ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

พลาดก้าวเดียว! "ชูวิทย์" โพสต์ถึง "บุญทรง"

12.65K 13
พลาดก้าวเดียว! ชูวิทย์ โพสต์ถึง บุญทรง

จากกรณี อุทธรณ์คดีระบายข้าวจีทูจี ศาลพิพากษาแก้เพิ่มโทษจำคุก "บุญทรง" อีก 6 ปี รวมจำคุก 48 ปี ส่วนกลุ่มโรงสีที่เคยได้รับการยกฟ้อง เจอโทษจำคุก-ปรับ 6 ราย แต่รอลงอาญา 3 ปี

องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ศาลฎีกาใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมงอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี จำนวน200หน้า ซึ่งผลปรากฏว่า พิพากษาจำคุก นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอีก 6 ปี จากเดิมมีกำหนดจำคุก 42 ปี รวมเป็น 48 ปี

เนื่องจากเห็นว่าสิ่งที่นายบุญทรง ยื่นอุทธรณ์มาว่าทำตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้ยุทธศาสตร์การระบายข้าวของรัฐบาล ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าฟังไม่ขึ้น และการกระทำผิดของนายบุญทรงถือเป็นการสมคบคิดร่วมกันกระทำผิดของนักการเมือง และข้าราชการ รวมถึงนักธุรกิจศาลฎีกายังให้ลงโทษ บริษัทโรงสี ได้แก่

นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่ 26 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท จำเลยที่ 28จากเดิมที่ยกฟ้อง ให้จำคุกคนละ 4 ปี พร้อมปรับ 25,000บาท

นอกจากนี้ยังให้ปรับนิติบุคคล ซึ่งเป็นโรงสี อีก 4 รายคือ

1. ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22

2. บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด โดยนายทวี อาจสมรรถ กรรมการ เป็นจำเลยที่ 24

3. บริษัท เค.เอ็ม.ซี.อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25

และ 4. บริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27 อีกรายละ 25,000 บาท

ส่วนการกระทำของ นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษ 2 กระทง รวมจำคุกจำเลยที่ 23 จำนวน 8 ปี และปรับ 50,000 บาท โดยที่พฤติการณ์ของกลุ่มโรงสี

จำเลยที่ 23, 26, 28 นั้น เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี

นอกจากนี้ยังให้กลุ่มโรงสีจำเลยที่ 22-23 ชดใช้เงิน 27 ล้านบาทให้กับกระทรวงคลัง

จำเลยที่ 25-26 ร่วมกันชำระเงิน 15 ล้านบาท

และจำเลยที่ 27-28 ให้ร่วมกันชดใช้เงิน 55 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้มีการกำหนดในคำพิพากษานี้ตามที่อัยการสูงสุดก็คือโจทก์ ยื่นอุทธรณ์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามที่ศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษา

ทั้งนี้ผลจากคดี โจทก์เป็นผู้ยื่นเพิ่มโทษจำเลย ในคดีนี้ทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่ศาลเคยยกฟ้องโดยวันนี้องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมายจำคุกคดีถึงที่สุดของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย


ล่าสุด "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ได้โพสต์ถึงกรณีนี้ โดยระบุข้อความว่า...

พลาดก้าวเดียว คุก 48 ปี

ก้าวแรกที่พี่บุญทรงลงจากรถไปฟังคำพิพากษา ไม่มีใครทราบเลยว่าศาลท่านจะตัดสินอย่างไร

แล้วไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไร ที่ผมมักต้องมาเจอคนรู้จักในคุก

ครั้งล่าสุดที่ผมเข้าคุกก็เจอพี่บุญทรง ทักทายกัน แกบอกผมว่าทำเรื่องอุทธรณ์อยู่

พี่บุญทรงที่ผมเจอในสภา กับที่เจอในคุกเหมือนเป็นคนละคนกัน

ปัจจุบันแกอายุ 59 ปี วันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มโทษอีก 6 ปี รวมของเก่าเบ็ดเสร็จ 48 ปี

สูตรอดีตคนคุกอย่างผม คุก 48 ปี ต้องติดอย่างน้อย 1 ใน 3 คือ 16 ปี นี่หมายถึงกรณีที่มีพระราชทานอภัยโทษด้วย ซึ่งปกติหากยิ่งติดคุกยาว ยิ่งมีโอกาสผ่านช่วงพระราชทานอภัยโทษมากขึ้น

ยกตัวอย่าง คนถูกศาลสั่งจำคุก 1 ปี ถึง 2 ปี เป็นระยะสั้น ก็อาจจะไม่มีพระราชทานอภัยโทษในช่วงนั้น แต่หากคนติด 5 ปี ถึง 10 ปีขึ้นไป ก็มีโอกาสที่จะมีพระราชทานอภัยโทษระหว่างติดมากขึ้น คนติดคุกจึงเฝ้ารอวโรกาสพิเศษนี้กันทุกคน

ในอีก 11 ปีข้างหน้า พี่บุญทรงจะอายุครบ 70 ปี ก็อาจจะมีโอกาสเข้าเกณฑ์ "พักโทษคนแก่"

ในช่วงนาทีนี้ ผู้ที่เจ็บปวดไม่ใช่แค่พี่บุญทรงเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวที่ต้องร่วมเจ็บปวดไปด้วย

จะไม่มีใครเข้าใจหัวอกคนที่ตั้งความหวังไว้กับอิสรภาพ แล้วมันหายวับไปกับตาทันทีที่สิ้นคำพิพากษา ต่อให้ใจแข็งปานใดก็ทำใจไม่ได้ ถึงจะปลงอย่างไรก็ปลงไม่ตก

เวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาสมานแผลความเจ็บปวดนี้

ผมจึงขออนุญาตเตือนนักการเมืองที่กำลังกระดี๊กระด๊า มีบารมีสูงส่ง บุญท่วมหัว ได้เป็นรัฐมนตรี ให้ท่านหันกลับมามองพี่บุญทรงเป็นบทเรียน อย่าคิดว่ามีอำนาจวาสนาแล้วจะทำอะไรได้ตามอำเภอใจ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน

เพราะวันที่พลาด เราก้าวเข้าคุกเพียงคนเดียว ไม่มีใครเลยสักคนที่จะช่วยเราได้

และโดยประสบการณ์อย่างผม ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากยังเชื่อว่า

พี่บุญทรงจะไม่ใช่รัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เข้าคุก

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend