ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ณ​ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้​ ทำไมต้องเป็นที่​ 'จ.น่าน'?

6.3K 54
ณ​ ที่ใดที่หนึ่งบนโลกใบนี้​ ทำไมต้องเป็นที่​ 'จ.น่าน'?

เช้าวันหนึ่งผมตื่นมาออกมาจากโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมือง เดินออกมาไม่ถึง 1 กิโลเมตรก็เจอกำแพงเมือง เดินเลียบกำแพงคุ้มเจ้าหลวงเมืองน่านไปก็เจอสี่แยก เจอวัดภูมินทร์ ศูนย์กลางของเมือง ซึ่งผมตกใจมากว่าทำไมมันถึงได้แคบขนาดนี้

เป็นความลงตัวที่สุดหากจะเลือกใช้ชีวิต ณ ที่ใดที่หนึ่ง ที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ อากาศดี มีความสวยงามและองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่ทำให้เราห่างไกลจากความกังวล ที่แห่งนั้นก็น่าจะเป็น 'จังหวัดน่าน'

นี่เป็นความรู้สึกของคนจำนวนหนึ่ง ไม่ได้มีพื้นเพเป็นคนน่านแต่เกิด แต่เป็น 'คนนอก' ที่อยากเป็น 'คนน่าน'

"มันก็แค่หนึ่งวันหนึ่งคืนเท่านั้นเอง แต่ที่ไหนได้ เป็นหนึ่งคืนกับหนึ่งวันที่พลิกผันหักเหความคิด อีกชีวิตจิตวิญญาณ" ความรู้สึกแรกของ คุณบัณฑูร ล่ำซำ นักธุรกิจชื่อดังนายแบงก์กสิกรไทย ที่ตกหลุมรักเมืองน่าน เล่าไว้ใน หนังสือนวนิยาย สิเนหามนตาแห่งลานนา เมื่อปี 2552

ความรู้สึกดังกล่าว น่าจะเป็นความรู้สึกเดียวกับใครอีกหลายคนที่ตกหลุมรักน่าน ถึงขนาดที่ว่าอยากจะมาอยู่ที่นี่ เป็นความรู้สึกที่ยึดโยงกับความคุ้นเคยในอุดมคติ ที่สอดรับไปกับ มิติทางสิ่งแวดล้อม มิติความชอบ และมิติความเชื่อ

และมันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับผม ที่พยายามหาคำอธิบายว่าทำไมจึงหลงรักน่านในแบบเดียวกัน

เมื่อเร็วๆนี้พี่ชายของเพื่อนผมคนหนึ่ง เพิ่งจะขึ้นบ้านใหม่ที่จังหวัดน่าน และแน่นอนเขาเป็นคนกรุงเทพฯ ที่ตัดสินใจมาลงหลักปักฐานที่นี่

ไม่ใช่เหตุผลทางธุรกิจ ไม่ใช่เหตุผลเรื่องครอบครัว แต่อารมณ์และความรู้สึกล้วนๆที่พาเขามา นั่นทำให้ผมแน่ใจว่าไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวที่มีความผูกพัน คุ้นเคยและตกหลุมรักที่แห่งนี้ น่าจะยังมีอีกหลายคน ที่รู้สึกคล้ายๆกัน ...

แล้วอะไร ทำไมต้องเป็น จ.น่าน?

ผมเดินทางมาทำข่าวที่จังหวัดน่านครั้งแรก เมื่อยังฝึกงานอยู่ที่หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นเมื่อปี 2556 และนับเป็นครั้งแรก ที่ผมเดินทางมาที่เมืองน่าน ทำข่าวเกี่ยวกับป่าชุมชน ซึ่งตอนนั้นการอนุรักษ์ป่าน่านเพิ่งจะถูกพูดถึง

เมื่อมาถึงตอนแรกก็ไม่คิดอะไร ในระยะเวลาประมาณ 4 วัน 3 คืน วันเดินทางกลับรู้สึกคิดถึง และอยากกลับมาที่นี่อีกครั้ง

แต่นั่นก็เป็นความคิดของเด็กวัย 22 ปี ที่อาจจะ เปลี่ยนความคิดได้อีกเมื่ออายุมากขึ้น แต่ตั้งแต่หลังจากวันนั้น ความคิดก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เมื่อเข้ามาเป็นนักข่าวโทรทัศน์ ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำข่าวที่จังหวัดน่านจะรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน

และนั่นทำให้ผมอาสาที่จะมาทำข่าวที่จังหวัดน่านบ่อย ไม่ว่าจะเป็นข่าวอะไรก็ตาม น้ำท่วม หรือดินสไลด์ทับหมู่บ้านใน อ.บ่อเกลือ ตลอดเวลาที่ได้มาทำงานที่นี่รู้สึกไม่อยากกลับไปกรุงเทพฯ

เช้าวันหนึ่งผมตื่นมาออกมาจากโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมือง เดินออกมาไม่ถึง 1 กิโลเมตรก็เจอกำแพงเมือง เดินเลียบกำแพงคุ้มเจ้าหลวงเมืองน่านไปก็เจอสี่แยก เจอวัดภูมินทร์ ศูนย์กลางของเมือง ซึ่งผมตกใจมากว่าทำไมมันถึงได้แคบขนาดนี้

เพื่อนผมที่เป็นคนน่านอธิบายว่าเมืองน่านมันแคบ และวิถีชีวิตแบบนี้ถูกออกแบบมาให้เอื้อต่อการพึ่งพาอาศัยกัน เป็นความอบอุ่น หากใครสักคนมีปัญหาทุกคนก็พร้อมที่จะเอื้อมมือเข้ามาช่วยเหลือ

ในหมู่บ้านที่เรียกว่า'คุ้ม' คุ้มแต่ละคุ้มมีธรรมนูญชุมชน มีข้อปฏิบัติ ในการอยู่ร่วมกัน ยกตัวอย่างเล็กๆน้อยๆเช่น การช่วยกันทำความสะอาด ร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีความสวยงามน่าอยู่

ผมไล่เรียงทำประเด็นที่จังหวัดน่านตั้งแต่ปัญหาป่าต้นน้ำ การใช้สารเคมี ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ปัญหาที่ดิน และการส่งเสริมอาชีพ ศึกษาต้นทุนทางวัฒนธรรมต่างๆของจังหวัดนี้ ซึ่งทำให้รู้จักคนน่านมากขึ้น ยิ่งตกหลุมรักในความโอบอ้อมอารี

แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกเห็นใจพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่ไม่มีทางเลือก และมีปัญหาหนี้สิน จากโครงสร้างสังคมที่ซับซ้อน จังหวัดน่านถือเป็นจังหวัดที่มี Dynamic สูงมาก มีความเคลื่อนไหว มีความน่าสนใจในมิติต่างๆมากมาย

การเดินทางไปทำข่าวในทุกภูมิภาคที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าภูมิภาคที่ไม่ติดทะเลอย่างภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีทรัพยากรน้อยกว่าพื้นที่ภาคใต้ ชาวบ้านที่นั่นจะมีรายได้สูงกว่า และมีต้นทุนในการประกอบอาชีพที่ต่ำกว่า

ยกตัวอย่างเช่นการหาปลาในทะเล ก็จะมีต้นทุนไม่สูงเท่ากับการทำไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่ต้องลงทั้งแรง ลงทั้งทุน และต้องรอเวลาต่อรอบการผลิตจึงจะได้เงินก้อน นั่นเป็นที่มาของปัญหาหนี้สิน

คนน่านอาจมีมุมมองที่ไม่สวยงาม เหมือนอย่างคนนอกที่อยากเป็นคนน่าน แต่ก็ไม่ใช่ความทุกข์ที่แสนสาหัสเพราะทุกอย่างมีทางออกเสมอ นี่เป็นสิ่งที่เราควรช่วยกัน ผลักดันให้เกษตรกรที่นี่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ผมมองเห็นต้นทุนทางสังคมของจังหวัดน่านไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวและวิถีวัฒนธรรม ที่จะสร้างเม็ดเงินมหาศาล ผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองของจังหวัดน่านรู้ดีว่าวัฒนธรรมของจังหวัด เป็นต้นทุนอย่างดีในการที่จะพัฒนาบ้านเมืองให้มีรายได้เข้ามา จึงได้มีการกำหนดนโยบายหลายอย่างเพื่อที่จะรักษาวิถีดั้งเดิม เช่น การจำกัดจำนวนสถานบันเทิงในจังหวัด

น่านจึงยังคงเป็นจังหวัดที่เล็กๆ เงียบๆ แต่ก็ไม่เหงา ออกไปนอกเมือง ยังมีเกษตรกร ที่ยังต้องการ ความรู้เกี่ยวกับการลดต้นทุนการทำการเกษตร ที่ทำให้มีผลผลิตดีขึ้นได้ เหล่านี้ควรได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

น่านคงจะมีเรื่องราวที่ยังไม่ได้เล่าอีกมาก ในตลอดวิชาชีพนักข่าวคงจะได้ถ่ายทอดติดตามต่อไป

และไม่มีรู้อนาคตว่า ปลายทางของชีวิตจะได้มาหยุดใช้เวลาที่เหลือที่นี่หรือไม่ แต่ปัจจุบันเป้าหมายนี้ยังไม่เปลี่ยนไป เช่นเดียวกับใครอีกหลายคน.

#วชิรวิทย์ #วชิรวิทย์รายวัน #Vajiravit #VajiravitDaily #Nation #NationTV

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
แชร์