ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

ปชช.ส่วนใหญ่ มอง "ผิดสัจจะหาเสียง" 4 ส.ส.ทิ้ง "มิ่งขวัญ" ซบขั้ว "ประยุทธ์"

8.0K 8
ปชช.ส่วนใหญ่ มอง ผิดสัจจะหาเสียง 4 ส.ส.ทิ้ง มิ่งขวัญ ซบขั้ว ประยุทธ์

จากกรณี 4 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ "สุภดิช-ภาสกร-มนูญ-มารศรี" ย้ายขั้วซบรัฐบาล ทิ้ง "มิ่งขวัญ-นิยม"อยู่ร่วมฝ่ายค้าน เตรียมแถลง 22 ส.ค.นี้ โดยการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย วันนี้(20 ส.ค.)

โดยมีนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นประธาน มีตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคเข้าร่วมประชุม โดยพรรคเศรษฐกิจใหม่ส่งนายนิยม วิวรรธนดิฐกุล รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมประชุมด้วยตามปกติ นายนิยม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคเศรษฐกิจใหม่จะย้ายขั้วจากฝ่ายค้านไปร่วมงานกับรัฐบาลว่า ยอมรับว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่มีส.ส. 6 คนนั้น มีบางส่วนจะย้ายไปร่วมงานกับรัฐบาล แต่ตนและนายมิ่งขวัญนั้นจะยังคงทำงานเป็นฝ่ายค้านต่อไป ซึ่งตนพร้อมด้วยนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ จะแถลงข่าวถึงความชัดเจนในเรื่องนี้ ในวันที่ 22 ส.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคเศรษฐกิจใหม่ มีส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด 6 คน ประกอบด้วย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, นายสุภดิช อากาศฤกษ์, นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล, นายภาสกร เงินเจริญกุล, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และนางมารศรี ขจรเรืองโรจน์

ทั้งนี้ หาก นายมิ่งขวัญ และนายนิยม ไม่ไปร่วมกับรัฐบาล ที่มี บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ นั่นหมายวามว่า จะมีส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ไปร่วมกับรัฐบาล ประกอบด้วย นายสุภดิช อากาศฤกษ์, นายภาสกร เงินเจริญกุล, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และนางมารศรี ขจรเรืองโรจน์

ซึ่งต่อมา นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นำ ส.ส.ของพรรคทั้งหมด ได้แก่  นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานะ รักษาการหัวหน้าพรรค, นายภาสกร เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ฐานะเลขาธิการพรรค, นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงยืนยันต่อการอยู่ร่วมเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่าพรรคมีความแตกแยก เพราะจะมีส.ส.บางส่วนเตรียมตัวเป็นพรรคร่วมรัฐบาล

            โดยนายมิ่งขวัญ กล่าวยืนยันว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่มีแตกแถวแน่นอน และจะอยู่ร่วมเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ในบางกรณีที่เป็นความเห็นร่วมกันของพรรคฝ่ายค้านนั้น ส.ส.ของพรรคจะใช้เอกสิทธิ์ที่จะพิจารณาในการลงมติสวนทางกับพรรคร่วมรัฐบาลในบางประเด็น  กล่าวคือ จะไม่ค้านแบบหัวปักหัวปำ ส่วนในอนาคตหากมีการยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตนพร้อมจะร่วมลงชื่อในญัตติดังกล่าวแน่นอน ส่วนการลงมตินั้นต้องพิจารณาจากประเด็น ข้อมูล และ ความจริงที่ปรากฎชัดเจน

          ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่ส.ส.ของพรรคจะใช้เอกสิทธิ์ลงมติที่ตรงข้ามกับฝ่ายค้านจะกระทบต่อเอกภาพงานฝ่ายคัานหรือไม่ นายมิ่งขวัญ ได้ยกมือห้ามผู้สื่อข่าวตั้งคำถามและ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม แม้ผู้สื่อข่าวจะถามย้ำประเด็นดังกล่าวภายหลังการแถลง นายมิ่งขวัญ ส่ายหน้าและตอบว่า "ผมไม่พูด"          

ล่าสุด 25 ส.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง "การเข้าพรรคและย้ายขั้วทางการเมือง" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21 22 สิงหาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,259 หน่วยตัวอย่าง

เกี่ยวกับการเข้าพรรคและย้ายขั้วทางการเมือง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ "นิด้าโพล" วิธีสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการเข้าดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.69 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ยังไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารงาน ควรวางมือปล่อยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารแทน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว รองลงมา ร้อยละ 31.61 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ เหมาะสมกับ ตำเเหน่งเเล้ว เป็นผู้อาวุโสที่พร้อมด้วยคุณวุฒิและวัยวุฒิ และอยู่กับนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) มานานและทำงานดี ร้อยละ 19.46 ระบุว่า เฉย ๆ ไม่สนใจ และร้อยละ 0.24 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มีรายละเอียดหรือข้อมูลเรื่องนี้

