ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

"อีเจี๊ยบฯ" เดือด! ตอกพวกเม้นท์เหน็บ "ลูกรองตี๋" บางความเห็นต่ำตม จนไม่กล้าเอามาเล่าต่อ

20.86K 52

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่31 กรกฎาคม ศาลจังหวัดตลิ่งชัน อ่านฟังคำพิพากษาคดีที่ นายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัทไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาซิ่งรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพมหานคร บนสะพานคลองตาปุ้น ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก พังยับเยิน วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร หรือตี๋ งามสุวิชชากุล อายุ 48 ปี รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. และนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยาเสียชีวิต ส่วน ด.ญ.พิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี ลูกสาวบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเวลาตีหนึ่งของวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา

คดีดังกล่าว พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 ได้ยื่นฟ้อง นายสมชาย ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ใน 3 ความผิด คือ1.ขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 2.ขับรถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย และ3.ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส โดยคดีนี้อัยการไม่สั่งไม่ฟ้องความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ตามที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อหาดังกล่าวมาด้วย เนื่องจากอัยการพิจารณาแล้วพฤติการณ์ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย

โดยศาลตัดสิน ว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียวแต่หลายความผิดจึงลงโทษหนักที่สุดตาม พรบ.จราจรทางบก จำคุก 6 ปีปรับ 2 แสนบาท แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ สำนึกผิด ไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อนศาลให้โอกาสกลับตนเป็นคนดีของสังคม จึงลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสนบาท และโทษจำคุกรอลงอาญา โดยระหว่างนี้ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 8 ครั้งใน 2 ปี รวมทั้งบริการสังคมและสาธารณประโยชน์ 48 ชั่วโมงในเวลา 1 ปี พร้อมทั้งห้ามดื่มสุรา ของมืนเมา

น.ส.ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ อายุ 45 ปี พี่สาวของ นางนุชนาฎ ผู้ตาย กล่าวว่า ทางครอบครัวได้เริ่มต้นจากให้อภัยตั้งแต่แรก เพราะคู่กรณีได้เข้าไปกราบเท้าแม่เพื่อขออภัย โดยแม่ได้ขอให้นายสมชายเลิกดื่มแอลกอฮอล์ตลอดชีวิต ยอมรับว่าการสูญเสียไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นและไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้ ที่ผ่านมา ผ่านเรื่องราวมาได้เพราะกำลังใจทุกฝ่าย ทั้งตำรวจและคู่กรณีนายสมชาย ตอนนี้ให้อภัยไปหมดแล้ว

ขณะที่บุตรสาวทั้งสองคนของ พ.ต.ท.จตุพร หรือ รองตี๋ กล่าวว่า ในช่วงแรกยอมรับว่ามีผลกระทบ ทำใจไม่ได้ มีผลกระทบกับการเรียน แต่ก็มีครอบครัวและน้องที่จะต้องดูแล ทำให้ต้องเข้มแข็งและผ่านเรื่องเลวร้ายไปให้ได้ ดีกว่าจะมาโกรธแค้นกัน รวมถึงคู่กรณีก็ดูแลเป็นอย่างดี และได้รับกำลังใจเป็นอย่างดีกับทุกคน หลังจากนี้จะตั้งใจเรียน เพราะมีความฝันอยากเป็นหมอจะได้รักษาคน

ทั้งนี้ได้เกิดภาพประทับใจ ซึ่งเกิดหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น ทั้งหมดได้เดินทางกลับ โดยที่มีความน่ารัก คือ "น้องแพรว" วิ่งเข้ามากอดเสี่ยเบนซ์ และจูงมือเดินกันออกไปจากศาล

แต่ก็ไม่วายเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นอยู่ดีถึงครอบครัวรองตี๋และเสี่ยเบนซ์กันในเชิงลบ กระทั่งล่าสุด เพจเฟซบุ๊กดังอย่าง อีเจี๊ยบ เลียบด่วน ออกมาโพสต์ระบายถึงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภาพดังกล่าว ระบุว่า...

เมื่อวาน ข่าวที่ทำให้คนไทยมีรอยยิ้มได้บ้าง

น่าจะเป็นข่าวศาลให้รอลงอาญา เสี่ยเบนซ์ ที่ชน รองตี๋และภรรยาเสียชีวิต

คนเมาแล้วขับ ไม่ใช่ฮีโร่ เป็นการทำความผิด!!

แต่ที่สังคม และ ผู้เสียหายอภัยให้แก เพราะแกทำผิด แล้วแสดงความเสียใจ

ตั้งแต่วันแรก

ไปงานศพ ไม่เคยหนีหน้า แกบวชให้ผู้ตาย ประกาศเลิกแดกเหล้า แสดงความรับผิดชอบ และพยายามทุกอย่าง ...ทุกอย่าง !!!

เพื่อชดใช้สิ่งที่แกทำลงไป ให้กับลูกสาวทั้ง2คนของผู้ตาย

ถ้ากรณีแพรวา เป็นตัวอย่างที่"น่าอับอาย"

กรณีเสี่ยเบนซ์ ก็เป็นตัวอย่างที่"น่าชื่นชม"

สำหรับ การแสดงความเสียใจ ชดใช้ รับผิดชอบอย่างจริงใจ และเต็มที่เท่าที่จะทำได้

หลายคนก็แอบนินทาว่า เพราะเงินน่ะสิ ให้ไปตั้งหลายล้านนี่ ก็รวยนี่ จ่ายเงินไปให้คดีจบ ไม่ติดคุกแค่นั้นแหละ

สารภาพจากใจ ...ส่วนนึงในใจของผมก็แอบคิด แอบสงสัยแบบนั้นเหมือนกัน

.... ก่อนจะได้ดูภาพข่าวเมื่อวาน

แต่...

พอเห็นภาพที่ลูกรองตี๋คนเล็ก น้องแพร ที่บาดเจ็บสาหัส จากการชนแต่รอดมาได้ เข้าไปกอดเอวเสี่ยแล้วบอกว่า หิวแล้ว ไปกินข้าวกัน

แม่งจบเลย เคลียร์!!!

ผมไม่มีข้อสงสัยอะไรแบบนั้นอีกแล้ว เมื่อเห็นแววตา รอยยิ้มของน้อง

มันคือ การอภัยให้หมดแล้ว ไม่มีอะไรติดค้าง

ผมเชื่อนะว่า เงินจะกี่ร้อยล้าน มันซื้อรอยยิ้ม สายตา การกอดอย่างสนิทสนม แบบนั้นจากเด็กคนนึง ไม่ได้หรอก

ถ้าเศรษฐีที่ไหนเมาขับรถมาชนพ่อผมตาย แล้วแม่งทำแค่จ่ายเงินชดใช้ 40 ล้าน 100ล้าน 200ล้าน

ให้แค่ตัง แล้วแม่งไม่ได้แสดงความจริงใจ เสียใจ สำนึกผิด กับสิ่งที่มันทำกับพ่อผม

อย่างดีผมอยากได้เงินมัน ผมคงแค่ ไหว้แม่งส่งๆ ทำหน้าเฉยๆ ยิ้มเฟคๆ

เพื่อหวังเอาเงินแม่งมา แค่นั้น

อย่าว่าแต่จะไปกอดเอว ยิ้ม มอง และสนิทสนมแบบนั้นเลย

แค่มองหน้า โดนตัว ยังไม่อยากทำ

นี่แสดงว่า ที่ผ่านมา ในทุกๆวันเสี่ยเค้าคงดูแล พูดคุย ใส่ใจน้องและครอบครัว แสดงความเสียใจ จนน้องอภัย และสนิทใจกับแกขนาดนั้น

ความเสียใจอย่างจริงใจ และความสำนึกผิดเหล่านั้น

มันมากกว่าไอ้เงิน40กว่าล้านแน่

แล้วขอเถอะไอ้พวกที่เม้นตามเพจข่าวต่างๆ เหน็บแนม เสียดสี เด็กมัน ว่าดีใจมากไป ยิ้มมากไป อภัยง่ายไป

เฮ้ยยมึง มึงแม่งโตมาแบบไหนวะ!!

เด็กเค้าสูญเสีย เค้าบาดเจ็บ เค้าผ่านอะไรมาขนาดนั้นมึง

มึงจะให้เค้านั่งมุมห้อง ร้องไห้ไปตลอดชีวิตเหรอมึง !!!

มึงเห็นน้องเค้ายิ้ม เค้ามีความสุข เค้าปล่อยวาง เค้าอภัยได้

มึงควรดีใจกับน้องเค้าสิวะ

ไม่ใช่ไปด่า เหน็บแนม ดูถูกเด็ก

ไอ้ฟาย !!!

ขนาดกูไม่ใช่คนดีนัก อ่านเจอบางความเห็น แม่งต่ำตมจนกูไม่กล้าเอามาเล่าต่อ แม่งน่าขยะแขยงเกิน

หวังว่านับจากวันนี้

น้องจะมีชีวิตที่ดี มีจิตใจที่ดี และถ้าน้องบังเอิญไปอ่านเจอคอมเม้นท์เลวๆในโซเชี่ยล

น้องจะอภัยให้ผู้ใหญ่กากๆพวกนั้นด้วย

พวกนั้นน่าสงสารกว่าหนูเยอะลูก

และที่สำคัญ พวกคุณน่ะ

เมาไม่ขับนะ

ผมรักคุณ



เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend