ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563.

ระดมทุกช่องทางระบายผลไม้ภาคใต้แก้ราคาตก

780 7
ระดมทุกช่องทางระบายผลไม้ภาคใต้แก้ราคาตก

กรมการค้าภายใน ทำแผนช่วยเหลือ "มังคุด-ลองกอง" ที่กำลังออกสู่ตลาด เตรียมผลักดันขายผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ ตลาดต้องชม ตลาดกลาง ห้าง ปั๊มน้ำมัน พร้อมขอความร่วมมือสนามบิน เปิดพื้นที่ให้จำหน่าย และขอสายการบินให้นำขึ้นเครื่องได้ฟรี ไม่คิดค่าโหลด

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เตรียมแผนรับมือผลไม้ที่กำลังจะออกสู่ตลาดตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์สั่งการให้หามาตรการดูแล โดยเฉพาะมังคุดและลองกอง ที่ปีนี้คาดว่าผลผลิตจะออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น โดยมังคุด คาดว่าผลผลิตจะเพิ่มจาก 1.1 แสนตันเป็น 1.5 แสนตัน เพิ่มขึ้น 30% และลองกองจาก 4 หมื่นตันเป็น 7 หมื่นตัน เพิ่มขึ้น 40% ซึ่งกรมฯ ได้เตรียมเชื่อมโยงตลาดกระจายผลไม้ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ ตลาดต้องชม ตลาดกลาง สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น ปตท. บางจาก และพีที และห้างสรรพสินค้า เช่น เทสโก้โลตัส บิ๊กซี แม็คโคร ท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต เดอะมอลล์ เป็นต้น


"ตอนนี้ มีห้างลงนามสัญญาข้อตกลงซื้อผลไม้จากเกษตรกรแล้ว จำนวน 7,864 ตัน ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต จะรับซื้อมังคุดจากจังหวัดนครศรีธรรมราช 50 ตัน จัดส่งภายในอาทิตย์นี้ ร้านธงฟ้าประชารัฐจากทุกภาค เช่น พิษณุโลก ลำพูน เชียงใหม่ พิจิตร ลำปาง ตาก ภูเก็ต บุรีรัมย์ สมุทรสาคร อยุธยา ได้งซื้อมังคุดรวมกว่า500ตัน จะจัดส่งภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้ รวมทั้งกำลังจัดทำมังคุดบรรจุกล่องละ 5 กิโลกรัม (กก.) กระจายไปยังร้านธงฟ้าประชารัฐ ตลาดต้องชม ห้าง ปั๊มน้ำมัน ให้ช่วยกระจายผลผลิตด้วย"

ขณะเดียวกัน กรมฯ จะจัดกิจกรรมตลาดเฉพาะสินค้าที่ตลาดคลองแห จ.สงขลาและตลาดต้องชม จำนวน50 แห่ง ตลาดกลางและผลไม้ จำนวน 8 แห่ง และตลาดสดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 8 แห่งในช่วงวันหยุดวันแม่แห่งชาติเพื่อรณรงค์การบริโภคผลไม้ โดยเชื่อมโยงผลไม้จากแหล่งเพาะปลูก เป้าหมายจำนวน 400 ตัน นอกจากนี้ จะหารือกับบมจ.ท่าอากาศยานไทย ให้ช่วยเปิดพื้นที่ในสนามบินสำหรับวางจำหน่ายผลไม้ โดยเฉพาะมังคุดและลองกอง และขอความร่วมมือสายการบินที่บินลงใต้ เมื่อผู้โดยสารซื้อขึ้นเครื่อง หรือต้องการโหลด ก็ขอให้ไม่คิดค่าน้ำหนัก เพื่อกระตุ้นให้มีการซื้อไปเป็นของฝากเพิ่มมากขึ้น ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเร่งรัดผลักดันการส่งออกให้ได้เพิ่มมากขึ้น โดยจะช่วยเหลือล้งหรือผู้ส่งออก ที่ไปขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน เพื่อนำมาใช้รับซื้อผลไม้จากเกษตรกรไปส่งออก โดยตั้งเป้าวงเงินกู้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และจะใช้เงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% ระยะเวลา 6 เดือน คาดว่าไม่เกิน 15 ล้านบาท เพื่อผลักดันการส่งออกให้ได้วันละ 1,000 ตัน หรือเดือนละ 30,000 ตัน แต่ในการขอให้ช่วยชดเชยดอกเบี้ย จะต้องมีหลักฐานการรับซื้อ หลักฐานการส่งออกมาแสดงด้วย 

"กรมฯ มั่นใจว่า หากเร่งระบายผลผลิตที่ออกสู่ตลาดออกจากพื้นที่แหล่งผลิตได้เร็ว จะช่วยผลักดันให้ราคาสูงขึ้นได้ โดยในส่วนของมังคุด คาดว่า เกรด A , B ราคาจะปรับขึ้นเกินกก.ละ 40 บาทตลอดฤดูกาล ส่วนลองกอง ก็มั่นใจว่าราคาจะดีขึ้นเช่นเดียวกัน"

นายวิชัยกล่าวว่า สำหรับทุเรียนภาคใต้ ที่กำลังออกสู่ตลาด เป็นที่น่ายินดีว่าราคาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ คาดว่าราคาจะปรับตัวดีขึ้นเกินกก.ละ 100 บาท เพราะขณะนี้ มีความต้องการจากตลาดจีนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่น่าจะมีปัญหาด้านราคา ส่วนลำไยภาคเหนือ ปัจจุบันออกสู่ตลาดแล้วเกินครึ่ง และน่าจะสิ้นสุดปลายเดือนส.ค.2562 โดยสถานการณ์ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี ลำไยสดร่วงเกรด AA กก.ละ 35 บาท ลำไยสดช่อ เกรด AA กก.ละ 40-42 บาท ซึ่งถือว่าราคาดี และถือเป็นปีทองของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและลำไย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์