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี หาก ส.ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน จะย้ายขั้วไปสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.80 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ไม่ยึดอุดมการณ์ของพรรค ไม่มีจุดยืน และผิดสัจจะจากที่หาเสียงไว้ รองลงมา ร้อยละ 35.19 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ เป็นประโยชน์ของประชาชน ทำให้เกิดความปรองดอง และมีจำนวน ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น เพื่อเสถียรภาพในการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 14.61 ระบุว่า เฉย ๆ ไม่สนใจ และร้อยละ 0.40 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มีรายละเอียดหรือข้อมูลเรื่องนี้ ไม่ได้ติดตามข่าวนี้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ

ส่วนความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ย้ายขั้วไปเป็นฝ่ายค้านอิสระ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.52 ระบุว่า เห็นด้วย จะได้มี ส.ส. ฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น มีจุดยืนเป็นของตนเอง และเพื่อเข้ามาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รองลงมา ร้อยละ 25.10 ระบุว่า เฉย ๆ ไม่สนใจ ร้อยละ 23.27 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ เป็นนักการเมืองที่ใช้ไม่ได้ ไม่มีคุณธรรม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ชอบเป็นการส่วนตัว และร้อยละ 1.11 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มีรายละเอียดหรือข้อมูลเรื่องนี้ ไม่ได้ติดตามข่าวนี้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม รัฐภูมิ) อดีตรองโฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไท ย้ายขั้วไปเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.44 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ ชอบพรรคที่ย้ายไปเป็นการส่วนตัว เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะย้ายพรรคโดยไปอยู่กับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมืองในการย้ายพรรคอยู่แล้ว และเป็นการเพิ่มคนรุ่นใหม่ทางการเมือง รองลงมา ร้อยละ 25.97 ระบุว่า เฉย ๆ ไม่สนใจ ร้อยละ 22.95 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ยังไม่เคยมีผลงานทางด้านการเมือง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ชอบพรรคเพื่อไทย และร้อยละ 0.64 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มีรายละเอียดหรือข้อมูลเรื่องนี้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ทราบ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี หาก ส.ส. พรรคเพื่อไทยบางคน ย้ายขั้วไปสนับสนุนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.14 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และที่ได้รับเลือกเป็น ส.ส. ก็เพราะสังกัดพรรคเพื่อไทย จึงไม่ควรย้ายพรรค รองลงมา ร้อยละ 33.91 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ ทำให้มีจำนวน ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะย้ายพรรคไปอยู่กับพรรคที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และรัฐบาลจะได้มีเสถียรภาพในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 12.71 ระบุว่า เฉย ๆ ไม่สนใจ และร้อยละ 0.24 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 8.74 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 25.49 มีภูมิลำเนาอยู่ปริมณฑลและภาคกลาง ร้อยละ 18.43 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.52 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ ตัวอย่างร้อยละ 48.69 เป็นเพศชาย และร้อยละ 51.31 เป็นเพศหญิง

ตัวอย่างร้อยละ 4.77 มีอายุ 18 25 ปี ร้อยละ 15.96 มีอายุ 26 35 ปี ร้อยละ 20.81 มีอายุ 36 45 ปี ร้อยละ 37.01 มีอายุ 46 59 ปี และร้อยละ 21.45 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 94.20 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.58 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 1.19 นับถือศาสนาคริสต์ และอื่น ๆ และร้อยละ 1.03 ไม่ระบุศาสนา ตัวอย่างร้อยละ 22.00 สถานภาพโสด ร้อยละ 73.16 สมรสแล้ว ร้อยละ 3.89 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ และร้อยละ 0.95 ไม่ระบุสถานภาพการสมรส

ตัวอย่างร้อยละ 32.33 จบการศึกษาประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ร้อยละ 28.67 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 6.99 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 25.50 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ร้อยละ 5.08 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 1.43 ไม่ระบุการศึกษา

ตัวอย่างร้อยละ 11.83 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 13.66 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 22.88 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 15.73 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.01 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.39 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน ร้อยละ 1.83 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ร้อยละ 0.08 เป็นพนักงานองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหากำไร และร้อยละ 1.59 ไม่ระบุอาชีพ

ตัวอย่างร้อยละ 16.36 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 23.51 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ร้อยละ 22.88 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 20,000 บาท ร้อยละ 10.80 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001 30,000 บาท ร้อยละ 6.75 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001 40,000 บาท ร้อยละ 8.90 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 10.80 ไม่ระบุรายได้

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV