ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2562

"เพื่อไทย" จับตา กรณี "ไพบูลย์" ยุบ 1 แลก 50 อนค.

10.0K 14
เพื่อไทย จับตา กรณี ไพบูลย์ ยุบ 1 แลก 50 อนค.

"เจ๊หน่อย" ลั่น ทุกข์ปชช. คือทุกข์ "พท." ชี้ ข้าวแพง ยาบ้าถูก "ชลน่าน" ซัด "บิ๊กตู่" ในสภาเหมือนแมวเชื่อง แฉ มีแฟ้มคำถวายสัตย์ หยิบสิ่งที่ตัวเองแทน เลยผิด "สุทิน" จับตา 1 แลก 50 เคส "ไพบูลย์" ลาม "อนาคตใหม่"

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.62 เวลา 13.30น. ที่ห้องสมุดทักษิณ ชินวัตร ที่ทำการพรรคเพื่อไทย มีการจัดกิจกรรม จับมือดาวสภาฯเพื่อไทย ได้แก่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และน.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่ถือเป็นดาวสภาฯสำหรับพรรคเพื่อไทย มาร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานในสภาฯ รวมถึงปูมหลังต่างๆ ของแต่ละคนก่อนจะมาเป็นส.ส. 

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวเปิดกิจกรรมว่า วันนี้เศรษฐกิจแย่ ประชาชนประสบกับปัญหาทั้งเรื่องภัยแล้ง พืชผลการเกษตรตกต่ำ ข้าวเหนียวราคาแพง ยาบ้าราคาถูก 3เม็ดร้อย กินก่อนผ่อนทีหลัง สิ่งเหล่านี้ทำให้พี่น้องเป็นทุกข์ ซึ่งทุกข์ของพี่น้องก็คือทุกข์ของพรรคเพื่อไทยด้วย แม้เราเป็นฝ่ายค้าน ยังทำอะไรไม่ได้มากแต่ก็พยายามลงพื้นที่ไปพบประชาชน ไปรับฟังปัญหาของชาวบ้าน เราจะไม่รอช้า แม้แต่วินาทีเดียวที่จะแก้ไขปัญหาให้ประชาชน พรรคจะมีแนวคิดใหม่ๆออกมาตลอดเวลา เราจะมีกิจกรรมตลอดทุกสัปดาห์ 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในสภาฯไม่เคยเรียก พล.อ.ประยุทธ์ ว่านายกฯ เพราะที่มาไม่ชอบ แต่ใช้คำว่า ผู้กำลังแถลง ผู้กำลังอภิปราย ส่วนตัวรู้สึกเวทนา พล.อ.ประยุทธ์ ที่เขาไม่ยึดมั่นระบบสภา ยังมีการใช้พฤติการณ์ พฤติกรรมเหมือนทหารในค่าย เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้จักสภาฯ เลยไม่รู้ระบบ ระเบียบ บางครั้งยังหันมาขอบคุณ นายชวน เพราะเห็นว่าเป็นนายกฯ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือเราอาจจะไม่รู้จักเขามากพอ คนถามว่าพอเจอพล.อ.ประยุทธ์ในสภาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ก็ต้องบอกว่าดูไปเหมือนแมวเชื่องๆ ที่ตลกเท่านั้น แม้จะเป็นคนคิดเร็ว ทำเร็ว แต่มักทำผิดบ่อยๆ รวมทั้งมีความเชื่อมั่นในตัวเอง แม้กรณี การถวายสัตย์ ทราบมาว่ามีการเตรียมแฟ้มคำถวายสัตย์ไว้ให้ แต่ยังไปหยิบสิ่งที่ตัวเองช็อตโน้ตมาอ่าน เลยทำให้เกิดความผิด 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในวันนี้มีกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป ที่กำลังเป็นเรื่องที่พูดกันอย่างกว้างขวางในสังคม นายไพบูลย์ หากเกิดการยุบพรรคจริง ทำให้กรรมการบริหารพรรคสิ้นสภาพไปด้วย จะทำให้เรื่องคะแนนที่มีจะถือเป็นศูนย์ จะต้องนำคะแนนมาคำนวนหารกันใหม่ แล้วเมื่อคำนวนแล้ว ตัวเลขจะไปตกอยู่พรรคไหน อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวกลับรู้สึกเป็นห่วงคือ พรรคข้างบ้านเราหรือพรรคอนาคตใหม่ ที่มีส.ส. 81คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50คน หากมีการยุบพรรค คะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจจะถูกนำมาคำนวณใหม่ อาจจะทำให้บางพรรค ได้ส.ส.เพิ่มขึ้นอีก 40 คน แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่เกี่ยว เพราะถึงนำมาคำนวณอย่างไร ก็ไม่มีผลต่อส.ส.บัญชีรายชื่อ หากเป็นเช่นนั้นจริง เราจะยอมหรือ

นายสุทิน กล่าวว่า สิ่งที่ นพ.ชลน่าน อธิบาย คือเป็นการดักทาง กรณีนายไพบูลย์ เป็นการนำร่อง เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีคนนำประเด็นดังกล่าวไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ผลที่ออกมามี 2 ทาง 1.สามารถยุบพรรคประชาชนปฏิรูปได้ ทำได้อย่างถูกต้อง พรรคพลังประชารัฐเอาไพบูลย์ ไปอยู่ด้วยได้ จากนี้ไปก็อาจจะถืออันนี้เป็นโมเดล สำหรับพรรคเล็กอื่นๆ นำไปใช้ และ 2.ถ้าศาลบอกยุบไม่ได้ ผลจากการเป็นส.ส.ของนายไพบูลย์ หลุดไปเลย และเมื่อหลุด ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการยุบพรรคข้างบ้านเรา เมื่อเป็นเช่นนั้น ย่อมจะส่งผลต่อสถานภาพส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ที่อาจจะหายหมด จะไปสังกัดที่ไหนไม่ได้เลย เรื่องนี้เราต้องตามดูกันต่อไป เหมือนเป็นการ เอากรณีไพบูลย์ 1 คน ไปแลกกับอีก 50 คนหรือไม่ จึงได้บอกว่า ในวันนี้สิ่งที่เราเห็นอาจไม่ใช่ สิ่งที่ใช่เราอาจยังไม่เห็น

นายสุทิน กล่าวอีกว่า การได้มาเป็นส.ส.รอบนี้ เป็นความคุ้มค่า คาดว่าประชาชน คงอยากให้ส.ส.สะท้อนปัญหาไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ หลายคนอยากให้เราจัดหนัก จัดเต็ม เราพยายามถ่ายทอดความรู้สึกประชาชนที่อัดอั้น ไปให้ได้มากที่สุด ยังมีเวลาที่เราจะจัดการหนี้หัวใจ จะพูดกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังมีอะไรซ่อนเร้นอีกเยอะ แม้หลายเรื่องพยายามวางกับดัก ขุดไว้ดักพวกเรา แต่สุดท้ายก็โดนกับดักตัวเอง ขอฝากให้จับตาดูหลังจากนี้ อะไรที่เห็นอาจไม่ใช่ ที่ใช่อาจไม่เห็น อย่างเช่น การยุบพรรคเล็กไปรวมพรรคใหญ่ อาจมีอะไรอำพรางอีกเยอะ แต่ในวันนี้ พรรคเพื่อไทย ไม่มีอะไรทำให้เรากลัว ต่อไปนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับการเมือง มันจิ๊บๆ เมื่อก่อนมองพล.อ.ประยุทธ์ เป็นเสือเป็นสิงห์ แต่เท่าที่ลองปะกันดู เป็นมด เป็นแมว มากกว่า เขาเก่งในที่มืด เก่งแต่ในกติกาของเขา แต่พอออกมาในที่สภาฯ แล้ว ก็เป็นเพียงแค่แมว หากวันข้างหน้าเราจะเดินหน้าต่อไป ไม่กลัวแม้แต่น้อย 

 

นายจิรายุ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงเกี่ยวกับพล.อ.ประยุทธ์ คือในเรื่องอารมณ์ การพูดการจาหลายครั้ง ที่พูดดูเหมือน ส.ส.หรือคนฟังเป็นเด็กในโอวาท เวลาพรรคฝ่ายค้านอภิปราย พยายามสะท้อนให้เห็น ในสิ่งที่คนใกล้ตัวท่านอาจไม่กล้าพูด เราสงสัย ผู้นำประเทศ ทำไมไม่ค่อยมีความอดทน คนรอบตัวท่าน ต้องกล้าพูดกับเจ้านาย 5 ปีที่ผ่านมา มีแต่การอวยอย่างเดียว ในสภาฯพอพวกเราพูดถึงพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีใครลุกขึ้นประท้วง แต่พอพาดพิงนายชวน สมาชิกประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงกันพรึ่บ สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวบางอย่างในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทย จะตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นและสร้างสรรค์     

 น.ส.จิราพร กล่าวว่า ครั้งแรกที่เจอพล.อ.ประยุทธ์ ตอนอภิปรายนโยบายรัฐบาล พอเห็นเขาอภิปรายแล้ว รู้สึกสงสาร พล.อ.ประยุทธ์ เพราะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการบริหารตัวเอง แต่ต้องพยายามแสดงศักยภาพ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีศักยภาพพอในการบริหารประเทศ ส่วนดีที่เขามี ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศเลย.

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย Nation TV