ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562.

สหรัฐฯ อยากมีเรื่องใช่ไหม

8.4K 30
สหรัฐฯ อยากมีเรื่องใช่ไหม

สหรัฐฯ กำลังจุดชนวนความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย อย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ผ่อนปรนไป หรือ เงียบหายไป พยายามสร้างกระแส สร้างเรื่อง เพื่อทำให้คนทั้งโลกมองอิหร่านเป็นผู้ร้าย และสหรัฐฯ เป็นพระเอก แต่ถึงเวลานี้ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะคิดผิด เพราะข่าวสาร ยุคปัจจุบันนี้ ทุกคนรู้เท่าทันสถานการณ์โลก และ พฤติกรรมของสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น ว่าสหรัฐฯ กำลังหาเรื่องอิหร่าน และ สหรัฐฯ อยากมีเรื่องกับอิหร่าน เพื่อหาความชอบธรรม จัดการอิหร่าน เหมือนที่เคยจัดการอิรัก หรือ ลิเบีย นั่นเอง

ห่างหายไปสองสัปดาห์กับการอัพเดทสถานการณ์โลกให้ทุกท่านได้ติดตามกัน เนื่องด้วยภาระกิจหน้าที่ ที่ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าที่ควร  หลังจากทุกอย่างเริ่มจะเข้าที่เข้าทางคงจะได้หาเวลามานั่งเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ให้ได้ติดตามกันเหมือนเช่นเคย

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ถูกกลบด้วยสถานการณ์ การชุมนุมในฮ่องกง เสียจนหมดสิ้น จนหลายคนเกือบจะจำไม่ได้แล้วว่า สถานการณ์ร้อนระอุที่สุด ในช่วงเวลานี้คือ สถานการณ์ บริเวณอ่าวเปอร์เซีย และ ช่องแคบเฮอร์มุช

ดังนั้นวันนี้ จะได้มาอัพเดทเรื่องราวให้ทุกท่านได้รับทราบกันอีกครั้ง จากเหตุการณ์ที่ทางด้านนาวิกโยธิน ของอังกฤษ ได้เข้าควบคุมเรือเกรซวัน ของอิหร่าน บริเวณช่องแคบยิบรอลตา เอาไว้ โดยตั้งข้อสงสัยว่าเรือลำดังกล่าวนั้นได้เตรียมขนน้ำมันไปส่งยังซีเรีย ซึ่งทำผิดมาตรการของยุโรป ที่ห้ามมีการส่งน้ำมันไปยังรัฐบาลซีเรีย แต่ทว่าท้ายที่สุดทางการอิหร่านยืนยันถึงความชัดเจนเรื่องดังกล่าว แม้ว่าจะมีการตอบโต้อังกฤษด้วยการยึดเรือบรรทุกน้ำมันคืนเช่นกัน ก็ตาม

จนกระทั่งล่าสุด ทางการยิบรอลตา ก็ได้ถอนอายัติเรือลำดังกล่าว เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะให้เรือลำดังกล่าวเดินทางออกจากท่าเรือในยิบรอลตา กลับคืนไปยังอิหร่าน แต่ทว่าเรื่องดังกล่าวอาจจะสะดุดลงอีกครั้งเมื่อทางการสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งออกมา

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ ว่าได้ขออำนาจศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันให้ออกหมายจับเรือเกรซ วัน ซึ่งกำลังเตรียมจะออกจากท่าที่ยิบรอลตาร์ เนื่องจากมี เหตุผลที่เชื่อได้ว่านอกเหนือจากน้ำมันดิบปริมาณ 2.1 ล้านบาร์เรลบนเรือแล้ว ยังมีทรัพย์สินอีกมูลค่าประมาณ 995,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.07 ล้านบาท  ต้องสงสัยได้มาโดยมิชอบที่อาจเป็นการฉ้อโกงและฟอกเงิน เข้าข่ายละเมิดกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศของสหรัฐฯ

ขณะที่ทางด้านการท่าเรือและพาณิชย์นาวีของอิหร่านออกแถลงการณ์ว่า เรือเกรซ วัน กำลังรอการเปลี่ยนลูกเรือชุดใหม่จำนวน 7 คนรวมถึงกัปตัน  และเร่งดำเนินการด้านเอกสารตามกฎหมายพาณิชย์นาวีระหว่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนชื่อเรือเป็นเอเดรียน ดารายา และการจดทะเบียนให้เรือติดธงชาติอิหร่านแทนปานามา ก่อนถอนสมอเรือออกจากยิบรอลตา แล้วออกเดินทางต่อไป

ขณะนี้ทราบว่าเอกสารทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว รอเพียงลูกเรือ และกัปตันเรือชุดใหม่ ที่จะเดินทางมาถึงยิบรอลตา เนื่องจากลูกเรือชุดเดิมนั้น ทั้งหมด ได้ถูกปล่อยตัวและเดินทางกลับอิหร่านแล้ว ก่อนหน้านี้ เมื่อทั้งหมดพร้อม ก็จะออกเดินทางจากยิบรอลตา ทันที ทั้งนี้อิหร่านยืนยันว่า ไม่สนใจกับการออกหมายจับของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เพราะทั้งหมดแล้ว ขึ้นอยู่กับทางการยิบรอลตา ซึ่งกระบวนการปล่อยเรือได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และทั้งนี้ ก็พบว่าเอกสารที่ออกมาจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ก็ลงวันที่ผิด ที่ควรจะเป็น 16 สิงหาคม ก็กลายเป็นวันที่ 16 พฤศจิกายน อีกด้วย

นอกจากนั้นแล้วทางด้านอิหร่าน ไม่ได้แสดงหลักฐานอะไรเพิ่มเติม หรือยืนยันว่าเรือลำดังกล่าวนั้น จะไม่เดินทางไปยังซีเรีย อย่างที่อังกฤษ เคยได้กล่าวหาว่าละเมิดการคว่ำบาตรซีเรียของทางด้านสหภาพยุโรป และที่ผ่านมาทางด้านอิหร่านก็ยืนยันมาโดยตลอดว่าอิหร่านไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป และอิหร่านก็เป็นประเทศที่สามารถที่จะค้าขายกับประเทศใดก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาติอังกฤษ หรือสหรัฐฯ 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวยังไม่ได้รายงานอีกความเคลื่อนไหวนั่นก็คือ เรือสเตนา อิมเพโร ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษที่ถูกทางด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือว่าไออาร์จีซี ยึดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการเอาคืนอังกฤษ ที่ได้ไปยึดเรือเกรซ วัน ก่อนหน้านี้นั่นเอง 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งล่าสุดทางการของยิบรอลตา ตกลงที่จะปล่อยเรือเกรซ วันนั้น แต่ดูเหมือนกว่า สหรัฐฯ ยังไม่ยอมจบเรื่องดังกล่าว กำลังหาประเด็นใหม่ เพื่อจัดการกับอิหร่าน โดยอาศัยสถานการณ์ ของการควบคุมเรือเกรซ วัน เป็นข้ออ้าง และขยายผล  บรรดานักวิเคราะห์ก็มองว่า สิ่งที่สหรัฐฯ กำลังกระทำครั้งนี้ อันที่จริงแล้ว ก็เพียงเพื่อจะหาเหตุผลอันชอบธรรม เพื่อจัดการกับอิหร่าน นั่นแหละ คือ เมื่อจัดการกับเรื่องขนถ่ายน้ำมันไปสู่ซีเรีย ไม่ได้ ก็หาเหตุผลอื่นมาเล่นงานซะ 

แต่ที่น่าสนใจในมุมมองของนักวิเคราะห์สถานการณ์อีกอย่างหนึ่งนั่นคือ สหรัฐฯ กำลังละเมิดอำนาจศาลของยิบรอลตา หรือไม่? เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น และการตัดสินใจปล่อยลูกเรือ และเรือเกรซ วัน ของอิหร่านในครั้งนี้ มีกระบวนการยุติธรรมของทางการยิบรอลตา เข้ามาเกี่ยวข้องทุกขั้นตอน และกระทำภายใต้อธิปไตยของยิบรอลตา แต่เหตุใด สหรัฐฯ ถึงไม่เคารพ กระบวนการดังกล่าว ที่ตัวเองนั้นเป็นผู้กล่าวอ้างเรื่องกระบวนการยุติธรรม มาโดยตลอด นอกจากนั้นแล้ว  ยังมีเรื่องของการแทรกแซงกิจการภายใน ของยิบรอลตา ด้วยหรือไม่ กับการ ที่พยายามจะให้ทางการยิบรอลตา ควบคุมเรือเกรซ วัน ไว้ต่อหลังจากที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ออกหมายจับเรือลำดังกล่าว

สหรัฐฯ กำลังจุดชนวนความขัดแย้งในอ่าวเปอร์เซีย อย่างต่อเนื่อง ไม่ยอมให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ผ่อนปรนไป หรือ เงียบหายไป พยายามสร้างกระแส สร้างเรื่อง เพื่อทำให้คนทั้งโลกมองอิหร่านเป็นผู้ร้าย และสหรัฐฯ เป็นพระเอก แต่ถึงเวลานี้ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะคิดผิด เพราะข่าวสาร ยุคปัจจุบันนี้ ทุกคนรู้เท่าทันสถานการณ์โลก และ พฤติกรรมของสหรัฐฯ มากยิ่งขึ้น ว่าสหรัฐฯ กำลังหาเรื่องอิหร่าน และ สหรัฐฯ อยากมีเรื่องกับอิหร่าน เพื่อหาความชอบธรรม จัดการอิหร่าน เหมือนที่เคยจัดการอิรัก หรือ ลิเบีย นั่นเอง

สถาพร เกื้อสกุล 18-08-2019

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่ ..  https://www.nationtv.tv/main/columnist/59/

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์