ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"กลุ่มป่วนใต้" ปล้นหาทุนแยกดินแดน?

2.33K 54
กลุ่มป่วนใต้ ปล้นหาทุนแยกดินแดน?

การออกหมายจับผู้ต้องหาชุดแรกในคดีปล้นร้านทองนาทวี แม้จะไม่มีชื่อ นายเจะอารง บาเฮง ที่ตำรวจระบุว่าเป็นหัวโจก แต่ก็จะเห็นว่าผู้ต้องหาที่โดนออกหมายจับ มีประวัติเคยก่อคดีความมั่นคง มีหมายจับในคดีก่อความไม่สงบและสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ไม่ต่างอะไรกับนายเจะอารง รวมไปถึง "3 พี่น้อง" ตระกูลหลำโสะ ด้วย

แนวทางการสืบสวนคดีของตำรวจพบข้อมูลสำคัญ 2 อย่าง คือ 1. คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุปล้นซึ่งมีมากกว่า 10 คน ตัวหลักๆ เป็นสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือขบวนการแบ่งแยกดินแดน กับ 2. สมาชิกขบวนการเหล่านี้จงใจปล้นทรัพย์สินมีค่าเพื่อเอาเงิน

การปล้นร้านทองของคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนเพราะหวังเงินนี้ กลายเป็นโจทย์ใหม่ที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงยังขบไม่แตกว่าเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร เพราะขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่เคลื่อนไหวต่อสู้กับรัฐไทยมาตลอดกว่า 15 ปีเต็มนั้น มีวิธีหาเงินแบบอื่น (เช่น เก็บเงินมวลชนและแนวร่วมวันละ 1 บาท ขอเงินรายได้จากการกรีดยางจากสวนของมวลชนและแนวร่วม สัปดาห์ละ 1 วัน) และพวกเขาชูการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ เป้าหมายคือปลดปล่อย "ดินแดนปาตานี" จากรัฐไทย ฉะนั้นการผันตัวเองมาเป็น "โจรปล้นร้านทอง" จึงน่าจะสวนทางกับอุดมการณ์ที่เคยสื่อสารกับชาวบ้านหรือมวลชนของตนเอาไว้

สาเหตุที่ทำให้ตำรวจปักใจว่า กลุ่มก่อความไม่สงบเริ่มหันมาใช้การ "ปล้นชิงทรัพย์" ควบคู่ไปกับการก่อเหตุรุนแรงรูปแบบอื่น ก็เพราะเมื่อย้อนดูเหตุการณตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา จะพบว่ามีการก่อเหตุรุนแรงเพื่อหวังทรัพย์สินแล้วหลายครั้ง เช่น

วันที่ 4 สิงหาคม วางระเบิดตู้เอทีเอ็มหน้าสถานศึกษาหลายจุดในจังหวัดปัตตานี หนึ่งในนั้นคือมหาวิทยาลัยฟาฏอนี (ฟา-ตอ-นี) 


โดยมีรายงานว่าบางจุดคนร้ายได้เงินไปด้วย แต่ไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่าได้ไปเท่าไหร่

วันที่ 24 สิงหาคม คนร้ายบุกปล้น "ห้างทองสุธาดา" ที่อำเภอนาทวี ได้ทองและเพชรมูลค่ามหาศาลถึง 85 ล้านบาท

วันที่ 26 สิงหาคม คนร้าย 3 คนสวมไอ้โม่งคลุมหน้า ใช้อาวุธปืนบุกปล้นแม่ค้าขายทุเรียน ที่แผงค้าในตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้เงินสดไป 2 แสนบาท

ทั้ง 3 เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนเดียวกัน เป็นการ "ปล้น" ล้วนๆ และได้เงินกับทรัพย์สินมีค่าไปทุกครั้ง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคง วิเคราะห์ว่า กลุ่มขบวนการน่าจะหันมาใช้วิธีปล้นทรัพย์ เพราะขัดสนด้านการเงิน เนื่องจากรายได้หลักที่เคยได้จากธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และเรียกค่าคุ้มครองลดน้อยลง เช่นเดียวกับสมาคมธุรกิจร้านอาหารในประเทศเพื่อนบ้านที่มีข้อมูลมาตลอดว่าให้การสนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดน ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาค ทำให้กลุ่มขบวนการต้องเปลี่ยนวิธีหาเงินมาใช้วิธีปล้น และหลังจากนี้น่าจะปฏิบัติการถี่ขึ้น โดยเป้าหมายอ่อนไหวหรือจุดเสี่ยงที่จะถูกปล้นก็จะมีมากขึ้นด้วย

แต่โจทย์ที่ฝ่ายความมั่นคงยังขบไม่แตกก็ยังเป็นโจทย์เดิม คือ การกระทำในลักษณะ "โจร" แบบนี้ กระทบต่อภาพลักษณ์และศรัทธาของมวลชนที่มีต่อขบวนการแบ่งแยกดินแดนหรือไม่

จากข้อมูลที่ "เนชั่นทีวี" รวบรวมมาได้จากบุคคลที่เคยอยู่ในขบวนการแบ่งแยกดินแดน พบว่ากลุ่มที่ปฏิบัติการปล้นในรูปแบบต่างๆ เป็นกลุ่ม "เซลล์อิสระ" ที่ปฏิบัติการต่างๆ อย่างเสรี / คิดเองทำเอง / แต่ยังยึดโยงกับขบวนการหลักอยู่ / หากมีนโยบายให้ก่อเหตุรุนแรงก็จะทำในทิศทางเดียวกัน แต่ทางกลุ่มเหล่านี้ก็คิดเองทำเองด้วย เช่น ระเบิดตู้เอทีเอ็ม หรือปล้นร้านทองเพื่อเอาเงิน โดยคนพวกนี้อ้างว่านำเงินไปช่วยผู้เดือดร้อน หรือเหยื่อความรุนแรงที่เป็นมุสลิมมลายู และอีกส่วนหนึ่งเชื่อว่านำไปพัฒนาระเบิดแสวงเครื่อง

ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ คนในขบวนการยืนยันว่าไม่กระทบ เพราะคนมลายูมุสลิมไม่เดือดร้อน เป้าหมายที่ถูกปล้นเป็นกิจการของรัฐ หรือของคนศาสนาอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นธนาคารที่ถูกวางระเบิดตู้เอทีเอ็ม ร้านทอง หรือแม่ค้าทุเรียนก็เป็นชาวจังหวัดตราด มาจากนอกพื้นที่

ข้อมูลนี้น่าสนใจ และอาจจะเป็นทิศทางใหม่ของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เพราะจะมีการโจมตีพื้นที่เศรษฐกิจมากขึ้น ทั้งเพื่อหวังทั้งผลประโยชน์และกดดันรัฐไทย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend