ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562.

กมธ.ค่าโง่ทางด่วนสร้างความสับสน ชิงพื้นที่สื่อให้ข่าวสวนทาง

1.2K 48
กมธ.ค่าโง่ทางด่วนสร้างความสับสน ชิงพื้นที่สื่อให้ข่าวสวนทาง

การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน และรถไฟฟ้า (บีทีเอส) ครั้งล่าสุด ก่อให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนอีกครั้งเมื่อ 2 โฆษกกรรมาธิการเปิดแถลงว่าที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าไม่เห็นด้วยกับการขยายสัมปทานเดินรถสายสีเขียวให้บีทีเอส ขณะที่รองประธานกรรมาธิการออกมายืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะที่ประชุมยังไม่มีมติใดๆ ติดตามจากรายงานพิเศษ

การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน และรถไฟฟ้า (บีทีเอส) สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนักการเมืองจากฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมาร่วมเป็นกรรมาธิการ เพื่อหาทางออกกรณีค่าโง่ทางด่วนและการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส ส่อเค้าความสับสนวุ่นวายตั้งแต่การประชุมนัดแรก เพราะแต่ละพรรคแต่ละฝ่ายอาจมี Agenda กันอยู่ในใจ 

ความสับสนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในการประชุมวันที่ 13 สิงหาคม ซึ่งเป็นวาระการพิจารณาเรื่องศึกษาการขยายสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส ซึ่งคณะกรรมาธิการฯได้กำหนดล่วงหน้าว่าจะประชุมติดต่อ 2 วัน คือ วันที่ 13 และ 14 สิงหาคม โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องแต่ละฝ่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนมาให้ข้อมูล

แต่ภายหลังการประชุมวันแรก คริส โปตระนันทน์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้เปิดแถลงว่าที่ประชุมมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเชื่อว่าการต่อสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวของบีทีเอส ไม่น่าจะใช่แนวทางที่ถูกต้อง เพราะคณะกรรมการดำเนินการโครงการฯ แต่งตั้งโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 จึงมีข้อครหาถึงความไม่โปร่งใส รวมถึงไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฏหมาย พร้อมสำทับว่าตัวแทนคณะกรรมการฯ ไม่สามารถชี้แจงให้ที่ประชุมเชื่อได้ว่า การต่อสัมปทานจะมีประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศมากที่สุดอย่างไร 

ขณะที่ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย หนึ่งในโฆษกกรรมาธิการวิสามัญฯ ย้ำว่า ที่ประชุมมีมติไม่ให้บีทีเอสต่อสัมปทานการเดินรถออกไปอีก 40 ปี แบ่งเป็นสัมปทานปัจจุบันที่กำลังจะหมดในปี 2572 หรือ 10 ปี และสัมปทานใหม่อีก 30 ปี เพราะถือเป็นเส้นทางการเดินรถที่เป็นไข่แดง และเป็นส่วนที่ทำเงินให้กับบีทีเอส มากกว่า 5,000 ล้านบาท และเมื่อถึงปี 2572 ทุกอย่างจะต้องกลับคืนมาเป็นของรัฐบาล พร้อมย้ำว่าเรื่องนี้มติเป็นที่แน่ชัดแล้ว โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

ขณะที่นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการขยายสัมปทานเดินรถรถไฟฟ้า โดยในการประชุมครั้งนี้เป็นการซักถามข้อสงสัยของกรรมาธิการฯ และในวันที่ 14 สิงหาคม ที่ประชุมจะเชิญผู้แทนภาคเอกชนคือบีทีเอสและกรุงเทพธนาคมมาให้ข้อมูล ก่อนที่จะสรุปผลในสัปดาห์หน้า

นายแพทย์ระวีย้ำว่า สิ่งที่โฆษกกรรมาธิการแถลงว่าเป็นมติที่ประชุม ถือเป็นความเข้าใจผิด โดยกรรมาธิการทุกคนต้องการให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลง เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้บริการได้ จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่ามีวิธีอื่นอีกหรือไม่ ที่ใม่ใช่การต่ออายุสัมปทานให้เอกชน เช่น กทม.ออกพันธบัตรเงินกู้เพื่อนำเงิน 1 แสนล้านบาทมาจ่ายให้ รฟม.และจ้างบีทีเอสเดินรถจนสิ้นสุดสัปทานเดิมคือปี 2572 เพื่อให้อัตราค่าโดยสารตลอดสายไม่เกิน  65 บาท แต่ถ้ากทม.ไม่มีเงินและให้เอกชนบริหาร ก็ต้องขยายสัมปทานให้เอกชน 30 ปี แต่ต้องเจรจาต่อรองผลประโยชน์ใหม่ เพื่อให้ค่าโดยสารต่ำลงจากปัจจุบัน

เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุใดโฆษกกรรมาธิการฯ ทั้งยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และคริส โปตระนันทน์ จึงได้รวบรัดเปิดแถลงข่าวว่าที่ประชุมมีมติกรณีขยายสัมปทานบีทีเอสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่รองประธานกรรมาธิการยืนยันว่าที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปใดๆ และต้องจับตาดูกันว่าการทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ ที่ดูจะไปกันคนละทิศคนละทาง จะได้บทสรุปอย่างไร และบทสรุปที่ว่านั้น จะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐและประชาชนมากน้อยเพียงใด

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV