ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562.

"กีร์" อริสมันต์" จี้ถอนฟ้องคดีล้มอาเซียน ทำได้จริงหรือ?

1.8K 17
กีร์ อริสมันต์ จี้ถอนฟ้องคดีล้มอาเซียน ทำได้จริงหรือ?

นอกจากคดีก่อการร้ายที่แกนนำ นปช.รวมทั้ง "กีร์" อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไปขึ้นศาลฟังคำพิพากษาในวันนี้แล้ว เมื่อวานยังมีข่าวใหญ่อีกข่าว คือ "กี้ร์" ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่พัทยา เมื่อปี 52 ด้วย ได้นำจำเลยคนอื่นๆ เข้ายื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด ให้ถอนฟ้องพวกตน เพราะพยานคนหนึ่งซึ่งเป็นตำรวจ และให้การกล่าวหาพาดพิงพวกตนนั้น ถูกศาลตัดสินแล้วว่าเป็นพยานเท็จ

การยื่นอัยการให้ถอนฟ้องคดีบุกล้มการประชุมอาเซียน สรุปง่ายๆ แบบนี้ พวกของคุณกีร์ถูกฟ้อง และศาลชั้นต้น กับศาลอุทธรณ์ตัดสินไปแล้ว คดีอยู่ระหว่างฎีกา แต่ปรากฏว่าหนึ่งในพรรคพวกของคุณกี้ร์ไปฟ้องศาลแยกอีกคดีหนึ่งว่า พยานปากสำคัญซึ่งเป็นตำรวจ และให้การพาดพิงถึงพวกของคุณกี้ร์ในคดีบุกล้มการประชุมอาเซียน เป็นพยานเท็จปรักปรำ ไม่มีหลักฐานยืนยันปรากฏว่าคดีใหม่นี้ ศาลพิพากษาว่าตำรวจที่เป็นพยาน กระทำผิดจริง โดยเป็นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แล้วไม่มีการยื่นฎีกา ทำให้คดีถึงที่สุด พวกคุณกี้ร์เห็นช่อง ก็เลยไปยื่นฟ้องตำรวจคนนี้เพิ่ม แล้วก็มายื่นอัยการให้ถอนฟ้อง เพราะพยานที่เป็นตำรวจให้การเท็จ พวกตนต้องไม่ผิด ไม่ได้ไปบุกล้มการประชุมอาเซียนกันเลยแม้แต่น้อย

นี่คือที่มาที่ไป โดยตำรวจคนนี้ มีการระบุชื่อเลยว่าคือ พันตำรวจโทศราวุฒิ บุญชัย "ทีมข่าวเก็บตกจากเนชั่นภาคเที่ยง" ก็เลยไปตามตรวจสอบ ปรากฏว่าตำรวจท่านนี้ ปัจจุบันเป็นสารวัตรปราบปราม อยู่ที่ สภ.ขลุง จังหวัดจันทบุรีทีมข่าวของเราได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับตำรวจท่านนี้ ท่านก็ยอมรับว่าถูกแนวร่วม นปช.ที่เป็นจำเลยในคดีบุกล้มการประชุมอาเซียน ฟ้องร้องจริงในคดีเบิกความเท็จ และศาลก็ตัดสินว่าผิดจริง คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลรอการกำหนดโทษ (หมายถึงผิดจริง แต่ยังปราณีไม่ลงโทษ ถ้าทำผิดซ้ำถึงจะกำหนดโทษจำคุก)

แต่ตำรวจท่านนี้อธิบายว่า คดีมีจำเลยจำนวนมาก และพยานหลักฐานเยอะมาก หลักฐานภาพถ่ายที่จะยืนยันตัวตนของจำเลยบางคนจึงตกหล่น ไม่สามารถนำไปแสดงต่อศาลได้ ซึ่งจริงๆ ก็มีเพียงจำเลยคนเดียวที่ฟ้องตนเท่านั้นที่ไม่มีหลักฐาน ส่วนคนอื่นๆ มีหลักฐานครบหมด ส่วนตัวก็ยอมรับในความผิดพลาดเกี่ยวกับพยานหลักฐานในส่วนนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนทั้งหมดจะเสียหาย เพราะมีหลักฐาน ภาพถ่าย และคลิปวีดีโอยืนยันพฤติกรรมเป็นจำนวนมาก

ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ พวกของคุณกี้ร์ อริสมันต์ เรียกร้องให้อัยการถอนฟ้องคดีนี้ โดยอ้างเรื่องพยานที่เป็นตำรวจให้การเท็จ คำถามก็คือ "คดีอาญาแผ่นดิน" ที่เป็นความผิดร้ายแรงแบบนี้ ถอนฟ้องได้หรือไม่ทีมข่าวของเราได้รับคำยืนยันจากแหล่งข่าวที่เป็นอัยการในสำนักงานอัยการสูงสุดว่า โดยปกติคดีอาญาทั่วไปที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวโจทก์ (ผู้ฟ้อง) สามารถถอนฟ้องได้ทุกคดี ทุกชั้่นศาล มีเงื่อนไขเดียวคือต้องถอนก่อนคดีจะถึงที่สุด แต่สำหรับคดีอาญาแผ่นดิน ซึ่งเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ การถอนฟ้องจะกระทำได้เฉพาะในขั้นตอนก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาเท่านั้น หากศาลชั้นต้น หรือศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาไปแล้ว จะถอนฟ้องไม่ได้อีก หากมีการยื่นถอนคำฟ้อง จะเท่ากับเป็นการถอนอุทธรณ์ หรือถอนฎีกา ทำให้คดีถึงที่สุด แต่ก็ต้องยึดตามคำพิพากษาของศาลล่าง คือ ศาลชั้นต้น หรือศาลอุทธรณ์ ที่ได้ตัดสินไปแล้ว

จากคำอธิบายนี้ เมื่อนำมาเทียบเคียงกับคดีบุกล้มการประชุมอาเซียน ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินและศาลล่าง 2 ศาลมีคำพิพากษาแล้ว การที่คุณกี้ร์ อริสมันต์ และพวก จะให้อัยการถอนฟ้อง ย่อมทำไม่ได้ และจะให้ถอนฎีกาก็ทำไม่ได้อีก เพราะอัยการไม่ได้เป็นฝ่ายฎีกา แต่เป็นฝ่ายคุณอริสมันต์เอง ฉะนั้นหากฝ่ายคุณอริสมันต์จะถอนฎีกา ก็ทำได้ และจะทำให้คดีถึงที่สุด โดยพวกของคุณกี้ร์ก็ต้องรับโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ส่วนที่อ้างว่ามีพยานบางปากให้การเท็จ ก็ไม่ได้ส่งผลให้คดีบุกล้มประชุมอาเซียนต้องเสียไป ยกเว้นมีการไปรื้อคดีขึ้นพิจารณาใหม่ โดยอ้างเหตุพยานเท็จเท่านั้น

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend