ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

กรมหลวงราชสาริณีฯ พระราชทานโล่ "แม่ดีเด่น แห่งชาติ ปี 62"

4.8K 17
กรมหลวงราชสาริณีฯ พระราชทานโล่ แม่ดีเด่น แห่งชาติ ปี 62

เมื่อเวลา 09.12 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเปิดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2562 โดยมี พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วย พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้บริหารเฝ้าฯรับเสด็จ ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานรางวัลแก่แม่ดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 207 ราย และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ จำนวน 102 ราย ก่อนทรงมีพระดำรัส ความว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้าปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในวันนี้ ขอแสดงความชื่นชมสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวของ ที่ได้ร่วมจัดงานนี้ขึ้น ซึ่งนับเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยเราได้อย่างดียิ่ง

แม่คือพระอรหันต์ของลูก เป็นบุคคลสำคัญผู้ให้ชีวิต และฟูมฟักเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนให้ลูกมีคุณธรรมจริยธรรม อันเป็นคุณสมบัติพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นในสังคม ทั้งสนับสนุนลูกให้ได้รับการศึกษา เพื่อให้มีความรู้สำหรับนำไปใช้ประกอบอาชีพการงานเลี้ยงตัว และสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติต่อไป ภาระหน้าที่อันหนักสำคัญยิ่งดังกล่าวนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่แม่กระทำด้วยความรักความเมตตา ปรารถนาให้ลูกมีความสุขความเจริญอย่างแท้จริง ลูกทุกคนควรจะได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่าน ด้วยการเคารพเชื่อฟังคำสั่งสอน ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี คอยดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลือท่าน ให้สมกับที่ท่านได้ทุ่มเทชีวิตและจิตใจทำหน้าที่แม่อย่างสมบูรณ์มาโดยตลอด ข้าพเจ้าจึงขอแสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจกับทุกท่านที่ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ รางวัลลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ และรางวัลชนะเลิศการประกวดงานเขียนและหนังสั้นเทิดพระคุณของแม่ประจำปีนี้ เชื่อว่าทุกท่านจะภาคภูมิใจได้เต็มที่กับรางวัลอันทรงเกียรตินี้พร้อมทั้งรักษาและสร้างความดีให้เพิ่มพูนขึ้น เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่นและสังคมส่วนรวมต่อไป

.

ทั้งนี้สำหรับแม่ดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 207 ราย แบ่งเป็น ส่วนกลาง 101 ราย ได้แก่ แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม 20 ราย แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ 14 ราย แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร 12 ราย แม่ผู้เป็นเกษตรกร 15 ราย แม่ของผู้เสียสละ 40 ราย และภูมิภาค 106 คนและลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ จำนวน 102 ราย

.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีแม่ดีเด่น และลูกผู้มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วยนักธุรกิจ ข้าราชการ และผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยมีสมาชิกในครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น อาทิ

นางสิริพร ภาณุพงศ์ และลูกๆ

นางสิริพร ภาณุพงศ์ ข้าราชการเกษียร จากกระทรวงต่างประเทศ ในตำแหน่งอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย แม่ดีเด่นส่วนกลาง สาขา แม่ผู้บำเพ็ญประโยขน์ต่อสังคม เผยว่าเพราะต้องทำหน้าและดูแลครอบครัวเลี้ยงลูกไปพร้อมๆ กัน จึงหลักการเลี้ยงลูกแบบง่ายๆ ว่า เน้นการส่งต่อความรักความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่น จากที่ตัวเองเคยได้รับจากคุณแม่แล้วนำมาสอนลูกๆ ทั้งสามคน คือเน้นใช้ความรัก ความใกล้ชิดสนิทสนม คุยกันได้ทุกเรื่อง ควบคู่เรื่องระเบียบวินัย บางครั้งก็ต้องสวมบทเป็นตัวร้ายใช้ความเข้มงวดกับลูกๆ บ้าง แต่ทั้งนี้ก็ทำด้วยหัวใจของคนเป็นแม่ ภายใต้สุภาษิตไทยที่ว่า รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี เพราะโดยส่วนตัวยังเชื่อว่าคำนี้ใช้อยู่ได้จริง เพราะผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน มีประสบการณ์มากกว่า พ่อแม่ทุกคนย่อมหวังดีกับลูก สิ่งที่พ่อแม่สั่งสอนลูกๆ ควรเชื่อฟังนำไปคิดนำไปปฏิบัตินำไปเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต นอกจากนี้ยังสอนลูกๆ ใหยึดมั่นในความกตัญญู ขยันหมั่นเพียร และการช่วยเหลือสังคมด้วย

พ.อ.หญิง ยุพาภรณ์ กรินชัย พร้อมครอบครัว

เช่นเดียวกับ พ.อ.หญิง ยุพาภรณ์ กรินชัย เจ้าของรางวัลแม่ดีเด่น สาขาแม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เผยว่า โดยหน้าที่รับราชการประจำกรมการแพทย์ทหารบก เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมเนื้อเทียมตกแต่งบาดแผลสมมุติเพื่อฝึกการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตเบื้องต้น ซึ่งในการทำงานบางครั้งมักพาลูกๆ ไปร่วมกิจกรรมด้วย เพื่อให้ลูกๆ ซึมซับการทำประโยชน์เพื่อสังคม การแบ่งปัน เพราะตัวเองก็ได้รับการปลูกฝังมาจากคุณแม่เช่นกันถึงเรื่องของการยิ่งให้ยิ่งได้รับ คือเวลาที่ได้รับย่อมีความสุข แต่เวลาที่เราให้หัวใจเราพองโตยิ่งกว่า จึงสอนให้ลูกมีจิตใจโอบอ้อมอารี และรู้จักแบ่งปัน ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมที่จะดูแลตัวเองและครอบครัว สำหรับตัวเองมองว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อด้อย ข้อดีคือมีความทันโลกมากขึ้น แต่ข้อเสียถ้าลูกๆ อยู่กับสื่อมากเกินไปก็ต้องดึงกลับมาให้อยู่ในโลกของความเป็นจริงมากขึ้น สำคัญต้องไม่ลืมสิ่งที่เป็นขนบธรรมเนียมไทยที่มีมาแต่โบราณ

นางสุภา เทพผดุงพร และครอบครัว

อีกหนึ่งแม่ดีเด่นผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม นางสุภา เทพผดุงพร ในฐานะเจ้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์กระทิชาวเกาะ ควบคู่ ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชน และครอบครัว เผยถึงหลักการทำหน้าที่แม่ของลูกๆ ทั้งสามคนว่า ก่อนอื่นแบ่งหน้าที่ส่วนต่างๆ ของตัวเองทั้งการดูแลธุรกิจ ดูแลครอบครัว และงานประจำ โดยการบริหารเวลาทุกอย่างให้ลงตัวไม่เสียส่วนใดส่วนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าต้องให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก ตามด้วยงาน และหากมีเวลารวมถึงเงินทองก็นำไปช่วยเหลือสังคม สำหรับการปลูกฝังลูกนั้น เน้นว่าทุกคนต้องรู้จักหน้าที่ของตัวเอง มีระเบียบวินัย มีความอดทน เพราะส่งลูกๆ ไปเรียนต่างประเทศ ก็เพื่อให้เขารู้จักช่วยเหลือตัวเอง ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง เมื่อถึงวันนี้ลูกๆ เข้ามาช่วยดูแลกิจการก็สามารถทำได้ดี ตรงนี้เมื่อลูกเข้ามาช่วยแล้ว ก็เป็นผลให้ตัวเองได้ออกมาช่วยเหลือสังคมได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อยากฝากว่า แม่แต่ละคนมีสไตล์การเลี้ยงลูกแตกต่างกันออกไป ไม่มีสูตรแน่นอน ควรมองที่ลูกเป็นสำคัญว่าลูกเป็นอย่างไร หรือชอบสิ่งใดต้องสนับสนุนส่งเสริม อย่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

ดร.นพรัตน์ กุลหิรัญ และลูกชาย

ขณะที่ ดร.นพรัตน์ กุลหิรัญ แม่ดีเด่นสาขา แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ กล่าวว่าในฐานะนักธุรกิจที่ต้องดูแลทั้งกิจการและลูกชายสองคน ตัวเองเน้นยึดปฏิบัติมาโดยตลอดนั่นคือ หน้าที่ความรับผิดชอบในการเลี้ยงลูก ต้องเป็นของแม่เท่านั้นไม่ใช่หน้าที่ของพี่เลี้ยง อีกประการหนึ่ง ตัวเองมองว่า การเลี้ยงลูกนั้นเปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้ คือเราปลูกต้นไม้ให้โตตามธรรมชาติก็ได้ แต่ถ้าเราลดน้ำใส่ปุ๋ย หมั่นคอยตัดแต่งกิ่งให้สวยงาม ก็จะเป็นต้นไม้ที่เติบโตอย่างแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ สำหรับตัวเองนั้นตั้งแต่ลูกเกิดก็เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง หากต้องเดินทางไปต่างประเทศจะลูกไปฝากไว้กับคุณพ่อคุณแม่ของตัวเอง เพราะคือคนที่เราไว้ใจที่สุด ลูกคือความสำเร็จของพ่อแม่ไม่ใช่ธุรกิจ การที่ลูกเป็นคนดีของสังคม มีความกตัญญู ก็คือความสำเร็จของเรา สิ่งที่สอนลูกอยู่คือ การรู้จักหน้าที่ของตัวเองและมีความรับผิดชอบ เพราะคุณค่าของคนเราอยู่ที่การทำงาน นอกจากนี้ต้องไม่ฟุ้งเฟื้อ ที่สำคัญเราเป็นคนของสังคมก็ต้องรู้จักช่วยเหลือสังคม แม้ว่าจะมีเงินแต่ก็ต้องรู้จักประหยัดทรัพยากร เช่น การประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ถึงเราจะมีเงินพร้อมจ่าย แต่นี่คือสมบัติของโลกต้องช่วยกันดูแล

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย คมชัดลึก | ภาพโดย คมชัดลึก