ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

"บิ๊กตู่" ตอบแล้ว รัฐประหารปี 57 คิดขึ้นตอนนั้น ฉุน "ส.ส.ฝ่ายค้าน" ทำหน้าเยาะเย้ย

7.0K 30
บิ๊กตู่ ตอบแล้ว รัฐประหารปี 57 คิดขึ้นตอนนั้น ฉุน ส.ส.ฝ่ายค้าน  ทำหน้าเยาะเย้ย

"ส.ส.พท." อภิปราย งบกองทัพ-ความมั่นคง ทำอารมณ์ "บิ๊กตู่" ระเบิด ยอมรับ คิด รปห.ปี 57 คิดขึ้นตอนนั้น ฉุน "ส.ส.ฝ่ายค้าน" ทำหน้าเยาะเย้ย ด้าน "ประวิตร" แจงครั้งแรก ไม่เคยคิดคุมการท่องเที่ยว ส่วน "ชัยชาญ" แจงงบจัดซื้ออาวุธ ผ่านการพิจารณารอบด้าน-ไม่โกง-ตรวจสอบได้

ในช่วงบ่ายของการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณานโยบายรัฐบาล ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อรัฐสภา เป็นลำดับของส.ส.พรรคฝ่ายค้าน โดยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายทักท้วงต่อการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทัพเพื่อจัดซื้ออาวุธ และยุทโธปกรณ์ ที่ 5 ปีสมัยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้งบประมาณรวม 8.9 แสนล้านบาท โดยพบว่างบประมาณของกองทัพบกมีสัดส่วนจำนวนมากที่สุด โดย ในปี 2557 -  2562 พบการจัดสรรงบประมาณให้ทหารเพิ่มมากขึ้น โดยปี 2557 ได้รับงบ 1.8 แสนล้านบาท, ปี 2558 ได้รับงบ 1.9 แสนล้านบาท, ปี 2559 ได้รับงบ 2แสนล้านบาท, ปี 2560 ได้รับงบ 2.1 แสนล้านบาท และปี 2561 ได้รับงบ 1.04 แสนล้านบาท นอกจากนั้นยังพบว่ามีการจัดสรรซื้ออุปกรณ์ที่เกินความต้องการของประเทศที่จะใช้อาวุธ เช่น เรือดำน้ำ  ทั้งนี้ทราบว่ารัฐบาลเตรียมซื้อปืนใหญ่จากประเทศอิสลาเอล เครื่องบินรบจากประเทศเกาหลีใต้  อย่างไรก็ตามมีประชาชนทักท้วงว่าขอให้กองทัพพิจารณาการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เพื่อนำงบประมาณช่วยเหลือเกษตร และประชาชนที่เดือดร้อน


นายวิสาร อภิปรายด้วยว่าตนไม่ต้องการให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กำกับดูแลงานด้านการท่องเที่ยว เพราะสมัยที่พล.อ.ประวิตร ดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยให้สัมภาษณ์ที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศ อาทิ เหตุการณ์ก่อจราจลในโรงแรมของคนไทยที่ประเทศเคนยา และ เหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวชาวจีนล่ม ที่จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะกรณีเรือล่มนั้นพบว่าในเดือนที่เกิดเหตุตัวเลขของนักเที่ยวชาวจีนลดลงถึง 5.1 แสนคนและรายได้ด้านการท่องเที่ยวหายไปกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท นอกจากนั้นในประเด็นเรื่องการปกครองและการเมือง ตนอยากแนะนำหนังสือให้อ่าน คือ กองทัพไทยกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ที่พล.อ.ประยุทธ์ เขียน ทำให้ตนไม่แปลกใจทำไมรัฐบาลชุดที่ผ่านมาต้องออกกฎหมายและมีแนวคิดต่อนักการเมืองที่ไม่ดี และมีกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยพูดว่าเคยเตรียมการรัฐประหาร กว่า 3 ปีก่อนยึดอำนาจเมื่อปี 2557 ทั้งนี้ตนยินดีที่จะสนับสนุนให้การพัฒนาประชาธิปไตยก้าวหน้า แต่การแถลงนโยบายรัฐบาลตนรับไม่ได้ เนื่องจากให้คนเก่าเข้ามาบริหารประเทศ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลุกใช้สิทธิ์ชี้แจง โดยยืนยันว่าตามที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านบอกถึงการเตรียมการ 3 ปีก่อนการรัฐประหาร ขอให้กลับไปย้อนฟังคำพูดใหม่ เนื่องจากตนบอกว่า สมัยที่ตนเป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) 3 ปี เจอสถานการณ์ความขัดแย้ง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นพวกไหน ดังนั้นหลังจากนั้นได้เตรียมกำลังพลให้ระมัดระวัง ให้ดูแลประชาชน และก่อนที่ตนจะเกษียณอายุราชการ 6 เดือน มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ส่วนการตัดสินใจวันนั้น คือการตัดสินใจในวันนั้นเท่านั้น เพราะมีคนบางกลุ่มบอกว่า ไม่ต้องอยู่ ให้อยู่แบบนี้ งบประมาณไม่ออก ไม่เป็นไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายกฯชี้แจงนั้นเป็นไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด โดยมีบางตอนที่มองไปยังที่นั่งของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ที่นั่งรับฟังและมีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า "พวกคุณไม่ต้องมายิ้ม พวกที่นั่งทางนี้ ไม่รู้สึกรู้สา คนตายไปเท่าไรแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นต้องรับผิดชอบกันหรือไม่ ตอบมา อย่าทำหน้าเยาะเย้ยผม ผมไม่ชอบ" ก่อนปิดไมโครโฟนและนั่งลง 

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ใช้สิทธิ์ชี้แจงครั้งแรกในการประชุมรัฐสภา ถึงงบประมาณจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพ โดยยอมรับในการอภิปรายของส.ส. ว่าเป็นความจริง แต่การจัดซื้อดังกล่าวของกระทรวงกลาโหมเป็นแบ่ง 4 ส่วน ที่เกี่ยวเนืองกับแผนจัดหายุทธศาสตร์ และ อาวุธ เนื่องจากยุทโธปกรณ์ที่ใช้อยู่มีอายุกว่า 20 - 30 ปี ดังนั้นต้องเปลี่ยน ซึ่งรายละเอียดของการใช้งบประมาณ ขอให้พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจง

พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยว่า ขณะที่ประเด็นเรื่องเรือ และอาหาร ตนพูดเล่นกับผู้สื่อข่าว และเขานำไปเขียน ส่วนกรณีเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวชาวจีนล่มนั้น  เป็นสิ่งที่ตนพูดจริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต ทั้งนี้ได้ชี้แจงกับคนจีนไปมหดแล้ว ว่าไม่ได้หมายความตามที่เข้าใจ ขณะที่การกำกับหน่วยงานการท่องเที่ยวหลังจากนี้ตนไม่เคยคุม  

ต่อด้วยการชี้แจงของ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า โดยยืนยันว่าการจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ กองกองทัพนั้นไม่สูงเกินไป โดยปี 2540 มีอัตราเฉลี่ย 2.2 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี และมีการปรับลดลงทุกปี และในปีล่าสุดมีอัตราอยู่ที่ 1.2 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี ทั้งนี้การพิจารณาจัดซื้ออาวุธนั้นของกองทัพนั้นมีอัตราต่ำ หากเปรียบเทียบ เงิน 100 บาท  จำนวน 47-48 บาทใช้เรื่องกำลังพล , จำนวน 23 บาท เป็นการปฏิบัติภารกิจทั่วไปและตามที่ได้รับมอบหมาย และอีกส่วน 19 บาท คือการพัฒนากองทัพ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ขณะเดียวกันกองทัพมีอาวุธที่ผ่านการใช้งานและต้องซื้อทดแทน ซึ่งการจัดซื้อนั้นมีกระบวนการพิจารณา ผ่านคณะกรรมการ ทั้งพิจารณาตามแผน ยุทธศาสตร์ และประเมินภัยคุกคาม โดยตนยืนยันว่าการอนุมัติงบจัดซื้อนั้นโปร่งใส และตรวจสอบได้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend