ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563.

ตร.คุมตัววินจยย.มือยิงคู่อริดับทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

1.1K 19
ตร.คุมตัววินจยย.มือยิงคู่อริดับทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน คุมตัวนายกฤติเดช โพธิ์พระ หรือเบนซ์ อายุ 27 ปี วินจยย.ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่อริที่เป็นวินจยย.เช่นกันจนเสียชีวิตภายในซอยชดาภิเษก 32 แยก 5-4 ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่ สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน เบิกตัว นายกฤติเดช โพธิ์พระ หรือเบนซ์ อายุ 27 ปี อาชีพวินจยย. ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่ นายโสภณ ทองกล่ำ อายุ 27 ปี วินจยย. คู่อริจนเสียชีวิต มาสอบสวนก่อนพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณเพิงพักวินจยย.ในซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 5-4 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ 


สำหรับ นายกฤติเดช หลังจากก่อเหตุยิงนายโสภณ เสียชีวิตแล้ว ได้หลบหนีไปยังบ้านพ่อตาที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมอาวุธปืนที่ก่อเหตุ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีจะติดตามไปจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้(15ก.ค.) และควบคุมตัวมาสอบสวนที่สน.พหลโยธิน โดยมี พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เชษฐา สว่างสุข ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำ โดยนายกฤติเดช ให้การรับสารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงนายโสภณ จริงเนื่องจากมีความขัดแย้งกันมานาน ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาเร่งเครื่องใส่จึงเกิดความไม่พอใจจนกระทั่งตัดสินใจลงมือดังกล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่นำตัว นายกฤติเดช ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ทางญาติและเพื่อนของผู้ตาย ได้มาเฝ้ารอดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วงระหว่างทำแผน ญาติผู้เสียชีวิตพยายามจะเข้าทำร้ายผู้ต้องหาและใช้คำหยาบด่าทอผู้ต้องหา ด้วยความโกรธแค้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นไว้ไม่ให้เข้าถึงตัวผู้ต้องหา และรีบทำแผนให้เสร็จโดยเร็วก่อนนำตัวกลับสน.พหลโยธิน ส่วน นายกฤติเดช ผู้ต้องหา มีสีหน้าที่เรียบเฉย

ด้าน น.ส.เพ็ญณี สีสินวัน อายุ 47 ปี แม่ผู้ตาย เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น. ได้นิมนต์พระสงฆ์มาอัญเชิญดวงวิญญาณ บริเวณที่เกิดเหตุ โดยส่วนตัวเชื่อว่าลูกชายรับรู้และรับทราบแล้ว เพราะตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ลูกชายไม่เคยมาหาหรือมาเข้าฝันใดๆทั้งสิ้นแต่หลังจากที่อันทุกอย่างเลยวันนี้แล้วเชื่อว่าลูกชายจะกลับมาหา ซึ่งตนอยากจะบอกว่าภูมิใจในตัวลูกชายมาก เพราะหลังจากเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของลูกชายไปเป็นกรณีศึกษาของนักศึกษาแพทย์ด้วย นอกจากนี้ตนอยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ทำอะไรทำไมไม่นึกถึงใจเขาใจเราถึงคุณจะรวยแต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับคนเช่นนี้ อีกอย่างคุณก็มีลูกน้อยทำไมคุณไม่คิดบ้าง

ด้านนายศักดิ์ชัย ขุนทอง อายุ 42 ปี รุ่นพี่ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนมั่นใจว่าผู้ตายไม่ใช่คนดื่มเหล้าเมาสุราอย่างที่มีการนำเสนอก่อนหน้านี้แน่นอน ส่วนประเด็นเมื่อ 2 ปีก่อน ทำไมถึงไม่เครียร์กันตั้งแต่ตอนนั้น ทำไมพึ่งจะมาเครียร์ตอนนี้ หรือว่ายังหาปืนไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง จึงไม่มีใครทราบว่าผู้ตายและผู้ก่อเหตุมีเรื่องอะไรกัน และในวันที่เกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังนั่งพูดคุยเล่นอยู่กับผู้ตายนั้น จู่ๆผู้ก่อเหตุก็ขับรถจักรยานยนต์มาบริเวณที่เกิดเหตุ และตะโกนเรียกหาผู้ตาย จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปคุยกันผู้เพียงลำพังประมาณ 1-2 นาทีก่อนที่พูดก่อเหตุจะใช้อาวุธปืนยิงที่ผู้ตาย 1 นัด จากนั้นผู้ก่อเหตุก็หันอาวุธปืนมาทางพวกตนและถามว่ามีใครจะเอาอีกไหม ซึ่งตนขอถามว่า ในเมื่อเจอกรณีเช่นนี้ ตนสามารถฟ้องร้องได้หรือไม่ เพราะผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนมาข่มขู่ทำให้หวาดกลัว สุดท้ายนี้ตนไม่มีอะไรจะบอกผู้ก่อเหตุ และไม่มีอะไรจะบอกผู้ตายเช่นกัน เพราะพูดไปก็ไม่ได้ยิน แต่มันรับรู้ที่ใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทางพนักงานสอบสวนได้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จแล้ว ได้นำตัวผู้ต้องหากลับมาที่สน.พหลโยธิน เพื่อพักรอรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ในช่วงบ่ายของวันนี้ ส่วนศพของนายโสภณ ทางครอบครัวได้ดำเนินการนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่ วัดลาดพร้าว ศาลา 7 โดยได้รถน้ำศพเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา(15ก.ค.)

เรื่องโดย เจษฎา จันทรรักษ์ | ภาพโดย เจษฎา จันทรรักษ์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend