแม่นายบุญแทน ให้เข้ามอบตัวและเป็นพยานกับดีเอสไอ จะได้รับการคุ้มครองและเงินเดือนทุกเดือน ต่อมานางรัตน์ดาวรรณ บุษราคำ ภรรยานายบุญแทน เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้ว

โดยพฤติกรรมฃองดาบตำรวจรายนี้ว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ช่วงเวลา 11:00 น. พูดข่มขู่ทางโทรศัพท์ ว่า หัวหน้าอี่ ขู่ฆ่าบุญแทน และพูดเกลี้ยกล่อมให้บุญแทนไปเป็นพยานให้กับหน่วยดีเอสไอโดยดีเอสไอ จะมีเงินเดือนให้และคุ้มครองความปลอดภัยให้ถ้าไม่มาจะไม่รับรองความปลอดภัย

ต่อมาวันที่ 4 กันยายน 2562 ดาบตำรวจคนเดียวกัน ได้ไปที่บ้านของบิดา มารดาของผู้แจ้งและข่มขู่ว่าทางฝ่ายหัวหน้าชัยวัฒน์ ลงขันว่าจะให้บุญแทน รับผิดคดีทั้งหมดเพียงผู้เดียวในการชี้เป้าซึ่งทำให้บิดามารดาของผู้แจ้งเกิดอาการ กลัว ซึ่งในวันนี้ผู้แจ้งมาให้พนักงานสอบสวนลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานยังไม่ประสงค์จะดำเนินคดี กับผู้ข่มขู่ แค่อยากให้แจ้งจะได้มีบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และมีการบันทึกเสียงเหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 15 ตำบลท่าแซะอำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร 


ต่อมา อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เผยแพร่คลิปเสียง ดาบตำรวจภูธร ภาค 7 โทรข่มขู่ภรรยานายบุญแทน และเปิดเผยว่า พฤติกรรมของตำรวจเป็นวิธีการแบบเดิมๆ ที่จะเกิดการผิดใจกันและให้การปรักปรำคนใดคนหนึ่ง และต่อไปนี้หากนายบุญแทน เป็นอะไรทุกวายตาก็จะ

ด้านอธิบดีกรมอุทยานฯ ธัญญา เนติธรรมกุล บอกว่า การย้ายเจ้าหน้าที่ 4 คน ไม่เกี่ยวว่าไปทำให้นายบิลลี่ เสียชีวิต แต่เนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุวันที่จับกุมตัวคุณบิลลี่ แต่หลังจากจับกุมนายบิลลี่แล้ว เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่สามารถรู้ได้ เราไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก ตอนนี้จึงต้องถือว่าทุกคนบริสุทธิ์ ยกเว้นพยานหลักฐานของดีเอสไอ พาดพิงถึงใครก็ขอตัวมา นำตัวไปสืบสวนสอบสวนก็ว่าไป เราพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว

แหล่งข่าวจาก 1 ใน 4 เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แก่งกระจาน เปิดเผยว่า จากคำสั่งย้ายดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ 4 คนย้าย กระจัดกระจายกันไป และมีความสุ่มเสี่ยงที่จะโดนกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วป้ายสีให้รับโทษ เหมือนกรณีความพยายามที่กระทำกับนายบุญแทน โดยตำรวจภาค 7 เสนอการคุ้มครอง แลกกับไปเป็นพยานดีเอสไอ ด้วยการจะพาไปจี้ชุดพบถัง 200 ลิตร ซ้ำพยายามเกลี้ยกล่อมว่า นายบุญแทนกำลังถูกนายชัยวัฒน์ จ้างฆ่าปิดปาก ถ้าไม่อยากเป็นอะไรให้ไปพบดีเอสไอ

ทั้งนี้ นายธัญญา ให้สัมภาษณ์ว่า "ตอนนี้จึงต้องถือว่าทุกคนบริสุทธิ์" แหล่งข่าว บอกว่า อธิบดีฯ น่าจะคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทั้ง 4 นาย เป็นไปได้มากน้อยเพียงใดที่จะให้ทั้งหมดอยู่ในการดูแลของกรมอุทยานฯ ในสถานที่ๆ ปลอดภัย และทั้งหมดพร้อมไปให้ปากคำดีเอสไอ ตามที่อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุว่า ถ้าดีเอสไอ ขอตัวมาก็พร้อมที่จะไปให้ปากคำ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend