ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

เปิดใจ รองดำ มือคลี่ปม สังหารกะเหรี่ยงบิลลี่

4.9K 17
เปิดใจ รองดำ มือคลี่ปม สังหารกะเหรี่ยงบิลลี่

เปิดใจ รองดำ มือคลี่ปม สังหารกะเหรี่ยงบิลลี่ กับประโยคเด็ด "สมมติว่าเราเป็นฆาตกร แล้วสืบค้นแบบเจ๋งๆด้วยหุ่นยนต์ใต้น้ำ"..............................

พอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ไม่ได้ถูกอุ้มหาย แต่ถูกฆ่า-ทำลายศพ

แฟ้มคดีบิลลี่ที่สูญหายไปในอุทยานที่มีอาณาบริเวณนับพันไร่ เต็มไปด้วยภูเขาสูง หน้าผาลาดชัน แม้กระทั่งลำน้ำก็กว้างและลึก คดีบิลลี่จึงถูกมองเป็นภารกิจอิมพอสซิเบิ้ล สุดท้ายคงจบลงด้วยสถิติแฟ้มคดีเย็น ที่ดีเอสไอต้องขอยุติการสอบสวน กลุ่มญาติคงทำได้เพียงจัดงานรำลึกถึงผู้สูญหายปีละครั้ง แต่หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ โอนคดีมาสอบสวนเพียงปีเศษ จะมีใครกล้าคิดฝันว่าคนที่หายในแก่งกระจาน ในที่สุดจะถูกค้นพบว่ากลายเป็นศพ

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร

และหากมองย้อนหลังกลับไปในปี 2557 แม้กระทั่งผู้ลงมือก็คงไม่คาดคิดว่า ในอนาคตจะมีอุปกรณ์อิเล็กทรินิกส์หรือเทคโนโลยีใดที่จะนำมาใช้ตรวจค้นพื้นที่สลับซับซ้อนในแก่งกระจานได้

วันนี้เรื่องจริงซึ่งไม่ใช่นิยาย ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบราชวงศ์ถัง ไม่ใช่ซีรี่ย์สืบสวนสอบสวนซีเอสไอ และไม่ใช่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ล ตัวเอกผู้ไขคดีกะเหรี่ยงบิลลี่ บุคลิกลักษณะจำง่าย "หัวโล้น" หนึ่งเดียวในดีเอสไอ "รองฯดำ" พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งวันนี้มาไขข้อข้องใจว่า เหตุใดจึงเลือกร่องน้ำลึก..ใกล้สะพานแขวนแก่งกระจาน จึงถูกเลือกให้เป็นพิกัดในการค้นหาชิ้นส่วนศพ

พ.ต.ท.กรวัชร์ ย้อนอดีตให้ฟังว่า ทีมสืบสวนของผมเข้าไปสืบสวนคดีนี้ตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ แต่ในช่วงนั้นดีเอสไอรับเรื่องไว้สืบสวนพร้อมประสานให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจพิสูจน์หาร่องรอยคราบเลือดในรถยนต์ของอุทยานแก่งกระจาน รวมถึงตรวจสอบภาพที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดทุกตัวภายในอุทยาน แต่ไม่ได้ลงลึกไปถึงพยานหลักฐานอื่น รวมถึงเข้าถึงข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของกลุ่มผู้ต้องสงสัยเพื่อนำเชื่อมโยงเข้ากับพยานแวดล้อมอื่นๆได้

เมื่อดีเอสไอรับคดีการหายตัวของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ สำนวนคดีแห้งที่ผ่านมานาน 4 ปี ถูกส่งต่อมาให้ดีเอสไอ ทีมสืบสวนสอบสวนจึงมีอำนาจทำคดีเต็มรูปแบบ หลังประมวลหลักฐานทั้งหมดที่มีในมือ

ผมเริ่มจากการตั้งสมมุติฐาน...ลองจินตนาการว่า สมมุติให้ตัวเองเป็นฆาตกร อ่านใจว่า ถ้าเราเป็นทีมฆ่า หลังลงมือฆ่าคนตายแล้วจะทำลายศพอย่างไร ตามสูตรในแผนประทุษกรรม เป็นไปได้ที่คนร้ายอาจนำศพมาเผาในถังน้ำมันเหล็ก ขนาด 200 ลิตร และเมื่อเผาจนกระดูกป่นแล้ว คนร้ายจะเอาหลักฐานไปทิ้งตรงไหน คำตอบคือต้องเป็นพื้นที่ปิดและต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ระหว่างปฏิบัติการต้องไม่มีคนนอกรู้เห็น วันดีคืนดีหลักฐานต้องไม่ลอยโผล่ออกมา

"ร่องน้ำลึกในลำน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จุดไหนบ้างที่เป็นร่องน้ำลึก ระดับน้ำต้องมีความลึกตลอดทั้งปี แม้แต่ในช่วงที่น้ำลดต่ำสุดในรอบปี ก็ยังต้องมีระดับความลึกมากพอ ไม่มีทางมองเห็นพื้นลำธารและไม่มีทางมองเห็นวัตถุที่ถูกทิ้งไว้ใต้น้ำ ซึ่งคำตอบของสมมุติฐานคือจุดที่ดีเอสไอกำหนดให้ส่งหุ่นยนต์ใต้น้ำลงสำรวจ"

แล้วสะพานแขวน ใช่..ตำแหน่งที่คนร้ายนำถังน้ำมันบรรจุเถ้ากระดูกมาโยนทิ้งหรือไม่

รองฯดำ บอกว่า ประเด็นดังกล่าวยังชี้ชัดไม่ได้ อาจเป็นการขนใส่รถยนต์นำมายังสะพานแขวน แล้วโยนวัตถุพยานทั้งหมดลงจากกลางสะพานแขวน หรือจะสะดวกและแน่นอนกว่า...ถ้ากลุ่มผู้ต้องสงสัยมีเรือ การขนย้ายทางเรือ แล่นผ่านลำน้ำเอาถังน้ำมันพร้อมเถ้ากระดูกที่ผ่านการเผา ไปหย่อนทิ้งในตำแหน่งที่เลือก หวังผลให้จมดิ่งลงสู่ก้นลำน้ำได้เช่นกัน

เมื่อได้สมมุติฐาน ผมตั้งเป็นโจทย์นำไปหารือกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ร่วมกับดีเอสไอพัฒนาองค์ความรู้ในงานสืบสวนสอบสวน โดยคณะวิศวกรรม ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ เป็นที่เดียวที่มีเทคโนโลยีสำรวจใต้น้ำ ช่วงแรกเขาเสนอ "โดรนใต้น้ำ"ขับเคลื่อนด้วยระบบใบพัด แต่รัศมีการมองเห็นต่ำเพียงแค่ระยะ30 เมตร ซึ่งไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบสภาพพื้นที่ใต้น้ำแก่งกระจาน ที่อาจขุ่นมัวด้วยเศษซากตะกอนต่างๆ

และแล้วมหาวิทยาลัยก็ตอบโจทย์ดีเอสไอด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ใต้น้ำ สแกนหาวัตถุใต้น้ำด้วยคลื่นโซนาร์ หลักการทำงานคล้ายการใช้คลื่นโซนาร์ในเรือประมงเพื่อตรวจหาฝูงปลาใต้น้ำ แต่หุ่นยนต์ใต้น้ำตัวนี้ บังคับผ่านสายโยงจากภาคพื้นดิน ทำงานในรัศมีกว้างถึง 100 เมตร และเมื่อส่งลงใต้น้ำหุ่นยนต์จะสแกนหาวัตถุ แล้วแสดงผลคล้ายจออัลตราซาวน์ตรวจความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ เมื่อสามารถระบุพิกัดที่แน่ชัดของวัตถุใต้น้ำได้ 4 จุด จึงส่งมนุษย์กบ หรือนักประดาน้ำของตำรวจตะเวนชายแดน (ตชด.) ลงงม สิ่งที่พบคือถังน้ำมัน 200 ลิตร ภายในมีเศษเหล็ก เศษไม้ และเศษกระดูก คล้ายกระดูกมนุษย์ ขนาดใกล้เคียงหัวแม่มือ

ครั้งที่ 2 พบเศษชิ้นส่วนกระดูกอีกจำนวนหนึ่ง รวมการค้นหา 2 ครั้ง พบชิ้นส่วนกระดูกกว่า 20 ชิ้น

ส่วนปฏิบัติการครั้งที่ 3 ไม่พบวัตถุต้องสงสัย เนื่องจากล่วงเลยเข้าสู่เดือนสิงหาคม ระดับน้ำในแก่งกระจานเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นอุปสรรคในการตรวจพิสูจน์

แย้มให้ฟังว่า การพัฒนางานสอบสวนด้วยเทคโนโลยีไฮเทคของดีเอสไอ ไม่ได้มีแค่อากาศยานโดรน แต่เพิ่มเติมมาด้วยโดรนใต้น้ำ และหุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำ ปัจจุบันดีเอสไอยังร่วมกับสถาบันการศึกษาหลายแห่ง พัฒนาเครื่องมือสนับสนุนงานสอบสวนอีกหลายชิ้น ในอนาคตเราอาจมีหุ่นยนต์แมลงสาบหรือหุ่นยนต์หนู ติดกล้อง-เครื่องบันทึกเสียง แฝงตัวเข้าสืบสวนเก็บหลักฐานในสภาพพื้นที่ปิดล้อม คับแคบ ยากต่อการส่งมนุษย์เข้าไปแสวงหาพยานหลักฐานในพื้นที่

ทุกโมเดลที่ดีเอสไอคิดค้นและพัฒนา ล้วนถอดแบบมาจากบทเรียนการปิดล้อมตรวจค้นอาณาจักรธรรมกาย

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย | ภาพโดย คมชัดลึก