ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562

แจกเงินเที่ยวคุ้มไหม? ใครจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยวตอนนี้

909 9
แจกเงินเที่ยวคุ้มไหม? ใครจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยวตอนนี้

เป็นมาตรการทางอ้อมที่ "ยากจะหวังผล" เพราะการท่องเที่ยวไม่ใช่ปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ คนจะท่องเที่ยวก็ต่อเมื่อมีเงินเหลือกินเหลือใช้ ในสภาพที่ทุกคนหมดหวังกับอนาคต "ใครจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยว ดังนั้น เงินที่ใช้ไปเพื่อการนี้จะสูญเปล่า"

พลันมีข่าวแจกเงินเที่ยว 1,000 บาทต่อคน พนักงานบริษัทอย่างเราๆ ไม่ได้ถือบัตรคนจน นับเป็น 1 ใน 10 ล้านคนที่จะได้เงินดังกล่าว ก็คิดทันทีว่าจะไปเที่ยวจังหวัดไหน และคิดไว้เลยว่าจะลางานเดือนตุลาคม อากาศแถบภาคเหนือกำลังดี

ดูเหมือนว่าคงมีคนที่คิดแบบเดียวกับผมอีกจำนวนไม่น้อย ที่เริ่มวางแผนไปเที่ยว ถ้าคน 10 ล้านคนคิดไปเที่ยวพร้อมๆกัน ในช่วงเวลาเดียวกัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเม็ดเงินจำนวนแค่ 1,000 บาท/หัว ก็อาจจะลงไปตามชุมชนต่างๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้บ้าง

เพราะแน่นอนว่า ก้าวเท้าออกจากบ้านไปเที่ยวครั้งนี้ได้เงินมาฟรีๆ 1,000 บาทแต่ก็ยังต้องออกเองอีกมากกว่าครึ่งเพราะการไปเที่ยวยังต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆอีกมากมาย ค่าตั๋วเครื่องบินบินไปเชียงใหม่ก็เกินพันแล้ว ยังไม่รวมค่าที่พักอีก ค่ากิน ไหว้พระทำบุญ แต่ก็นั่นแหละคือการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือเป็น"มาตราการทางการคลัง"

แต่เดี๋ยวก่อนการแจกเงินเที่ยว มันอาจเป็นการเป็นเพียงการกระตุ้น "ระยะสั้นเท่านั้น" คำถามที่ตามมาคือ "คุ้มค่าหรือไม่กับการหว่านเงินลงไปในครั้งนี้?"

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยบอกถึงเรื่องการแจกเงินเที่ยวคนละ1,000บาทว่า มันเป็นมาตรการทางอ้อมที่ "ยากจะหวังผล" เพราะการท่องเที่ยวไม่ใช่ปัจจัย 4 ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพ คนจะท่องเที่ยวก็ต่อเมื่อมีเงินเหลือกินเหลือใช้ ในสภาพที่ทุกคนหมดหวังกับอนาคต

"ใครจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยว ดังนั้น เงินที่ใช้ไปเพื่อการนี้จะสูญเปล่า"

ถ้าเทียบกับอัดฉีดเงินลงไปที่เกษตรกรฐานราก ให้เขามีเงินเพียงพอทำทุน อันเป็นการลงทุนที่ทำให้คนเห็นอนาคต จะเกิดการผลิตและเกิดการจับจ่ายใช้สอยที่ได้มาจากการผลิตที่ยั่งยืน กำลังซื้อก็จะกลับคืนมา ทำให้พ่อค้าแม่ขาย ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางอยู่ได้ ไม่เจ๊งโรงงานต่างๆก็จะอยู่ได้

"ไม่เจ๊งอย่างทุกวันนี้ เช่นกัน"

มาดูกันอีกครั้งว่า เงื่อนไขของผู้ที่จะได้รับแจกเงิน 1,000 บาทไปเที่ยวต้องเป็นอย่างไร

1. มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่มีบัตรสวัสดการแห่งรัฐ

2. ไปลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ ททท. ด้วย หมายเลขบัตรประชาชน ระหว่างวันที่ ภายใน 24 ก.ย.-22 พ.ย.2562 พร้อมกับระบุจังหวัดที่จะไปท่องเที่ยว 1 จังหวัด แต่ต้องไม่ซ้ำกับจังหวัดในบัตรประชาชน

3. รอ SMS ยืนยันสิทธิ์

4. โหลด แอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" ไว้เพื่อรอรับเงินเข้ามา

5. เมื่อเงินเข้าแล้ว 1,000 บาท ก็สามารถนำไปใช้จ่ายผ่านแอพลิเคชั่นนั้นได้เลยเฉพาะร้านค้า ที่พัก สินค้าท้องถิ่น ที่ร่วมโครงการเท่านั้น ไม่สามารถกดเป็นเงินสดออกมาได้

ทั้งนี้ ผู้รับสิทธิ์จะต้องใช้เงินภายใน 2 สัปดาห์ หากใช้ไม่ทันจะถูกดึงเงินกลับทันที เพื่อนำไปให้สิทธิ์กับคนอื่นต่อไป

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ถกเถียงกันเรื่องนี้ว่า การใช้เม็ดเงินได้ผลแค่ไหน มีเรื่องตัวทวีคูณมาด้วย เช่น ใช้เงิน 1 บาท เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจได้ 1.5 หรือ 2 บาท รัฐบาลควรกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัด เพื่อนำไปสู่การประเมินผลการใช้งบประมาณว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด และควรจะเลือกเฉพาะมาตรการที่จะให้ผลชัดเจนเท่านั้น

เพราะการคิดใช้เงินนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ใช้แล้วได้ผลแค่ไหนเป็นเรื่องยาก ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นกระทรวงการคลังประเมินผลอย่างจริงจังในเรื่องนี้

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #Nation #NationTV

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV