ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ลุ้น!...."โพดุล" ส่งน้ำเข้าเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์เพิ่ม

1.61K 7
ลุ้น!....โพดุล ส่งน้ำเข้าเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์เพิ่ม

ศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ เกาะติดสถานการณ์พายุ "โพดุล" เข้าอีสาน-เหนือ ลุ้นน้ำไหลเข้าภูมิพล-สิริกิติ์เพิ่ม หลังประเมินพื้นที่ภาคเหนือ อีสานบน หลังฝนทิ้งช่วงมีทิศทางดีขึ้น เตรียมพร้อมแก้ปัญหาในพื้นที่เสี่ยงภาวะน้ำล้นตลิ่ง คาดพายุเข้ามาช่วยเติมน้ำได้อีกในช่วงปลาย ก.ย.-ต.ค. นี้

นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ เปิดเผยว่า จากการติดตามการเคลื่อนตัวของพายุระดับ 3 (โซนร้อน) "โพดุล" ซึ่งเป็นลูกที่ 3 ของปีนี้ที่เข้าสู่ประเทศไทย คาดว่าจะค่อย ๆ สลายตัว และพ้นไปจากประเทศไทยในวันนี้ (31 ส.ค.) อย่างไรก็ตามในช่วงที่ศูนย์กลางพายุกำลังลดลงนั้น กระแสลมและปริมาณฝนจะยังคงอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้จะมีฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคอีสานบางส่วน และตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 62 เป็นต้นไป จะยังคงมีฝนตกกระจายอยู่จากอิทธิพลของพายุและลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้ามา ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคใต้ด้วย โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันตก

โดยได้มีการประเมินแหล่งน้ำที่จะได้รับประโยชน์จากพายุลูกนี้ ที่จะส่งผลให้น้ำไหลเข้าแหล่งน้ำเพิ่มขึ้นในแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ที่ยังมีปริมาณน้ำเก็บกักน้อย แต่จากการประเมินเบื้องต้นก็คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯไม่มากนัก ก็น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบกับพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเนื่องจากฝนทิ้งช่วงในปัจจุบันที่มีอยู่ 14 จังหวัด 79 อำเภอ 527 ตำบลได้บางส่วน


จากการคาดการณ์ทิศทางของพายุเบื้องต้น พบว่า พายุลูกนี้จะเพิ่มปริมาณน้ำในแหล่งน้ำที่มีปริมาณความจุน้ำน้อยกว่า 30% ประกอบด้วย ขนาดใหญ่ จำนวน 14 แห่ง ที่คาดว่าจะได้น้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอ่างฯ ที่มีปริมาณฝนไหลเข้าอ่างฯ น้อยในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เขื่อนทับเสลา เขื่อนกระเสียว เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนอุบลรัตน์ เป็นต้น ขนาดกลางน้ำน้อยกว่า 30% ปัจจุบันมีทั้งสิ้นจำนวน 130 แห่ง คาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้น 92 แห่ง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่เคยมีปัญหาก็เริ่มมีน้ำไหลเข้าอ่างฯมากขึ้น เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง จ.สุรินทร์ ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนพ้นภาวะวิกฤตแล้ว และห้วยจระเข้มาก จ.บุรีรัมย์ ที่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป

โดยเฉพาะแหล่งน้ำขนาดกลางบริเวณภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคตะวันออก ที่มีปริมาณน้ำเกินกว่า 100% แล้ว จำนวน 28 แห่ง และมีแนวโน้มที่จะเกิน 100% จากอิทธิพลของพายุอีก 13 แห่ง เนื่องจากตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีฝนตกมากขึ้นในหลายพื้นที่ทำให้ดินมีความชุ่มน้ำ รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้น และตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนเป็นรายเขื่อนอย่างใกล้ชิด เช่น หนองหาร ได้เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง

และเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลสภาพอากาศในช่วงปลายเดือนสิงหาคมของปี 2561 จะเห็นได้ว่าขณะนั้นมีพายุแปซิฟิกเกิดขึ้นแล้วจำนวน 26 ลูก ในขณะที่ปีนี้ "พายุโพดุล" เป็นเพียงลูกที่ 13 เท่านั้น จึงคาดการณ์แนวโน้มว่ามีโอกาสที่หลังจากนี้อาจจะมีพายุลูกอื่นเข้ามาในประเทศไทยได้อีกในช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต.ค. ซึ่งศูนย์ฯ จะยังคงต้องติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend