ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562.

Lion King จากการ์ตูนในวัยเด็กสุดประทับใจ สู่หนังกราฟิกสมจริงที่สุดแสนจะตื่นเต้น

2.3K 16
Lion King จากการ์ตูนในวัยเด็กสุดประทับใจ สู่หนังกราฟิกสมจริงที่สุดแสนจะตื่นเต้น

ขอสารภาพเลยว่ากังวลพอสมควร ก่อนที่ The Lion King ฉบับสมจริงจะออกฉาย กลัวเหลือเกินว่า จะไม่สนุกเท่าในการ์ตูนที่เราดูในวัยเด็ก แต่เมื่อพอไปดูมาแล้วก็ใจชื้นมาทันที "ฮาคูนา มาธาธ่า"

หากถามว่าการ์ตูนในดวงใจวัยรุ่นตอนปลายอย่างผม หนึ่งในนั้นไม่พ้น The Lion King ที่ฉายเมื่อปี 1994 อย่างแน่นอน เพราะหากย้อนไปการ์ตูนดิสนีย์ก่อนหน้าที่จะมี The Lion King นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเจ้าชาย-เจ้าหญิงซะมากกว่า

"ฮาคูนา มาธาธ่า" หนึ่งคำที่ติดหูติดปากคนไปทั่วโลก ความหมายของมันก็คือ "อย่ากังวล"

แต่ก็แปลกมาก เวลาเจออะไรที่ทำให้เรารู้สึกแย่ๆ เมื่อนึกถึงเพลงนี้ "ไม่เห็นต้องกังวล ปล่อยมันไปหน่ะดีแล้ว เรื่องร้ายไม่เคยมี ท่องไว้ดีๆ ฮาคูนา มาธาธ่า" มันทำให้เรารู้สึกดีขึ้นจริงๆนะ

และใครจะไปเชื่อว่าดิสนีย์ จะนำ The Lion King มาทำใหม่ เป็นแบบฉบับที่เรียกว่า ซุปเปอร์ ไฮเปอร์ เรียลลิสติก แอนิเมชั่น ซึ่งมีความสมจริงเหมือนนำสัตว์มาแสดงเองอย่างไงอย่างงั้น เมื่อตัวอย่างแรกออกมา โอ้โห! ผมยอมรับเลยว่าเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้มากๆ อยากดูสุดๆและเฝ้ารออย่าใจจดใจจ่อ

และในวันที่รอคอยก็มาถึง ผมเคยจินตนาการไว้ว่า ถ้าตัวละครใน The Lion King ถ้ามันไม่ใช่การ์ตูนจะเป็นอย่างไร วันนี้ก็ได้คำตอบซะที

สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเวอร์ชั่นใหม่นี้และทำให้ผมขนลุกไม่น้อย คือฉากเปิดเรื่องครับได้ยินเสียงว่า "ฮาาาาสิเพ่นยาาาา" (แต่จริงๆคนแอฟริกาภาษาซูลูบอกมาเองเขาร้องว่า "นานซิงกอนยาม่า" ) บอกเลยว่าขนลุกเกรียวไปทั้งแขน และทุกซีนทุกมุมกล้องจากการ์ตูนมาสู่หนัง มันเหมือนกันเป๊ะๆ

และความเหมือนต้นฉบับจนเกินไปนี่แหละครับ ที่ทำให้ผมแอบเบื่อๆในบางเวลา (ฮ่าๆๆ) คือการที่เรารู้แล้วว่าเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อไป ทำให้อารมณ์หนังดูดิ่งๆไปพอสมควรแต่ผู้กำกับก็ใส่สิ่งแตกต่างมาให้เล็กน้อยครับ คือในช่วงแรกของเรื่องนั้น แหม่ๆๆๆ ทำไมมันหม่นๆดาร์คๆขนาดนี้นะ กว่าจะได้ยิ้มได้หัวเราะ ต้องรอไปกลางเรื่องเลยที่ 2 คู่หูจอมขโมยซีนอย่าง "ทีโมน-พุมบา" ปรากฎตัวให้เราได้เห็น

หลังจากนั้นก็มีความฮา ความขำ และอมยิ้มตลอดที่มี 2 ตัวละครนี้ออกมา นอกจากนี้ยังมีจุดที่การ์ตูนไม่ได้สื่อให้เรารู้ แต่หนังทำออกมาเพื่ออุดข้อสงสัยนั้นให้เราครับ (สปอยล์ได้นะเนื้อเรื่องมันเหมือนการ์ตูน) คือฉากที่นางเอกของเรื่อง "นาลา" เดินทางไปเจอกับ "ซิมบ้า" หลังจากที่ทั้งคู่โตเป็นหนุ่ม-สาวสะพรั่งกันแล้ว เราจะได้รู้เหตุผลกันว่าทำไม "นาลา" ถึงต้องออกเดินทางอย่างโดดเดี่ยว และเธอออกเดินทางมาอย่างไร

อย่างที่ผมบอกไปข้างต้นครับว่า หนังนี้เนื่้อเรื่องเป๊ะกับการ์ตูนต้นฉบับ ผมเลยไม่มีอะไรจะคอมเมนต์เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง แค่จะติที่ว่าพี่จะไม่เพิ่มอะไรอีกสักหน่อยหรอครับ

แต่สิ่งที่มากู้หน้าให้หนังเรื่องนี้คือ ความสมจริงครับ ระหว่างที่นั่งดูไป หลายต่อหลายฉาก ผมเกือบเชื่ออย่างสนิทใจว่า เขาเอาสัตว์มาแสดงจริง ฮ่าๆๆๆ คือมันจริงมากๆ เหมือนดูสารคดีสัตว์ที่ช่อง Sping26

และฉาก Final Fight ของเรื่องระหว่าง ซิมบากับสการ์ สู้กัน คุณพระช่วย มันจริงมากๆ พลั๊ก พลั๊ก พลั๊ก คือเสียงสิงโตใช้อุ้งมือตบกันนะครับ มันดูรุนแรงมาก เหมือนนั่งดูมวยจิงๆ ชื่นชมทีมงานกราฟิกจริงๆ

ส่วนเรื่องเพลงก็ไม่มีอะไรให้ผิดหวังซะเท่าไหร่ครับ แต่ติดอย่างเดียวที่คุณแม่บียอนเซ่ ที่ให้เสียง "นาลา" นั้น เวลานางร้องเพลงผมว่านางร้องเป็น R&B เยอะไปหน่อย (ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า) เพลงอื่นๆก็ยังถือว่าน่าประทับใจเช่นเคยครับ

ผมนึกเสียดายที่ไปดูแบบบรรยายไทยเสียงภาษาอังกฤษ เห็นหลายๆคนบอกว่า พากย์ไทย ดีมากๆๆๆ ทั้งการพากย์และการร้องเพลง แบบนี้ผมก็ต้องโดดงาน เอ้ยยไม่ใช่ หาเวลาไปชมพากย์ไทยอีกสักรอบ เพราะอย่างน้อยในวัยเด็กของเรา เราก็ดูพากย์ไทยมาและเชื่อมั้ยว่าผมจำบทพูดของตัวละครในเรื่องเกือบหมด ฮ่าๆๆๆ คือผมดูบ่อยมาก สมัยก่อนเป็นวีดีโอเทป ดูจบแล้ว จะกรอดูต่อ 2-3 รอบต่อวัน

สุดท้ายนี้ก็แนะนำให้แฟนการ์ตูนไปดูเวอร์ชั่นหนังครับ ยังคงความสนุกอยู่เหมือนเดิม แค่ลดทอนความเป็นแฟนตาซีจากการ์ตูนลงมาแค่นั้น และผมเชื่อเลยว่าน้องๆหนูๆที่ไม่เคยดูการ์ตูน The Lion King ฉบับหนังเป็นครั้งแรก คงประทับใจและชื่นชอบแบบสุดๆเช่นเดียวกับวัยเด็กของผมที่ดูการ์ตูนเรื่องนี้ จนกลับบ้านไปต้องเอาแมวที่บ้านมาชู...

"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
เรื่องโดย ยาพิษสีน้ำเงิน | ภาพโดย Disney