ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

นายกฯ เข้า กลาโหม วันแรก ไม่ใช้อำนาจทหารหนุนอยู่ยาว

900 7
นายกฯ เข้า กลาโหม วันแรก ไม่ใช้อำนาจทหารหนุนอยู่ยาว

นายกรัฐมนตรี ถือฤกษ์ 07:33 น. สักการะศาลหลักเมือง ก่อนเข้ากระทรวงกลาโหมวันแรก ในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม เร่งติดตามความคืบหน้าปฏิรูปกองทัพ ขอกำลังพลร่วมมือทำงานให้ทันยุคสมัย พร้อมประกาศชัด ไม่ใช้อำนาจกองทัพหนุนตัวเองอยู่ยาว

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม / พลเอก ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม / ผู้บัญชาการทหารสูงสุด / ผู้บัญชาการทหารบก / ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ ถือฤกษ์เวลา 07.33 น. เข้าสักการะองค์พระหลักเมืองจากนั้นได้เข้ากระทรวงกลาโหม ซึ่งถือเป็นการเข้ากระทรวงครั้งแรก ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับการต้อนรับจากกองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ พร้อมแวะชมบ่อน้ำโบราณ ที่เพิ่งขุดพบ และสั่งเจ้าหน้าที่ให้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ

ต่อมา พลเอก ประยุทธ์ ได้สักการะศาลเจ้าพ่อหอ-กลอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลาว่าการกลาโหม และรับฟังการบรรยายสรุปกิจกรรมของกระทรวงกลาโหม

สำหรับบ่อน้ำดังกล่าว ถูกค้นพบ เมื่อวันศุกร์ ที่ 26 กรกฎาคม บริเวณลานจอดรถภายในกระทรวงกลาโหม โดยพื้นถนนมีการยุบตัว เจ้าหน้าที่ทหารช่างจึงได้เข้าไปขุดและปรับพื้นถนน ความลึกประมาณ 30 เซนติเมตร จึงพบแผ่นแกรนิตหนา 10 เซนติเมตร จำนวน 3 แผ่น เมื่อเปิดออกดูพบเป็นบ่อน้ำโบราณ ลึกประมาณ 9 เมตร มีน้ำเต็มบ่อเป็นสีขุ่น โดยพบว่าบริเวณบ่อ ใช้อิฐโบราณก่อขึ้นมา เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร 20 เซนติเมตร

พลเอก ประยุทธ์ แถลงภายหลังเข้ากระทรวงวันแรก ว่า ก็ปกติ เพราะมาบ่อยสมัยเป็นข้าราชการทหาร ถือว่าคุ้นเคยอยู่แล้วที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่สมัยเป็น ผบ.เหล่าทัพ และในที่ประชุมวันนี้ ก็ได้กล่าวชื่นชม ขอบคุณและให้กำลังใจกำลังพลทุกนาย โดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ทุกเหล่าทัพ อีกทั้งขอความร่วมมือทำงานกันต่อไป ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ด้วยความระมัดระวัง

ทั้งนี้ภารกิจมีหลายประการ ก็ต้องไม่ทำให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจ ส่วนเรื่องของอำนาจที่ที่ นายกฯ มาเป็น รัฐมนตรีกลาโหม ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีการใช้อำนาจต่อนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่ เพราะมีกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ และมีขั้นตอนอยู่แล้ว พร้อมให้นโยบายไปว่าขอให้ทุกคนทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจ เสียสละ อดทน และให้ทันต่อยุคสมัย เพราะปัจจุบันผลกระทบหลายอย่างด้านความมั่นคง มีทั้งเทคโนโลยี ดิจิทัล ซึ่งต้องแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว ด้วยความร่วมมือกับส่วนราชการสำหรับนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงกลาโหม จะต้องติดตามเรื่องของการปฏิรูปกองทัพที่มีอยู่แล้ว โดยมาทบทวนว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และงบประมาณที่มีอยู่

ส่วนการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารชั้นนานพลประจำปี 2562 จะให้สิทธิแต่ละหน่วยเป็นผู้เสนอขึ้นมา แต่จะต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย โดยตนจะดูในเรื่องความเหมาะสม ซึ่งทุกคนมีความสามารถอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าจะเหมาะหรือไม่ เหมาะกับตรงไหน ก็ต้องดูอีกที และไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ผู้บังคับบัญชาก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่โยนมาให้ตน และตนจะดูความเหมาะสมให้กับทุกคนขณะที่งบประมาณในแต่ละเหล่าทัพ ต่างก็มีสัดส่วนอยู่แล้ว พร้อมเปรยทุกหน่วยงานเสนอมาเกินทุกที แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะงบประมาณมีจำกัด จึงต้องดูความเหมาะสมและความเป็นไปได้ ไม่มีใครได้ทั้งหมด

ส่วนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ก็ต้องให้ถูกต้อง มีกรรมการตรวจสอบ และมีความโปร่งใส ไม่เช่นนั้นก็กล่าวอ้างกันไปมา กลายเป็นไม่เชื่อมั่นกันเองเมื่อถามถึงนโยบายจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ว่าจะสนับสนุนต่อหรือไม่ นายกฯ ถามสื่อกลับว่า "แล้วควรจะมีอีกหรือไม่ มันควรจะต้องมีลำเดียวแล้วพอ โดยที่มันเสียแล้วไม่ได้ทำอะไรหรือ มันต้องพักหมุนเวียนอะไรบ้างหรือเปล่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ดูความจำเป็นสิ"

ส่วนความคืบหน้าการตั้งโฆษกกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ บอกว่า ยังหาอยู่


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์