ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2563.

เร่งออกหมายเรียก "ดีเจภูมิ" เตรียมตั้ง 5 ข้อหา

1.9K 7
เร่งออกหมายเรียก ดีเจภูมิ เตรียมตั้ง 5 ข้อหา

โฆษกกรมอุทยานฯ ระบุมีหลักฐานชัดเอาผิด ดีเจภูมิ ตกปลาในเขตหวงห้าม ด้านตำรวจปากน้ำชุมพร เร่งออกหมายเรียกให้เร็วที่สุดเพราะเป็นคดีที่คนสนใจ หากพยานหลักฐานเพียงพอจะดำเนินคดีทั้ง 5 ข้อหา

นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธ์พืช กล่าวถึง กรณีที่ ชุดพญาเสือ ได้เข้านำบันทึกการตรวจสอบ เข้าแจ้งความกล่าวโทษ กับนายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือ ดีเจภูมิ และพวก 7 คน ต่อสถานนีตำรวจภูธรเมืองปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร หลังจากที่ทั้งหมด ร่วมกันเข้าไปตกปลาและ ชำแหละเนื้อปลาที่ได้มาจากล่า (ตกเบ็ด) เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร บริเวณเกาะแรด เกาะกะโหลก เกาะหลักง่าม และเกาะละวะ ซึ่งทั้ง 4 เกาะอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร เป็นพื้นที่หวงห้ามเข้ามาจับสัตว์น้ำ


โดยนายสมโภชน์ ระบุว่า เวลานี้กรมอุทยานฯ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่พนักงานสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร จะตรวจสอบหลักฐาน และ ออกหมายเรียกมาชี้แจง รับทราบข้อกล่าวหา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ยืนยันว่า มีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิด ทั้งการตรวจสอบเทียบพิกัดตำแหน่งจาก จีพีเอส ( GPS ) และ คลิปภาพวิดีโอที่ได้รับการ้องเรียน ความผิดจะแตกต่างจาก พระราชบัญญัติคุมครองสัตว์ป่าฯ ซึ่ง พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ อัตราโทษจะเบากว่า หลังจากที่นายพนัชกร โพธิบัญฑิต นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หน่วยพญาเสือ เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ ก็ต้องรอให้ทางตำรวจออกหมายเรียก ให้ดีเจภูมิเข้ามาชี้แจง

สำหรับข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่ได้ร้องทุกกล่าวโทษไว้ ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติพ.ศ.2504 มีอัตราโทษต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ด้าน พ.ต.ท.วรวิทย์ เจริญศภผล รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน ปากน้ำชุมพร เปิดเผยกับเนชั่นทีวีว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งรวรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียกภายในสัปดาห์นี้ โดยจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดเพราะอยู่ในความสนใจของประชาชน ในเบื้องต้นก็จะติดต่อนนัดหมายเวลาที่สะดวกว่าจะเข้ามาชี้แจงข้อกล่าวหาได้เมื่อไหร่ ในเบื้องต้นดีเจภูมิยังไม่ได้ติดต่อเข้ามา และหากทางเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะเอาผิดทั้ 5ข้อกล่าหาตามที่ เจ้าหน้าที่อุทยานได้แจ้งความดำเนินคดีไว้

พฤติกรรม เจตนาล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำความผิดกฏหมายตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ฐานความผิดเก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (2) และมาตรา 24 นำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (3) และมาตรา 24 ฐานนำยานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (9) และมาตรา 25 นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (15) และมาตรา 27 ฐานความผิดกรณีบุคคลซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติของรัฐมนตรี และ ตามมาตรา 18 และมาตรา 25"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend