ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

ทนายรณณรงค์ แจง การ "ขอทาน" มีโทษทั้งจำ-ปรับ

3.1K 31
ทนายรณณรงค์ แจง การ ขอทาน มีโทษทั้งจำ-ปรับ

คุณลุงวัย 78 ปี ที่ขายโจ๊กหลบมุมมืดบริเวณซอยหมอเหล็ง ดินแดง ที่ถูกแชร์ไปอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ซึ่งชาวเน็ตต่างสงสารเนื่องจากคุณตาอยู่ตัวคนเดียว ลูก 2 คน รวมถึงภรรยาก็ตายไปแล้ว นอกจากนี้ที่พักของคุณตายัง อาศัยบ้านที่ไฟไหม้แล้วเจ้าของยังไม่ซ่อมแซมอาศัยหลบฝนไว้หลับนอน อาศัยน้ำบ้านข้างๆไว้อาบ ไว้กิน

จากกรณีเพจดังยังได้สรุปประเด็นที่น่าสงสัยแบ่งได้เป็นข้อ ๆ ดังนี้

1. ลุงเป็นคนไร้บ้าน อาศัยอยู่ย่านซอยหมอเหล็ง แต่ทำไมถึงมีการเปิดบัญชีธนาคารที่หัวหมาก ซึ่งห่างกันพอสมควร และจะรู้ได้อย่างไรว่าบัญชีธนาคารที่เปิดรับบริจาค เป็นบัญชีของลุงจริง ๆ

2. กลุ่มวัยรุ่นเปิดเผยว่าลุงมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้นหมายความลุงน่าจะมีทะเบียนบ้าน และการมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แปลว่าลุงน่าจะกดเงินเป็น ทั้งนี้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นบัตรของธนาคารกรุงไทย แต่ทำไมลุงถึงมีบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ด้วย และลุงมีบัตรเอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ด้วยหรือไม่


3. ลุงเคยเปิดเผยว่าลูก ๆ เสียชีวิตจากคดีแพรวา 9 ศพ แต่กลับไม่พบรายชื่อที่เกี่ยวข้อง และไม่เคยเป็นข่าว นอกจากนี้แล้ว ลุงเสียเงินหลายแสนบาทในการติดตามคดี รวมถึงจ่ายค่าวางศาล แล้วค่าวางศาลคือเงินอะไร กลุ่มวัยรุ่นอ้างว่า สอบถามเรื่องนี้จากลุงแล้ว แต่ลุงบอกว่า บอกไม่ได้ เพราะศาลไม่ให้พูด

4. กลุ่มที่ช่วยเหลือลุงได้เปิดรับบริจาคมาหลายวัน รวมถึงขอบริจาคเงิน 50,000 บาท เพื่อผ่าตัดตาให้กับลุง ซึ่งคาดว่าขณะนี้ยอดเงินบริจาคน่าจะเกินความต้องการไปมากโขแล้ว

5. ลุงอาจโกหกเรื่องลูก และเงินที่ได้ไปนั้น อาจทำให้ชีวิตลุงตกอยู่ในความเสี่ยง จนนำไปสู่การถูกปล้น หรือจี้ จากกลุ่มมิจฉาชีพ ตรงนี้จะช่วยเหลือ หรือป้องกันอย่างไร

ล่าสุด ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้ออกมาโพสต์ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทนายคู่ใจ ซึ่งระบุว่า

#การเปิดรับบริจาค #การหากินกับความสงสารของคนไทย

ช่วงนี้จะเห็นว่ามีข่าวดราม่าเกี่ยวกับการรับบริจาคกันเยอะเลย รายล่าสุดก็เห็นจะเป็นเรื่องของคุณตาที่ขายโจ๊ก ที่เปิดรับบริจาคโดยอ้างว่าจะนำเงินไปผ่าตัดดวงตา ต้องการเงินค่าผ่าตัดจำนวน 50,000 บาท โดยมีกลุ่มวัยรุ่นเน็ตไอด้อลเป็นสื่อกลางในการเปิดรับริจาค ซึ่งยอดเงินนั้นน่าจะได้ตามเป้าและน่าจะเกินไป แต่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วยอดเท่าไหร่กันแน่

โดยหลักๆแล้ว

สังคมตั้งคำถามว่าเงินที่คุณตาได้ไปนั้นนำไปผ่าตัดจริงหรือไม่ เพราะหลายเคสนำเรื่องอาการป่วยมาเปิดรับบริจาค แล้วสุดท้ายนำเงินไปรักษาก็จริง แต่ยอดเงินที่ได้มาสามารถนำไปซื้อรถ ซื้อบ้านกันได้ทีเดียว

เอาล่ะ เกริ่นมายืดยาว มาดูหน่อยว่าทางกฎหมายว่าอย่างไรบ้างในเรื่องนี้

ก่อนอื่นไปดู พ.ร.บ.ควบคุมการขอทานก่อนนะครับในมาตรา 13 ห้ามบุคคลใดทำการขอทาน

การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นการขอทาน

(๑) การขอเงินหรือทรัพย์สินจากผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการขอด้วยวาจา ข้อความ หรือการแสดงกิริยาอาการใด

(๒) การกระทำด้วยวิธีการใดให้ผู้อื่นเกิดความสงสารและส่งมอบเงินหรือทรัพย์สินให้

มาตรา ๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จะเห็นได้ว่าการทำให้ผู้อื่นสงสารเพื่อให้ส่งมอบเงินให้ก็เข้าข่ายการขอทานแล้ว ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก

แล้วถ้าเป็นการโพสต์รับบริจาค ซึ่งทำกันเป็นขบวนการล่ะ ??? โดยที่ได้นำเงินไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ หรือนำเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง อันนี้หนักเลยนะครับ เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 343)

และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จโดยหลอกลวงโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ผ่านมาก็มีคนถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้มาหลายคนแล้วนะครับ ต้องดูดีๆนะครับ ทำบุญจะไม่ได้บุญเอา เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

@P.s.

ปรึกษากฎหมาย 092-4533393

ปรึกษาผ่านไลน์ พิมพ์ @freelaw

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend