ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

"ชูวิทย์" ชี้ "โรงพักร้าง" ค่าโง่ของคนไทย (อีกแล้วหรือ)

2.41K 35
ชูวิทย์ ชี้ โรงพักร้าง ค่าโง่ของคนไทย (อีกแล้วหรือ)

จากกรณีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด "สุเทพ เทือกสุบรรณ-พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ-พวก" ปมรวมโครงการก่อสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง 5.8 พันล้าน เข้าข่ายฮั้วประมูล ส่วนเจ้าตัวเคยชี้แจง ป.ป.ช. 3 ครั้ง ยืนยันความบริสุทธิ์ทำตามข้อเสนอผบ.ตร.และตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2562 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประชุมและมีมติชี้มูลความผิด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กับพวก คดีการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพัก) ทดแทน 396 แห่ง วงเงินกว่า 5.8 พันล้านบาท

คดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งองค์คณะไต่สวน (กรรมการ ป.ป.ช. 9 รายเป็นองค์คณะ) หลังจากนั้นองค์คณะฯได้มีความเห็นในคดี ก่อนส่งเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา และมีมติชี้มูล ดังกล่าว

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เผยแพร่รายชื่อผู้ถูกกล่าวหา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1.กล่าวหา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กับพวก กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) ในการก่อสร้างจำนวน 396 แห่ง วงเงิน 5,848 ล้านบาท เนื่องจากมีเอกชนรายหนึ่งเป็นผู้รับจ้างในปี 2554 โดยยกเลิกแนวทางการจัดจ้างแบบแยกการเสนอราคา เป็นรายภาค และอนุมัติให้รวมสัญญาก่อสร้างเป็นสัญญาเดียว อันเป็นการกีดกัน และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่ง

2.กล่าวหา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.) และคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่พักสถานีตำรวจทดแทน จำนวน 396 แห่ง ของตำรวจภูธรภาค 1-9 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้ กับพวก

สุเทพ เทือกสุบรรณ เคยเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับองค์คณะไต่สวน ป.ป.ช. อย่างน้อย 3 ครั้ง โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง ทั้งนี้ในการชี้แจงครั้งที่ 3 ระบุว่า กรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา และบริษัทที่ชนะการประมูลไม่สามารถสร้างสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่งได้ทันตามกำหนดเวลานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสัญญา หรือการอนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการประมูล เพราะการทำสัญญาว่าจ้างดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบงบประมาณแผ่นดินของสำนักนายกรัฐมนตรีทุกขั้นตอน แต่เรื่องการก่อสร้างล่าช้าเสร็จไม่ทันกำหนด เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้

ส่วนกรณีการเปลี่ยนวิธีประมูลแบบรายภาคมาเป็นแบบรวมศูนย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ชี้แจงไปหลายรอบแล้วว่า ตอนอนุมัติโครงการครั้งแรก พิจารณาตามที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ขณะนั้น เสนอมา เห็นว่ามีเหตุผลเรื่องการแยกสัญญาออกเป็น 9 ภาค จึงอนุมัติให้ดำเนินการ แต่ต่อมาสมัย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร. ได้เสนอแก้ไขสัญญาว่าจ้างใหม่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายงบประมาณปี 2553 ที่ออกมาจากหลังการอนุมัติโครงการครั้งแรกแล้ว โดยระบุว่า หากเป็นโครงการเดียวกันไม่สามารถแยกเป็นหลายสัญญาได้ จึงเป็นที่มาของการแก้ไขสัญญาใหม่ให้ถูกต้องตามระเบียบงบประมาณปี 2553 ทุกโครงการก็ทำตามระเบียบดังกล่าว


โดยล่าสุด "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงประเด็นดังกล่าวนี้ โดยระบุว่า

"โรงพักร้าง" ค่าโง่ของคนไทย (อีกแล้ว)?

ผมจำเป็นต้องพูด เพราะเป็นคนเปิดประเด็นนี้ตั้งแต่แรก สังคมคงจำได้เมื่อสมัยเป็นฝ่ายค้านเกือบ 10 ปีก่อน เรื่องยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของผม

คนเป็น ส.ส. คือ "ผู้แทน" มีหน้าที่อย่างเดียว คือ การพูดให้สาธารณชนรับรู้ เพื่อให้ฝ่ายบริหารไปแก้ไข หากไม่พูด หรือไม่กล้าพูด ก็ไม่รู้จะมีผู้แทนไปทำไม?

ประเทศไทยมี "ค่าโง่" สารพัด ที่เกิดขึ้นทุกยุค ทุกสมัย ทั้งค่าโง่โฮปเวลล์ ค่าโง่คลองด่าน ค่าโง่รถดับเพลิง และค่าโง่อื่นๆ อีกมากมาย

เงินค่าโง่นั้น คือ ภาษีอากรที่รีดมาจากคนกินเงินเดือน ผู้ทำมาค้าขาย ธุรกิจเอกชนทุกประเภท

นึกๆ แล้ว หากรัฐบาลนำเงินไปใช้เป็น "ค่าฉลาด" คนไทยทุกคนคงยกมือสาธุ ภาคภูมิใจที่ได้เสียภาษี

แต่น่าสงสาร ที่รัฐบาลมักเอาไปเสียค่าโง่ให้คนบางคน กลุ่มบางกลุ่ม โดยที่คนไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยแม้สักกระผีกซีกเสี้ยวเดียว

โง่ครั้งแรก อาจเป็น "ประสบการณ์" แต่ถ้ายังโง่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเรียกว่า "โง่ดักดาน" ไม่มีทางแก้ไข ยกเว้นว่าจะปล่อยให้ตายไปพร้อมกับความโง่

"โครงการโรงพักทดแทน 396 แห่ง" ขณะที่ผมอภิปรายเรื่องนี้ไปกระทบชิ่งถึง คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น

ประเด็นง่ายๆ ที่อยากให้ชาวบ้านฟังแล้วเข้าใจในเรื่องนี้ คือ

1. การสร้างโรงพักตามต่างจังหวัด ไม่ได้ใหญ่โตมโหฬาร หรือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ต้องใช้เทคโนโลยีสลับซับซ้อนแต่อย่างใด

เป็นเพียงตึกคอนกรีต 2-4 ชั้นธรรมดา ผู้รับเหมาที่ไหนก็สร้างได้ แต่ที่เป็นปัญหาคือ "สร้าง 396 แห่ง ทั่วประเทศพร้อมๆ กัน"

เพราะตามประสาผู้รับเหมา ต้องหาผู้รับเหมาช่วงในท้องถิ่นนั้นๆ ไปดำเนินการก่อสร้าง จะให้ผู้รับเหมาเจ้าเดียวไปทำทุกที่ เหนือ ใต้ ออก ตก ใครจะมีปัญญา? ถึงจะเป็นผู้รับเหมายักษ์ใหญ่ก็เถอะ มันผิดหลักการด้านบริหารจัดการ

แม้แต่ ครม. ในขณะนั้น ยังมีความเห็นว่าควรจะจ้างผู้รับเหมาเป็นรายภาค ดีกว่าที่จะไปจ้างรายเดียวสร้างทั่วประเทศ แต่ก็ไม่มีใครสนใจฟัง ได้แต่บันทึกไว้เป็นหลักฐานเท่ห์ๆ ว่ามีผู้ท้วงติงแล้ว

ซ้ำในสัญญาที่เซ็นไป ยังห้ามไม่ให้ผู้รับเหมาที่ได้งานนี้ไปจ้างผู้รับเหมาช่วง หรือหากจะจ้าง ต้องได้รับการอนุมัติเสียก่อน

2. จนอีกเดือนนึงจะสิ้นสุดสัญญา เป็นจังหวะที่ผมได้คิวอภิปรายพอดี งานยังทำได้แค่ตอกเสาเข็ม แต่แทนที่จะยกเลิกสัญญา หารายใหม่ กลับตะบี้ตะบันขยายเวลา ต่อสัญญาไปหลายครั้งหลายคราให้กับรายเดิม เหมือนคนไม่รับรู้ ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ต่อหน้า

3. ขั้นตอนการตรวจสอบของราชการ มีระเบียบต่างๆ มากมายกว่าจะเบิกเงินได้ แต่ก็ยังปล่อยให้สัญญาหมดคาตา

เรื่องนี้ หากผมไม่ตายไปเสียก่อน ต้องได้เห็นคนติดคุก เพราะความเสียหายเกิดขึ้นทั่วประเทศ มูลค่าโครงการตั้ง 5,848 ล้าน

เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เกี่ยวข้องจะรอดพ้นกันไปหมด

แล้วยกให้คนไทยที่เสียภาษีนี่แหละ เป็นคนโง่เสียเองอีกตามเคย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend