ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เร่งออกหมายเรียก "ดีเจภูมิ" เตรียมตั้ง 5 ข้อหา

1.7K 7
เร่งออกหมายเรียก ดีเจภูมิ เตรียมตั้ง 5 ข้อหา

โฆษกกรมอุทยานฯ ระบุมีหลักฐานชัดเอาผิด ดีเจภูมิ ตกปลาในเขตหวงห้าม ด้านตำรวจปากน้ำชุมพร เร่งออกหมายเรียกให้เร็วที่สุดเพราะเป็นคดีที่คนสนใจ หากพยานหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีทั้ง 5 ข้อหา

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธ์พืช กล่าวถึง กรณีที่ ชุดพญาเสือ ได้เข้านำบันทึกการตรวจสอบ เข้าแจ้งความกล่าวโทษ กับนายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือ ดีเจภูมิ และพวก 7 คน ต่อสถานนีตำรวจภูธรเมืองปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากที่ทั้งหมด ร่วมกันเข้าไปตกปลาและ ชำแหละเนื้อปลาที่ได้มาจากล่า (ตกเบ็ด) เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร บริเวณเกาะแรด เกาะกะโหลก เกาะหลักง่าม และเกาะละวะ ซึ่งทั้ง 4 เกาะอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นพื้นที่หวงห้ามเข้ามาจับสัตว์น้ำ

โดยนายสมโภชน์ ระบุว่า เวลานี้กรมอุทยานฯ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่พนักงานสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร จะตรวจสอบหลักฐาน และ ออกหมายเรียกมาชี้แจง รับทราบข้อกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิด ทั้งการตรวจสอบเทียบพิกัดตำแหน่งจาก จีพีเอส ( GPS ) และ คลิปภาพวิดีโอที่ได้รับการ้องเรียน ความผิดจะแตกต่างจาก พระราชบัญญัติคุมครองสัตว์ป่าฯ ซึ่ง พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ อัตราโทษจะเบากว่า หลังจากที่นายพนัชกร โพธิบัญฑิต นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หน่วยพญาเสือ เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ ก็ต้องรอให้ทางตำรวจออกหมายเรียก ให้ดีเจภูมิเข้ามาชี้แจง

สำหรับข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ได้ร้องทุกกล่าวโทษไว้ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติพ.ศ.2504 มีอัตราโทษต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ด้าน พ.ต.ท.วรวิทย์ เจริญศภผล รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ปากน้ำชุมพร เปิดเผยกับเนชั่นทีวีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรวรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียกภายในสัปดาห์นี้ โดยจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน ในเบื้องต้นก็จะติดต่อนนัดหมายเวลาที่สะดวกว่าจะเข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหาได้เมื่อไหร่ ในเบื้องต้นดีเจภูมิยังไม่ได้ติดต่อเข้ามา และหากทางเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะเอาผิดทั้ 5ข้อกล่าหาตามที่ เจ้าหน้าที่อุทยานได้แจ้งความดำเนินคดีไว้

พฤติกรรม เจตนาล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำความผิดกฏหมายตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ฐานความผิดเก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (2) และมาตรา 24 นำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (3) และมาตรา 24 ฐานนำยานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (9) และมาตรา 25 นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (15) และมาตรา 27 ฐานความผิดกรณีบุคคลซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติของรัฐมนตรี และ ตามมาตรา 18 และมาตรา 25"

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV